ติดตามบล็อกใหม่ได้ที่  [ยินดีที่เธอยิ้มได้] http://raynartz.wordpress.com
 
...
 
[บางห้วงคำนึง]

...

๑.

การเดินทางบนเส้นทางที่แสนไกล
บางที, เราไม่รู้เลยว่า จุดหมายนั้นอยู่ไกลเพียงไร
ในระหว่างการเดินทาง จะมีอะไรรอคอยเราอยู่บ้าง
ซ้ำร้าย, เราอาจไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า เราจะไปที่ไหนกัน

...
 
 
...

๒.

ชีวิตคนเราก็เหมือนกับการเดินทาง เดินไปไกลแสนไกล
บ่อยครั้งที่เราเดินเพียงสักแต่ว่าเดิน เดินเพียงแค่ให้หมดวัน
เหมือนกับเป็นหน้าที่ บีบบังคับว่าเราต้องเดินไปเรื่อยๆ
แต่เรากลับไม่เคยรู้เลยว่า เรากำลังเดินอยู่ที่ใด และจะเดินไปที่ใด
ก้าวทุกก้าวที่ผ่านมา จึงไม่เคยมีความหมาย

ยิ่งสังคมเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว ชีวิตก็ยิ่งดูเร่งร้อน
เวลามีค่ามากเกินกว่าจะหยุดพัก, แม้เพียงชั่วขณะ,
เราจึงไม่พร้อมที่จะผ่อนใจคิด ไม่แม้แต่จะมองสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว
เราหลงลืมว่าเรากำลังทำอะไร อยู่ที่ใด และจะไปแห่งใด
จนในที่สุด ก็หลงลืมได้แม้กระทั่งตัวของเราเอง

"...ท่ามกลางสังคมที่บีบคั้น แข่งขันกันอย่างบ้าคลั่ง
เราถูกบังคับให้เต้นตามกระแสสังคมอย่างไร้จุดหมาย
ยิ่งจังหวะถี่กระชั้น ก็ยิ่งฉุดกระชากตัวของเราให้หลุดลอยหายไป
ทันทีที่จังหวะนั้นหยุดลง เราก็ไม่เหลือตัวของเราเองอีกแล้ว..."

เมื่อเป็นอย่างนี้ แม้เราจะเป็นคนเดินอยู่เองก็จริง
แต่ถ้าเราไม่รู้ใจของเราเอง ไม่รู้จุดหมายที่เราจะไป
ก็เหมือนกับว่า เราเสียแรงไปโดยไม่ได้เดินไปที่ไหนเลย
ถ้าต้องเหนื่อยเปล่าอย่างนั้น หยุดพักสักหน่อยดีไหม ?

ผ่อนคลายความเร่งร้อนที่รุมเร้า ค่อยๆ มองย้อนกลับสู่ภายใน
หายใจเข้าออกช้าๆ แล้วถามตัวเองเบาๆ
ว่า เราตั้งใจจะเดินไปถึงไหนกัน ?

เมื่อนึกได้แล้ว ค่อยออกเดินทางกันต่อไป ตามที่ใจเราบอกมา
ถึงจะช้าหน่อย แต่คงไม่สายเกิน

...
 
 
...

๓.

หากเราตระหนักถึงจุดมุ่งหมายของเรา
มองเห็นว่าเราจะเดินไปที่ไหน ไกลสักเพียงไร
เราจะเริ่มใส่ใจกับทุกๆ อย่างที่ผ่านเข้ามาระหว่างทาง
เราจะคอยหมั่นส