[เผยแพร่ครั้งแรกใน Facebook : Artz Ratanayotha]

...

ในคาบเรียนวิชาคณิตศาสตร์

อาจารย์กำลังบรรยายลักษณะของสามเหลี่ยมหน้าจั่ว พร้อมวาดภาพบนกระดาน

"...ขาว...เนียนนุ่ม..." เสียงรำพึงของหญิงสาว ดังแทรกระหว่างคำบรรยาย
"...ขาว...เนียนนุ่ม..." ยิ่งเนื้อหาซับซ้อน เสียงนั้นยิ่งถี่กระชั้น "..ขาว..เนียนนุ่ม.."

"ส้ม!" เสียงชายหนุ่มดังขึ้น คล้ายระเบิดอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน
"...ไปนั่งไกลๆ ได้ปะ เรียนม่ายรู้เรื่อง..."

เสียงหัวเราะสดใส แฝงความพอใจของหญิงสาว ดังขึ้นเป็นระยะ

... 

หากข้อความเหล่านี้เป็นเนื้อหาตอนหนึ่งในนิยายประโลมโลกย์ คงไม่ใช่เรื่องแปลกมากนัก เพราะพบเห็นนิยายที่มีเนื้อหาในลักษณะนี้วางขายอยู่ทั่วไปตามร้านหนังสือชั้นนำและชั้นตาม แต่ที่เห็นว่าน่าสนใจนั้น เนื่องจากข้อความดังกล่าวเป็นเนื้อหาในสื่อโฆษณาเครื่องสำอางซึ่งเผยแพร่เป็นประจำทางวิทยุ คั่นระหว่างรายการข่าวในช่วงเช้า

...

ภาพประกอบ สร้างบรรยากาศให้กับกับบทความ

...

วัยเรียน กับเรือนร่างขาวสวย

เนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์เน้นย้ำให้ผู้รับสารทราบถึงกลุ่มเป้าหมายหลักของสินค้าและสื่อโฆษณา เมื่อพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้จะพบว่า เนื้อหาที่ว่าด้วยทฤษฎีเรขาคณิต อันมีเรื่องสามเหลี่ยมหน้าจั่วเป็นรายละเอียดประกอบ ดังที่ปรากฏในงานโฆษณาชิ้นนี้ เป็นเนื้อหาในหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นเด่นชัดมากยิ่งขึ้นว่า กลุ่มเป้าหมายของสินค้าเริ่มตั้งแต่วัย "แตกเนื้อสาว" เป็นต้นไป และผู้ตอบสนองความรู้สึกทางเพศต่อผู้บริโภคก็คือ "หนุ่มวัยนมแตกพาน" แรงกระตุ้นดังกล่าวนี้ย่อมอยู่ในข่ายเซ็กซ์ในวัยเรียนอย่างไม่ต้องสงสัย

ควรทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่า "เซ็กซ์ในวัยเรียน" ที่กล่าวถึงนี้ ไม่ได้หมายความเฉพาะกรณีการมี "เพศสัมพันธ์" ในวัยเรียนเพียงอย่างเดียว แต่หมายความรวมถึง "สัมพันธ์ทางเพศ" ในรูปแบบต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นคู่รักที่แสดงออกอย่างภาคภูมิในสังคม เป็นกิ๊กที่แอบมีสัมพันธ์กันอย่างลับๆ หรือเป็นเพียงคู่รักชั่วข้ามคืน (one night stand) รวมถึงรูปแบบอื่นๆ ที่ยังไม่ได้กล่าวถึง โดยไม่จำกัดว่าจะมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ การกล่าวถึงผลกระทบของโฆษณาต่อกลุ่มวัยรุ่นในแง่เซ็กซ์ในวัยเรียนในที่นี้ จึงไม่ได้หมายถึงเฉพาะการกระตุ้นให้กลุ่มวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน แต่ต้องการสะท้อนค่านิยมในการมีสัมพันธ์ทางเพศระหว่างกัน ตลอดจนการตอบสนองต่อความต้องการทางเพศอันเป็นความเปลี่ยนแปลงทางสรีระและอารมณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ด้วย

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างงานโฆษณาต่อผู้บริโภคนั้นมิใช่กิริยาจากฝ่ายหนึ่งสู่อีกฝ่ายหนึ่งเพียงทิศทางเดียว หากเป็นผลสะท้อนซึ่งกันและกัน ในเบื้องต้นกล่าวถึงการที่ผู้บริโภคเป็นผู้กำหนดเนื้องานโฆษณา แต่เมื่อพิจารณาในมุมกลับ เนื้อหาสื่อโฆษณาย่อมส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้บริโภคเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อสื่อได้ถ่ายทอดความหมายและค่านิยมผ่านเนื้อหาสู่การรับรู้ของผู้บริโภคแล้ว สิ่งที่สื่อถ่ายทอดออกมานั้นจะกลับกลายมาเป็นกรอบกำหนดความคิดของผู้บริโภคอีกที หากจะแสดงให้เห็นจากตัวอย่างโฆษณานี้ก็อาจกล่าวได้ว่า เมื่อโฆษณาชิ้นนี้เผยแพร่สู่ผู้รับสารซึ่งเป็นวัยรุ่นกลุ่มเป้าหมาย กระบวนการสื่อสร้างความหมายจะทำหน้าที่ประมวลและสร้างกรอบความคิดที่ว่า "ใช้สินค้าชินนี้แล้วผิวขาวเนียนนุ่ม เมื่อผิวขาวเนียนนุ่มย่อมมีหนุ่มหลงใหลจนไหวหวั่น" จุดนี้เป็นการตีความคุณค่าของตัวบุคคลให้จำกัดอยู่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก และขับเน้นเรือนร่างให้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางเพศที่สำคัญของหญิงสาวสำหรับดึงดูดใจชาย กล่าวให้ชัดเจนขึ้นคือ โฆษณาชิ้นนี้กำกับควบคุมค่านิยมในการประเมินตัวบุคคลจากรูปลักษณ์ภายนอก โดยไม่สนใจลักษณะนิสัยภายใน ทั้งยังนำเสนอทัศนคติที่ว่า ความรู้สึกระหว่างเพศจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการสัมผัสความงามจากภายนอกเท่านั้น มิใช่ปฏิสัมพันธ์จากใจสู่ใจ ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นนี้จึงเป็นเพียง "ความใคร่" มิใช่ "ความรัก"

การเน้นย้ำความหมายทางเพศในงานโฆษณาชิ้นนี้ จึงเป็นการตอกย้ำและขยายค่านิยมทางเพศลงสู่กลุ่มวัยรุ่น โดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นซึ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากเด็กสู่ผู้ใหญ่ ให้รู้จักตกแต่งร่างกายตนเอง ซึ่งในที่นี้คือการ "สร้างภาพลวงตา" ด้วยเครื่องสำอาง ปกปิดอำพรางเรือนร่างที่แท้จริง เพื่อแสดงออกซึ่งสัญลักษณ์ทางเพศ โดยทำตนให้เป็นจุดสนใจของเพศตรงข้ามอย่างโจ่งแจ้ง แน่นอนว่าหากความสัมพันธ์ทางเพศเริ่มต้นขึ้นในวัยเรียนเช่นนี้ ย่อมมีโอกาสพัฒนาให้กว้างขวางและลุ่มลึกมากขึ้นเมื่อเจริญวัย ซึ่งคงต้องภาวนากันว่า การพัฒนานั้นจะเป็นไปในทิศทางใดต่อไป

...

ภาพประกอบเช่นกัน ไม่ได้โปรโมทหนังนะเออ 

...

เซ็กซ์ ที่มากกว่าสายตา

จุดนี้เป็นข้อสังเกตหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับโฆษณาที่ยกมาเป็นตัวอย่าง ดังที่กล่าวไว้ในตอนต้นว่า โฆษณาชิ้นนี้เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่ผ่านทางวิทยุ ผู้รับสารจึงต้องอาศัยจินตนาการผ่านถ้อยคำและเสียงประกอบเป็นสำคัญ ซึ่งรายละเอียดเสียงที่ผู้สร้างสื่อนี้เลือกใช้ คือขั้วตรงข้ามระหว่างเนื้อหาบทเรียนที่นำเสนอผ่านเสียงของอาจารย์ อันแสดงถึงบรรยากาศวิชาการ เป็นกรอบอ้างอิงถึงความคาดหวังของสังคม สลับกับเสียงรำพึงของหญิงสาวเกี่ยวกับเรือนร่างของตนซึ่งน่าจะสะท้อนความคิดของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ใกล้เคียงกัน อันแสดงถึงเบื้องลึกในจิตใจของวัยรุ่นที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย หวั่นไหว วาบหวาม และยากเกินกว่าจะควบคุม

ถ้อยคำหลักที่ใช้ในโฆษณาชิ้นนี้มี 2 คำ คือ 1) ขาว และ 2) เนียนนุ่ม หากลองจินตนาการตามสถานการณ์แล้ว การเลือกใช้คำแรก เป็นการรับรู้ผ่านทางสายตาซึ่งสอดคล้องกันดีกับสภาพในห้องเรียน หญิงสาวคนหนึ่งใช้เครื่องสำอางนี้แล้วมีผิวขาวกระจ่างใส ย่อมดึงดูดใจชายหนุ่มให้เหลียวมอง หรืออาจเลยเถิดถึงขั้นจ้องมองด้วยความคิดที่ลอยเตลิดไปไกล แต่พร้อมกันนั้นสำนึกอันประกอบด้วยความคาดหวังของสังคมก็สั่งให้ชายหนุ่มรู้สติ ดึงใจกลับมาตั้งมั่นกับบทเรียน แล้วเอ่ยปากขอร้องหญิงสาวผู้นั้นให้ขยับไปนั่งให้ไกลจากที่นั่งเดิม เหตุการณ์นี้บ่งชี้ว่า "หญิงสาว" เป็นสาเหตุให้ชายหนุ่มเรียนไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่ "ความคิด" ของชายหนุ่มที่กระตุ้นเร้าความต้องการของตน ดังนั้น การขับไล่ "สาเหตุ" ดังกล่าวให้พ้นจาก "สายตา" จึงเป็นการกระทำที่ชายหนุ่มเห็นว่าสมควร นับเป็นการขับเคี่ยวอย่างเข้มข้นระหว่างกรอบปฏิบัติของสังคม กับความต้องการพื้นฐานในจิตใจเบื้องลึกส่วนบุคคล

นอกเหนือจากคำว่า "ขาว" แล้ว ยังมีคำว่า "เนียนนุ่ม" เติมท้ายมาทุกครั้งที่บรรยายเรือนร่างของผิวสาว คำนี้มีความหมายที่น่าสนใจ และเลยกรอบความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมชั้นเรียนไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "ขณะเรียน" ที่กล่าวเช่นนี้เนื่องจากคำ "เนียนนุ่ม" เป็นคำวิเศษณ์ขยายลักษณะผิวซึ่งทราบได้จากการ "สัมผัสทางกาย" เท่านั้น การมองไม่อาจรับรู้ถึงความเนียนนุ่มของผิวสาวได้ แม้ประสาทสัมผัสอื่นที่นอกเหนือจากนี้ก็ไม่สามารถสัมผัสความรู้สึกนี้ได้เช่นกัน การที่ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึง "ความเนียนนุ่ม" ของหญิงสาวจึงแสดงให้เห็นว่า นอกจากการจ้องมองแล้ว ชายหนุ่มยัง "แอบ" หรือ "จงใจ" สัมผัสลูบไล้ผิวกายของหญิงสาวตลอดคาบการเรียนอีกด้วย โดยมิได้สนใจว่าอาจารย์กำลังสอนอยู่หน้าชั้นเรียน และมิได้ใส่ใจสายตาของเพื่อนร่วมชั้นเรียนเลยแม้แต่น้อย

เหตุการณ์นี้ชวนให้จินตนาการต่อไปว่า แม้เมื่ออยู่ในห้องเรียน ต่อสายตาอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นเรียนอีกหลายคน ชายหนุ่มยังกล้าสัมผัสผิวของหญิงสาวอยู่ตลอดเวลา กระทั่งฉุกคิดยั้งใจไว้ได้จึงละมือเสีย นั่นก็ด้วยคำนึงถึงบริบทและความคาดหวังของสังคม แต่หากอยู่นอกห้องเรียนแล้วไม่มีใครทราบ ในสถานที่ส่วนตัวซึ่งอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์สังคม ในสภาพแวดล้อมที่มองไม่เห็นใครนอกจากคนสองคน ปราศจากความคาดหวังของใครอื่นนอกจากความต้องการระหว่างกัน สิ่งใดจะเกิดขึ้นต่อไป ยังคงเป็นปริศนา

หากเนื้อหาโฆษณาชิ้นนี้เป็นตัวแทน หรือในมุมกลับกัน หากโฆษณาชิ้นนี้เป็นสิ่งกำหนดสภาพของห้องเรียนของเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของไทยแล้ว สถานการณ์เช่นนี้ย่อมเปิดโลกทัศน์ที่น่าสนใจของผู้รับสารต่อสภาพสังคมไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลง ความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างเพศตรงข้าม หรือระหว่างเพศเดียวกันที่มากกว่าเพื่อนร่วมชั้นเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กลายเป็นเรื่องปกติที่แม้แต่สื่อโฆษณาซึ่งถือเป็นงานสาธารณะสามารถหยิบฉวยเอาความหมายเหล่านี้ไปใช้เพื่อเพิ่มยอดขายให้แก่สินค้าของตนโดยไม่ตะขิดตะขวงใจ ไม่แน่ใจนักว่านี่เป็นปรากฏการณ์ใหม่ในสังคมไทย หรือเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นซ้ำๆ เพียงแต่ไม่เคยมีใครสนใจที่จะตั้งคำถามกับมัน

...

ขออีกภาพละกัน สร้างความสวยงามให้กับบทความ

... 

[ขออนุญาตตัดจบเพียงเท่านี้ หากมีโอกาสจะนำเสนอบทความส่วนที่เหลือต่อไป]

... 

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

...

 

Comment

Comment:

Tweet

UJncs8 <a href="http://fldykctmnzir.com/">fldykctmnzir</a>, [url=http://wxxrvxvemmqq.com/]wxxrvxvemmqq[/url], [link=http://zspjztcbtsnf.com/]zspjztcbtsnf[/link], http://fxxmgkazbrnz.com/

#3 By qTqGxtuJV (188.118.213.242) on 2010-09-05 05:05

อ่านะคร้าบบ วัยรุ่นสุขภาพดี บวกความอยากรู้อยากลอง และสิ่งแวดล้อมอันเป็นใจ sad smile

#2 By youuue on 2010-08-23 21:48

...ผมว่าน้องผู้ชายเค้าน่าจะเก็บอาการมากกว่านี้หน่อยนะครับsad smile ถ้งแม้จะบอกว่าอยู่ในวัยก็เถอะsad smile

#1 By tokimemo on 2010-08-22 17:46

Recommend