นิยายเล่มหนึ่ง คงไม่ใช่แค่อ่านรอบเดียวแล้วทิ้ง
หนังเรื่องหนึ่ง บ่อยครั้งที่เราเลือกจะดูมันซ้ำๆ
เพลงๆ หนึ่ง ถ้าชอบ เราก็อยากจะฟังมันอีกหลายๆ ที
และเก็บมาร้องซ้ำๆ ในทุกครั้งที่เรานึกถึง

แต่ใครจะเชื่อ, หรือแม้แต่จะนึกถึง
ว่า ทุกครั้งที่เราทำอะไรซ้ำๆ ในสิ่งที่เราชอบ
คิดทบทวน เรื่องราวมากมายที่เคยผ่านมา
แม้จะเป็นสิ่งเดียวกัน เรื่องราวอย่างเดียวกัน
แต่เมื่อเกิดขึ้นต่างเวลา ต่างความรู้สึก
สิ่งที่ได้รับ คุณค่าที่สัมผัส ย่อมจะแตกต่างกันไป

"...สิ่งใหม่จึงเกิดขึ้นทุกครั้ง "ระหว่าง" เรื่องราวเดิมๆ..."

...

... 

นิยายเล่มหนึ่ง ง่ายที่จะหยิบมาอ่าน
หลายเรื่อง หลายเล่ม ที่หลายคนอ่านจนจำขึ้นใจ
ระหว่างบรรทัด อัดแน่นด้วยเรื่องราวมากมาย
ตื่นเต้นเร้าใจ - อ่อนหวานลึกซึ้ง - เปลี่ยวเหงาร้าวราน
เมื่อเปิดอ่านหน้าแรก ก็ยากที่จะวางมันได้ลง

แต่ทุกครั้งที่เปิดอ่าน ใครเคยสังเกตบ้าง
ว่า อารมณ์ความรู้สึกของเรา ในแต่ละครั้งนั้น
มันเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร

ในครั้งแรกที่เราอ่าน ยังไม่เคยรู้เรื่องราวใดๆ
การเปิดผ่านแต่ละหน้า คือการค้นหาสิ่งเร้นลับ
เราจึงติดตามทุกตัวอักษรด้วยใจที่จดจ่อ
อยากจะรู้ว่าตอนต่อไปเป็นอย่างไร สนุกไหม
บางคนคอยเหลือบมองขอบกระดาษเป็นระยะ
กลัวว่าเรื่องจะจบเร็วจนเกินไป เกินกว่าที่ใจต้องการ
แต่ทันทีที่อ่านจบ เรารู้เรื่องราวทั้งหมด
อะไรทำให้เราหยิบมันขึ้นมาอ่านอีกครั้ง
อะไรดึงดูดให้เราพลิกแต่ละหน้าด้วยความตั้งใจ
นอกจากเรื่องราวที่เราจดจำได้แล้วนั้น เราได้อะไรอีก

ความน่าตื่นเต้นในครั้งถัดมานั้น
คงไม่ใช่เพราะความกระหายใคร่รู้เหมือนอย่างตอนแรก
แต่เป็นการทบทวนเรื่องราวที่เราพอใจ ซ้ำๆ ช้าๆ
ค่อยๆ ลิ้มอรรถรสที่แฝงฝังอยู่เบื้องหลังตัวอักษร
ในแง่มุมอื่นๆ ที่เราเคยมองผ่านไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
ท้ายที่สุด คือ ตีความหมายใหม่ ตามประสบการณ์ที่เพิ่มมา

ประสบการณ์ และจังหวะชีวิตจึงมีความสำคัญ
เพราะเป็นเครื่องกำหนดความเข้าใจของเรา
ที่มีต่อนิยายเรื่องหนึ่งๆ ที่เราเคยอ่านมา
ในครั้งแรก เรื่องราวเป็นตัวกำหนดการรับรู้
นั่นเพราะเรายังไม่เคยรู้สิ่งใดมาก่อนเลย
แต่ครั้งถัดมา เราย่อมนำประสบการณ์ของเราเข้าไปจับ
และพยายามจัดระเบียบเรื่องราวตามใจของเรา

"...นิยายเรื่องเดิม เมื่ออ่านในวาระที่ต่างกัน
จึงมีความหมาย และให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป
ขึ้นกับเรื่องราวชีวิต แปรผันไปตามประสบการณ์
และเปลี่ยนแปลงไปตามมุมมองของหัวใจ..."

...

... 

เมื่อประสบการณ์เป็นเครื่องกำหนดความเข้าใจ
นักคิดบางคนจึงก้าวไปไกล ถลำลงสู่ห้วงความคิด
ถึงขั้นว่า เราเข้าใจโลกได้ต่อเมื่อเรามีความคิด
เรามีประสบการณ์ได้ เมื่อเรามีความคิดพื้นฐานมาก่อน
เรื่องราวที่เรารับรู้ จึงต่างไปตามประสบการณ์
และประสบการณ์นั้นก็แตกต่างไปตามเรื่องราวที่พบเจอ

วงล้อที่วนล้อม ระหว่างความคิดและประสบการณ์
จึงหมุนเคลื่อนมาปะทะ ส่งเสริม และขัดแย้งกันเอง
วันวานที่ผ่านไป กับประสบการณ์ที่สั่งสมมา
ย่อมปรุงแต่งกรอบความคิดของเราให้ซับซ้อน
พร้อมกันนั้น มันก็ย้อนกลับมาตีกรอบประสบการณ์
ให้เราตีความเหตุการณ์ตามกรอบความคิดที่เรามี

เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ในเรื่องเดียวกัน
ต่างคนต่างประสบการณ์ ก็มองเห็นคนละมุม
หรือแม้กับคนๆ เดียว แต่มอง ณ เวลาที่ต่างกัน
ภาพที่มองเห็น ความเข้าใจขณะนั้น ก็ยังไม่เหมือนกัน

"...ความจริงจึงไม่มีอยู่จริง ความรู้สึกที่แท้ก็พร่าเลือน
ทุกสิ่งเป็นเพียงการตีความชั่วขณะของเราเอง
ตามพื้นฐานความคิดที่เราค่อยๆ ร่างมันขึ้นมา
ผ่านวันเวลา ผ่านเรื่องราว กล่อมเกลาความรู้สึก
จนกระทั่งเรารู้สึกไปเองว่ามันเป็นความจริง..."

สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับการอ่านนิยายเท่านั้น
แม้การใช้ชีวิต หรือ "การอ่านชีวิต" ก็เช่นเดียวกัน
ชีวิตของเราคือหนังสือเล่มใหญ่ ที่ไม่มีวันอ่านจบ
บางฉากไม่เคยพบเจอ บางฉากก็ฉายซ้ำ วนไปมา
แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ประสบการณ์จะเป็นผู้ตีความ
แล้วสะท้อนกลับมาที่ใจ เพื่อให้ใจสัมผัสคุณค่าอีกครั้ง

...

... 

การอ่านซ้ำทวนนิยายเล่มหนึ่ง ไม่ใช่แค่อ่าน
ไม่ใช่แค่รับรู้เรื่องราวที่เคยอ่านผ่านมา
แต่ "ความสำราญใจ" ในการอ่าน อยู่ที่ความคิด
และมุมมองที่เกิดขึ้นใหม่ในแต่ละครั้งที่อ่านทวน
ประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น เปิดมุมมองให้กว้างขึ้น
จึงมองเห็นแง่มุมที่ซับซ้อนซ่อนเร้นได้ชัดเจน
และเข้าใจ "ตัวบท" วรรณกรรมได้มากขึ้นกว่าเดิม

เช่นเดียวกับการ "อ่านทวนชีวิต" ในวาระที่ต่างไป
เก็บประสบการณ์ที่เคยผ่านมา พิจารณาในมุมมองใหม่
เปิดความคิด เกิดความเข้าใจที่แปลกใหม่กว่าเดิม
ถึงแม้มันจะเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นซ้ำๆ ก็ตาม

"การอ่านชีวิต" กับ "การอ่านนิยาย" จึงไม่ต่างกัน
ในแง่ที่ว่า เราอาจใช้ประสบการณ์ตีความคุณค่า
และเป็นต้นทุนทางความคิด ให้กับชีวิตของเรา

"...การอ่านทวนชีวิต จึงไม่ใช่แค่การคิดซ้ำๆ
แต่คือการทบทวนมันด้วยประสบการณ์ที่ต่างไป
มองเห็นจังหวะชีวิต มองเห็นแง่มุมที่ซ้อนเร้น
และเข้าใจมันได้ รู้เท่าทันมันได้อย่างแท้จริง..."

...

... 

ชีวิตก็เหมือนกับนิยาย
ถ้าเราอ่านนิยายได้อย่างสำราญใจทุกครั้ง
ก็ควรจะอ่านชีวิตได้อย่างสำราญใจเช่นเดียวกัน
เพียงแต่เราจะมีมุมมองการอ่านอย่างไร
อ่านที่ใด เมื่อไหร่ และมีความเข้าใจต่อมันเพียงไร

"...ขอให้เก็บประสบการณ์เอาใว้เป็นหนังสือ
เพื่อที่เราจะได้กลับมาอ่านได้ทุกครั้งที่เราต้องการ
และขอให้เก็บบทเรียนชีวิตเอาไว้เป็นเครื่องนำทาง
เพื่อที่เราจะได้อ่านหนังสือนั้นอีกครั้งอย่างเข้าใจ
และ "เขียนชีวิต" ต่อไปอย่างที่ใจของเราต้องการ..."

...

...

ปล. ๑ : โปรดอ่านอีกครั้งหนึ่ง !!! 

ปล. ๒ : รับปริญญาละครับ วันจันทร์ที่ 5 ก.ค. ที่หอประชุมกองทัพเรือ
ซ้อมวันที่ 2 ที่ศิริราช, วันที่ 3 ที่ ม.มหิดล ศาลายา, วันที่ 4 สถานที่จริง

ปล. ๓ : ยินดีต้อนรับน้องใหม่ศิริราช รุ่น ๑๒๑ 
หวังว่าคงได้ข้ามฟากมาเจอกันที่ศิริราชครบทุกคน o_O !!

...

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

...

Comment

Comment:

Tweet

uXqpC9 <a href="http://oddzqvmxffyn.com/">oddzqvmxffyn</a>, [url=http://zezvgidteqzc.com/]zezvgidteqzc[/url], [link=http://ipdrjqbxires.com/]ipdrjqbxires[/link], http://cenxmcxeeoun.com/

#9 By mECQZohgqFQBTzrAIl (83.64.161.242) on 2010-07-13 02:08

^^
ชอบอ่านนิยายซ้ำๆเหมือนกันนะคะ (แต่มักเป็นเรื่องโปรด)
อ่านแต่ละครั้ง ในช่วงชีวิตที่ต่างออกไป
อรรถรสที่ได้รับ ก็เปลี่ยนไปทุกครั้งจริงๆ

ยินดีกับพี่ด้วยนะคะ
ปีหน้าหนูจะพยายามข้ามฟากไปเรียนกับพี่ให้ได้นะคะ อิๆ

#8 By Penwings on 2010-06-30 11:26

รู้สึกดี ที่ได้อ่าน

และจะอ่านอีกครั้งหนึ่ง big smile
รู้สึกดี ที่ได้อ่าน

และจะอ่านอีกครั้งหนึ่ง big smile
ไม่ได้อ่านกันซะนาน แต่ว่ายังคงคมคายเหมือนเดิมน้าา
Hot! Hot!
ขอบคุณที่เขียนเอนทรี่นี้ค่ะ
พอดีว่ากำลังสับสนทางความคิดเล็กน้อย
ได้อ่านแล้วก็..กระจ่างขึ้นค่ะ

ปล.ยินดีด้วยนะคะ big smile
Hot! เขียนได้ดีจังเลยค่ะ..big smile

ชอบอ่านนิยาย เรื่องโปรด ซ้ำๆ เหมือนกัน แต่ละครั้ง..ก็ให้ความรู้สึกแตกต่างกันไปนิดหน่อย..เก็บรายละเอียดคนละแบบ..

..จะพยายาม ทบทวน อ่านบทเรียน ชีวิต..ซ้ำๆ อีก นะค่ะ..big smile
Hot! Hot! Hot!

#2 By ลนล on 2010-06-27 17:40

ยินดีด้วยกับความสำเร็จค่ะ :D

#1 By Mickey (124.157.251.68) on 2010-06-27 16:28

Recommend