[คราวนี้หายไปนานมาก... กว่าจะกลับมาได้]

สวัสดีราศีเมษ

... 

ผ่านวันมหาสงกรานต์มาหมาดๆ เข้าสู่วันเถลิงศก
แดดกลางเมษายนอวยพรให้กับความเร่าร้อนในชีวิต
ส่วนน้ำอบแป้งนวล ก็อวยพรให้กับความชุ่มชื่นในจิตใจ

ช่วงเวลานี้ มองไปทางไหนก็มีแต่ความร้อน
ทั้งร้อนกาย ร้อนใจ - ร้อนรุ่ม ร้อนรน สับสนกันไปหมด
ท้องฟ้าก็เหมือนจะเป็นใจกับดวงตะวัน เป่าเมฆไปไหนก็ไม่รู้
ส่วนบ้านเมืองเองก็ร้อนระอุมากขึ้นทุกที จวนจะไหม้อยู่รอมร่อ
ที่ที่ดีที่สุด คงหนีไม่พ้นบ้านที่รักนี่เอง - นอนกลิ้งไปกลิ้งมา
อย่างน้อย ก็พอตัดช่องหนีความร้อนรอบตัวลงได้บ้าง

...

...

ความร้อนในเดือนเมษายน เป็นของคู่คนไทยมานาน
ถึงไทยจะรับพิธีสงกรานต์มาจากพราหมณ์อินเดีย
ก็เห็นว่าเหมาะสมกับบรรยากาศไทยๆ อยู่ไม่น้อย
ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว กับน้ำหอมเย็นชื่นใจ
พอช่วยให้ความร้อนกายผ่อนคลายลงไปได้บ้าง
ส่วนความร้อนใจที่ขึ้นลงตามอากาศรอบตัว ก็คงเย็นลง
เพราะความหอมและความสุข ที่เกิดขึ้นจากความเป็นกันเอง

ว่ากันให้ถึงที่สุดแล้ว, ความร้อนกายนั้นคงไม่ลดสักเท่าไหร่
เพราะน้ำเพียงไม่กี่ขันกี่แก้ว จะเย็นลงได้นานสักเพียงไรกัน
พอระเหยไปแล้ว ความร้อนก็คงกลับมาวนเวียนอย่างเดิม
ที่เห็นว่าเย็นลงจริง คงเป็นความเย็นใจซะมากกว่า
เมื่อใจเราเย็นลงแล้ว อากาศจะร้อนก็เป็นเรื่องภายนอก
ขอแค่ภายในเรานี้เย็น ก็นับว่าเพียงพอแล้ว, จริงไหม ?

"...อากาศข้างนอกร้อนแสนร้อน ทรมานมากพอแล้ว
เรื่องอะไรที่เราจะปล่อยใจเราให้ร้อนตามไปอีก
แค่อากาศร้อนข้างนอก ก็แทบจะทนกันไม่ไหว
แล้วความร้อนที่เกิดในใจของเรา จะไปทนได้อย่างไร ?..."

นึกอย่างนี้แล้วก็ให้สงสารคนอีกหลายคน
ที่แม้จะได้รับความฉ่ำเย็นจากน้ำอบน้ำปรุงวันสงกรานต์
แต่ถึงกระนั้น ใจของเขากลับไม่ได้เย็นลงแม้แต่น้อย
และดูเหมือนจะยิ่งทวีความร้อนมากไปกว่าเดิม
จนเชื่อแน่ว่า หากพวกเขาจะต้องพ่ายแพ้แล้วไซร้
ก็เห็นจะแพ้เพราะความร้อนในใจของตัวเขานั่นเอง

...

...

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ โลกทุกวันนี้ร้อนมากขึ้นทุกที
ทั้งอากาศที่ร้อนระอุ ทั้งเรื่องราวสังคมที่ร้อนแรง
ดูๆ ไปแล้วเหมือนจะเข้าใจ แต่กลับไม่เข้าใจเอาซะเลย

เกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน อากาศร้อนนี้
หลายคนบอกว่าเป็นเพราะมนุษย์ทำร้ายธรรมชาติ
แต่เพราะมนุษย์เองก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
เมื่อถึงจุดหนึ่ง สิ่งที่เราทำจึงย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง
ความร้อนที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ก็เป็นผลจากการกระทำของเรา
แม้ความเปลี่ยนแปลงในเรื่องอื่นๆ ก็มีเหตุผลอย่างเดียวกัน

ถึงอย่างนั้น เรากลับไม่ได้ตระหนักถึงความจริงนี้เลย
เรายังคงใช้ชีวิตกันอย่างเดิมๆ เหมือนอย่างที่เคยมา
หรือหากจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ก็ทำเพียงแค่ผิวเผิน
บางครั้งก็เหมือนจะฉาบฉวยจนเกินไปด้วยซ้ำ
นั่นเพราะเราเปลี่ยนแปลงแค่ "การกระทำ" ซึ่งเป็นผล
แต่เรายังไม่เปลี่ยนแปลง "ความคิด" ซึ่งเป็นเหตุ
เมื่อเหตุยังไม่เปลี่ยน จะหวังเปลี่ยนแปลงผลได้อย่างไร

ไม่เฉพาะแต่เรื่องโลกร้อนเท่านั้น
แม้การใช้ชีวิตอยู่ในสังคมก็ไม่ได้แตกต่างกัน
เพราะเราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
ถ้าความร้อนของโลก คือผลจากที่เราทำร้ายธรรมชาติ
ความรุ่มร้อนในสังคม ก็คือผลจากความคิดของเราเหมือนกัน
คือความคิดที่คอยทำร้ายสังคมของเราอยู่ตลอดเวลา
ซึ่งหากคิดกันให้ดีแล้ว ดูเหมือนจะร้อนกว่าอากาศเสียอีก

"...อากาศร้อน เพียงนั่งตากลมใต้ร่มไม้ก็พอผ่อนคลาย
แต่ใจที่ร้อน แม้จะลงแช่น้ำสักสามวันก็คงไม่หาย
เพราะใจที่ร้อนไม่อาจดับได้ด้วยความเย็นกาย
แต่ผ่อนคลายได้ ก็ด้วยความเย็นใจต่างหาก..."

ถ้าใจร้อนเสียแล้ว นอนแผ่หลาในห้องแอร์สักเท่าไหร่
มันก็ยังคงร้อนของมันอย่างนั้นเอง

...

...

เมื่อใจมันร้อน จับต้องอะไรก็เป็นของร้อนไปเสียหมด
แม้แต่การพูดคุยในห้องแอร์ มันก็ยังร้อนขึ้นมาได้
คงไม่ต้องพูดถึงการขึ้นปราศรัยกลางสี่แยก
ที่บอกไม่ถูกเลยว่า ความร้อนแรงจะเพิ่มขึ้นสักเพียงไร

อันที่จริงแล้ว ความร้อนทุกอย่างก็เกิดขึ้นในใจของเรานี่เอง
คนเมื่อก่อนเขาก็ร้อน แต่เขาทนอยู่ได้เพราะใจเขาไม่ร้อน
คนทุกวันนี้อยู่ห้องแอร์ แต่ก็ร้อนจนทนไม่ไหว
เพราะความอดทนต่ำ ใจมันเผลอร้อนไปเสียก่อนตัว
ในเมื่อตัวเปรียบเหมือนทาสผู้ซื่อสัตย์ยิ่งของใจ
ถ้านายมันร้อน ทาสจะบอกว่าเย็นก็คงกระไรอยู่

ตรงกันข้าม เมื่อทาสมันร้อน นายเห็นใจโบกพัดให้บ้าง
เพียงไม่นานหรอก ทาสผู้นั้นก็จะเย็นลงเอง
ที่ว่าเย็นนี้ไม่ใช่เย็นแต่ภายนอก หากเย็นไปทั้งชีวิต
เพราะนายนั้นเป็นผู้พัด เป็นผู้คลายความร้อนให้
จะมีความเย็นใดเย็นยิ่งไปกว่านี้ คงไม่มีอีกแล้ว

"...การต่อสู้กับความร้อน ด้วยการผ่อนกายให้เย็น
อาจเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยคลายร้อนลงไปได้บ้าง
แต่วิธีการที่ดีที่สุด คงไม่ใช่เพียงแค่ผ่อนกายเท่านั้น
หากยังต้องคลายใจของเรา ให้รู้จักความร่มเย็นอีกด้วย
และเมื่อทั้งกายและใจของเราร่มรื่นแล้ว เราก็เป็นสุข..."

ดับไฟต้องดับเชื้อเพลิงฉันใด ดับร้อนกายก็ต้องดับร้อนใจฉันนั้น

...

...

"...อย่าปล่อยให้ความร้อนใจ ผลาญใจให้ร้อนไปกว่าเดิม
เก็บเอาความหอมของน้ำอบน้ำปรุง มาปรุงใจให้เย็นดีกว่า
ปะแป้งเย็นกันสักนิด สะบัดน้ำพอให้ชื่นฉ่ำกันสักหน่อย
แสดงความรักแก่กันและกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ
เพียงเท่านี้ ความร้อนในใจของเราก็จะค่อยๆ ลดน้อยลงไป
จนที่สุดแล้ว แม้ความร้อนรอบกายก็หายไปเช่นกัน..."

...

น้องคนนี้ ถึงไม่อยู่ไต้ร่มไม้ก็ดูจะเย็นฉ่ำมากกว่าใคร ^^

...

ปล.๑ : หายไปนาน ด้วยเหตุผลหลายประการ
ทั้งเรื่องงาน เรื่องเล่น และเรื่องไม่เป็นเรื่องทั้งหลาย
เอาเป็นว่าตอนนี้กลับมาแล้ว หวังว่าเพื่อนๆ คงยังไม่ลืมกัน

ปล.๒ : หลังสงกรานต์นี้ เข้าทำงานที่ รพ.สมุทรปราการ
ใครบ้านอยู่แถวนั้น คงได้มีโอกาสเจอกันบ้างนะครับ

ปล.๓ : ยินดีกับน้องๆ ศิริราช รุ่น ๑๒๑ ทุกคนนะครับ
ปีแรกหลั่นล้ากันที่ศาลายาซิตี้คอมเพล็กซ์ให้เต็มที่ก่อน
หลังข้ามฟากมาที่ศิริราชปีหน้า เจอกันแน่นอน - หึหึ

...

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

... 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบสงกรานต์แบบไทยๆไม่ใช่อย่างที่เป็นอยู่เช่นทุกวันนี้
^^

#19 By noicomputer on 2010-04-27 20:50

เอนทรีนี้นน้องเสื้อเขียวโดดเด่นจริง..
สุขกาย สบายใจ

ร้อนเท่าไร ก็ผ่อนคลาย

confused smile confused smile confused smile

รับดอกไม้ หอม ๆ เย็น ๆ หน่อยค่ะ

ดอกมะลิ big smile

#16 By Mrs. Holmes on 2010-04-17 11:34

สวัสดีปีใหม่ไทยเช่นกันค่ะ
ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ

#15 By darkuril on 2010-04-17 08:40

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ
เห็นสาวสวยเสื้อสีเขียว อยากกินน้ำเขียวเฮลบลูบอย เยยค่ะ ^__^
มาอัพแล้ว...

อากาศร้อนก็ไม่ควรปล่อยใจให้ร้อนไปตามอากาศเนอะ ไม่งั้นมันจะยิ่งร้อนระอุจนอกแทบระเบิด... ตู้มม!! = =

ของอย่างงี้...มันควบคุมกันได้ แต่ยากจัง :(
การหาสิ่งอื่นมาสร้างสุข เช่น อ่านหนังสือดีๆสักเล่ม เปิดเพลงเนื้อหาสบายๆฟังสักหน่อย ก็ช่วยคลายความร้อนรุ่มในใจได้แยะ แบบพอแก้ขัดไปได้
หนังสืออาจจะช่วยปรับและพัฒนาความคิด รวมทั้งยกระดับจิตใจให้ลอยสูงขึ้น และอุณหภูมิใจเย็นลง...
แต่สุดท้ายแล้วจะให้ดีที่สุด ก็ต้องฝึกควบคุมใจได้ด้วยตัวเอง ปัจจัยภายนอกเป็นเพียงตัวช่วย...
แต่การควบคุมใจให้นิ่งพอเนี่ย...
ยากอ่า ยากจริงๆน้า- -"

เอ...ทิ้ง ปล.ไว้ให้น้องๆราวคำขู่ยังไงไม่รู้นะ มีหัวเราะ "หึหึ" ด้วย...

#13 By S@nDGLasS on 2010-04-16 21:02

โลกร้อนขึ้นทุกวันจริง ๆ ครับ big smile ต้องช่วยกันทำให้บรรยากาศเย็นลงเนอะbig smile

#12 By E.T.*** on 2010-04-16 11:41

อากาศและการเมืองกำลังร้อนระอุ

แม้ช่วยไม่ได้มาก แต่ก็อยากสาดน้ำให้กัน

สวัสดีปีใหม่ไทยจ้า

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#11 By Zieghart on 2010-04-16 10:39

มีข้อคิดดีดีเยอะ :D

ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ

สวัสดีปีใหม่ไทยย้อนหลังค่า

#9 By i-KornCoins on 2010-04-15 23:48

อา..เพิ่งรู้ว่าสงกรานต์รับมาจากพราหมณ์อินเดีย!



ปล.สาดดดดดดดดดดดด
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ

#8 By Doru-Kun™ on 2010-04-15 21:30

อื้ม ม,, นั่นดิเนอะ

ไม่มีเกณฑ์ว่าความร้อนจะลดลง

มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น

ช่วยกันปลูกต้นไม้เยอะ,,ๆ ,, อิอิbig smile

#7 By ช ม เ พ ลิ น * on 2010-04-15 19:26

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะพี่อาร์ต ^^

แอบอ่านบล็อกพี่มาตั้งนานแล้ว
เพิ่งได้โอกาสเม้นท์ค่ะ

SI121รายงานตัว
ปีหน้ารอเรียนกับพี่หมออาร์ตนะกั๊บ question

ได้คุยกับพี่ตอนรอสัมภาษณ์ด้วยแหละค่ะ อิๆ

#6 By Penwings on 2010-04-15 17:49

เย็นกาย เย็นใจ ไปทั้งปีครับขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ
ร้อนมากๆ แม้จะอยู่ใต้ต้นไม้ ยังเอาไม่อยู่เลยนะคะ

คนใน กรุงเทพฯ ยิ่งร้อนระอุ

รอแต่วันที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

เอ้า สาดกันให้หายร้อน ค่าขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#4 By ลำดวน on 2010-04-15 16:07

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ ขันน้ำ
ด้วยได้ป่ะค่ะbig smile แปะ แปะ

#3 By sunshineworld on 2010-04-15 15:59

ชอบที่บอกว่า สิ่งที่เราทำมันทำร้ายตัวเราเอง
มันเป็นอะไรที่ใช่ และก็ตรงสุดๆ เลย Hot! Hot!

#2 By หมัดพเนจร on 2010-04-15 15:43

อ่าวจะมีศาลาคอมเพล็กซ์แล้วหรือคะ

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณหมอ
big smile ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ

#1 By inthebee on 2010-04-15 15:30

Recommend