[...ฉลองเรียนจบกับเพื่อนๆ และที่บ้านไปไม่นาน
กลับมานั่งคิดตามประสาคนคิดมาก ตามเคย...]

ใครหมั่นสังเกต คงจะพอเห็นได้
ว่า ไทยเรามีงานฉลองที่เกี่ยวข้องกับชีวิตอยู่มาก
ตั้งแต่เกิด โกนจุก บวชเรียน แต่งงาน เรื่อยไปจนตาย
ทุกๆ ครั้งที่เกิดเหตุการณ์ เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิต
คนไทยมักจัดงานฉลอง ทำบุญเลี้ยงพระกันใหญ่โต

แม้เดี๋ยวนี้งานฉลองแบบเดิมจะเลือนหายไป
อย่างการโกนจุก ซึ่งปัจจุบันคงหาไม่มีอีกแล้ว
แต่ก็มีงานฉลองอื่นๆ ที่คนไทยรับเข้ามาอีกหลายอย่าง
เช่น ฉลองเข้าเรียน ฉลองเรียนจบ ฉลองเข้าทำงาน
โดยรูปแบบแล้ว เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเยอะ
แต่โดยเนื้อหาแล้ว จุดมุ่งหมายคงไม่ต่างกันมากนัก

...

...

งานฉลองเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย
สมัยหนึ่งเชื่อถือกันอย่างหนึ่ง มีงานฉลองอย่างหนึ่ง
เมื่อเวลาผ่านไป ได้เรียนรู้ความเปลี่ยนแปลง
บางอย่างที่เห็นกันว่าดี อาจพยายามรักษาเอาไว้
แต่หลายอย่างก็จำต้องเปลี่ยน เพราะไม่เหมาะสมัย
เราจึงมองเห็นพลวัตของงานฉลองอยู่ตลอดเวลา

ลักษณะอย่างนี้ไม่เฉพาะแต่ในวัฒนธรรมไทย
แม้ทั่วโลกก็พบเจอความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เหมือนกัน
อาจจะเรียกว่าเป็น "สามัญญลักษณะ" ของทุกสิ่งก็ได้

แม้ตัวงานฉลองเองก็ย้ำเตือนต่อผู้ร่วมงานอยู่เสมอ
ว่า ทุกสิ่งล้วนไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลง คงอยู่ไม่ได้
งานฉลองเป็นเพียงตัวแทนของความเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
ในความจริงแล้ว ความเปลี่ยนแปลงแทรกซึมอยู่ทั่วไป
เพียงแต่มันอาจรวดเร็วหรือเชื่องช้า เกินกว่าที่เราจะรับรู้

"...ทุกๆ ขั้นตอนของงานฉลองล้วนมีความหมาย
บางอย่างที่ดูไร้เหตุผล อธิบายไม่ได้ด้วยความคิดปัจจุบัน
เมื่อพิจารณาดูให้ดีแล้ว กลับแฝงตรรกะที่น่าสนใจ
เพียงแต่เมื่อมองกันคนละระบบ ต่างสังคม ต่างเวลา
จึงทำให้เรามองข้าม หรือไม่เข้าใจตรรกะนั้น..."

เมื่อมีกรอบการมองที่ต่างกัน โลกที่มองเห็นย่อมต่างกัน
การมองอย่างนี้ไม่มีใครผิดหรือใครถูก ใครดีกว่าใคร
แต่อยู่ที่มองแล้วมีคุณค่า มีประโยชน์ต่อคนที่มอง
ดังนั้น งานฉลองแต่ละที่ แต่ละยุคสมัยจึงแตกต่างกัน
เพราะมันตอบสนองความต้องการได้ไม่เหมือนกัน

...

...

ปัญหาอยู่ที่ว่า เราจัดงานฉลองไปทำไม
และทำไมจะต้องฉลองกันในทุกช่วงชีวิต
ความหมายที่แท้จริงของมันคืออะไรกันแน่
เพื่อความสนุกสนานชั่วคราว หรือมีอะไรมากกว่านั้น

ในอดีต การประชาสัมพันธ์ยังไม่กว้างขวาง
ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอินเตอร์เน็ต อย่างดีก็มีแค่ใบบอก
การพบปะญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ไม่ค่อยจะพร้อมหน้ากัน
ได้อาศัยการฉลองในช่วงชีวิตนี่แหละ แทนการรวมญาติ
ไม่ว่าลูกเกิด หลานบวช พี่แต่งงาน หรือพ่อตาย
ป่าวประกาศให้ชาวบ้านได้รู้ว่า บ้านนี้เกิดอะไรขึ้น
ใครมีจิตศรัทธาช่วยเหลือ ก็แล้วแต่กำลังของแต่ละคน

สมัยนี้ การประชาสัมพันธ์ดีขึ้นมาก
เพียงแค่คลิกเม้าส์ ข่าวสารก็กระจายไปทั่วโลก
แต่เรายังพบเห็นการฉลองแบบเดิมอยู่บ้างในบางแห่ง
หรือแปรเปลี่ยนรูปแบบ แต่ยังอยู่ภายใต้โครงสร้างเดิม
เช่น การฉลองในโอกาสสำคัญของชีวิต ตั้งแต่เกิดจนตาย

วาน เจนเนป (Van Gennep) นักมานุษยวิทยาชาวเยอรมัน
กล่าวว่า พิธีกรรมการฉลองเหล่านี้เป็นกลไกทางสังคม
ที่ใช้บอกการเปลี่ยนสภาพของบุคคลในแต่ละสังคม
แต่ละที่ แต่ละวัฒนธรรม อาจมีวิธีการที่ต่างกันไป
แต่เมื่อมองโดยภาพรวมแล้ว ล้วนมีแนวคิดคล้ายคลึงกัน

ความคิดนี้ช่วยให้เราเข้าใจงานฉลองเก่าๆ
และรู้เท่าทันงานฉลองใหม่ๆ ในปัจจุบันมากขึ้น
การฉลองไม่ใช่เพียงแค่ความสนุกสนาน หรือพบปะผู้คน
แต่เป็นการย้ำเตือนถึงความเปลี่ยนแปลงในชีวิต
ให้ตระหนักรู้ถึงสิ่งที่ผ่านมา และกำลังจะผ่านไป

...

...

ถ้าชีวิตคือเส้นทางที่แสนยาวไกล
ตัวเลขอายุ คือหลักกิโลเมตรที่เรียงรายตามทาง
เหตุการณ์ต่างๆ  ทั้งที่อยู่ริมทางและขวางทางอยู่นั้น
ก็คือสิ่งที่เราต้องเผชิญหน้า รับรู้ และเข้าใจมัน

งานเฉลิมฉลอง ทั้งเก่าและใหม่
เปรียบเสมือนสัญญาณไฟจราจร ตั้งอยู่ตามสี่แยก
หรืออาจเป็นป้ายบอกทาง คอยให้ข้อมูลเป็นระยะ
เพื่อให้เราเข้าใจกฏกติกา และไม่หลงทางไปเสียก่อน
สิ่งสำคัญคือ เราต้องรู้ว่าเรากำลังทำอะไร บนทางใด
จุดเริ่มต้น และจุดหมายปลายทางของเราคืออะไร
เพื่อที่จะดำเนินชีวิตไปตามทางที่ควรจะเป็น

ทุกงานฉลอง มักเต็มไปด้วยความสนุกสนาน
ความสำราญเคลือบแก่นแท้ของมันเอาไว้แน่นหนา
หน้าที่ของเรา นอกจากจะเพ้อสุขไปกับมันแล้ว
ยังต้องค้นหาความหมายที่แท้จริงของมันอีกด้วย
เพื่อที่จะเข้าใจว่า ฉลองไปทำไม มีประโยชน์อะไร
และประโยชน์ที่ว่านั้น มีคุณค่าอะไรแก่เราบ้าง

"...การฉลอง จัดขึ้นเพื่อความสนุกสนาน
ในขณะเดียวกัน ก็ย้ำเตือนให้เห็นความเปลี่ยนแปลง
ใครเกิด ใครเรียนจบ ใครทำงานหรือใครตาย
เหล่านี้คือ ความไม่แน่นอนอันเป็นธรรมดา
เมื่อรู้จักฉลอง จึงควรจะตระหนักรู้ถึงสิ่งนี้ด้วย..."

เมื่อจบการฉลอง อย่าเพียงปล่อยให้จบไปเฉยๆ
แต่ควรจะเรียนรู้บทเรียนจากมันไปพร้อมกันด้วย

...

...

"...การฉลองในโอกาสต่างๆ จะมีค่าแค่ความสนุก
ถ้าเราต้องการเพียงเท่านั้น ไม่ครุ่นคิดเพิ่มเติม
แต่มันจะทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น ถ้าเราใส่ใจ
รู้เท่าทันชีวิต และใช้ชีวิตได้อย่างไม่ประมาทเลย..."

ไม่ใช่ว่าสังสรรค์กันเต็มที่ วันรุ่งขึ้นก็จำอะไรไม่ได้เลย...

...

...

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

...

Comment

Comment:

Tweet

" โอ้ ! ท่องผ่านตามทางบ้านย้อนตะวัน มาเจอหัวกะทิ
นรินค่ะ สวัสดี ยินดีที่ได้รู้จัก ขอบคุณที่ไปคอมเม้นต์ให้ ...อ่ะ อ้าว ยังหรอค่ะ หุ หุ

อ่านทุกเมนต์ก็อิ่มล่ะ ...ข้าวไม่กินล่ะ อย่างงี้ต้องฉลองซะหน่อย confused smile sad smile "

#17 By nrintip(whitepingeon) on 2010-03-11 16:57

เมื่อได้รับของขวัญชิ้นใหญ่กับชีวิตก็ต้องฉลองกันสักนิด...เพื่อที่จะแบ่งปันความดีใจ ยินดีปรีดาและความภาคภูมิใจต่อกัน
แต่การฉลองหากไม่นึกความหมายเบื้องลึกของมัน ก็คงจะเป็นเพียงความสุขสำราญชั่วครั้งคราวเนอะ

มีคนบางกลุ่มที่ฉลอง กิน ดื่มกันบ่อยๆ จนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต...ซึ่งอาจไม่ได้มองถึงความหมายและคุณค่าแท้จริงของการฉลองเลย เพียงแค่อยากจะปลดปล่อยตัวเองไปวันๆ แทนที่จะหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่ควรทำ เพื่อที่ถึงเวลาจะได้ฉลองให้กับชีวิตอย่างมีแก่นแท้ มีคุณค่าในความทรงจำ...
double wink

#16 By S@nDGLasS on 2010-03-06 15:28

โอ้ววว คำจำกัดความ เยอะมากเลย เอ๊าฉลองconfused smile

ขอบคุณที่มาเม้นให้นะคะcry

#15 By PaB Choc Bakery ~ on 2010-03-05 18:27

ต้องเหนื่อยต้องสู้แล้วหละครับ
เดี๋ยวอีกไม่นาน นุ้ยคงได้มีบรรยากาศการเปลี่ยนแปลง
ตอนฉลองอำลาปีหน้าแล้วหละครับ :D

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนนะครับ
ติดตามกันไปเรื่อยๆนะครับ confused smile

#14 By alannuii on 2010-03-05 00:46

จะหยุดฟุ่งซ่าน อืมน่าคิด
การฉลองคือการทำให้เห็นถีงความเปลี่ยนแปลงของช่วงชีวิตครั้งใหญ่ก็ได้นะค่ะ ไม่ว่าเป็นงานบวช โกนจุกหลาน โกนผมไฟยาย ล้วนก็มีความสำคัญในตัวของมัน แต่อยุ่ที่คนจัดใช้ถูกทางรึป่าว ยังไงก็ "จั่งซี่มันต้องถอน"big smile big smile

#13 By sunshineworld on 2010-03-02 00:08

การฉลองมันก็ดี
แต่ก็ต้องฉลองอย่างมีลิมิต+ไม่ผิดศีลธรรม
(อย่าเอาอย่างน้องแมวในรูป 555)

#12 By Doru-Kun™ on 2010-03-01 23:16

คิดว่าการฉลองก็เป็นเรื่องที่ดีอยู่นา
เป็นข้ออ้างให้คนที่ไม่ได้เจอกันบ่อยๆมาอยู่พร้อมหน้ากัน
การฉลองนี่ทำให้เรามีกำลังใจได้เริ่มต้นใหม่เรื่อยๆ เป็นสิ่งที่ทำให้คนที่กำลังพยายามและกำลังจะหมดกำลังใจได้ฮึดสู้ชึ้นอีกครั้ง
แล้วก็เป็นสิ่งที่คอยย้ำเตือนว่าสิ่งที่เราทำนั้นเป็นสิ่งที่ดีอีกด้วย

#11 By Bankira on 2010-03-01 19:39

อืมม
โดยส่วนตัวคิดว่าเราฉลองกันเพราะชีวิตมันมีความทุกข์มากอยู่แล้ว เลยจัดฉลองๆให้ดูว่ามีความสุขเป็นคราวๆ

แต่ฉลองจะมีความหมายอะไรนะ?
นี่เองที่ยังคิดไม่ออก
คิดออกเมื่อไหร่คงต้องฉลองสักหน่อย confused smile Hot!

#10 By mindfulness on 2010-03-01 16:50

สงสัยต้องฉลองที่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างบ้างก็ดีนะคะ open-mounthed smile

#9 By Pat on 2010-03-01 12:12

Hot! Hot! Hot!

"เมื่อมีกรอบการมองที่ต่างกัน โลกที่มองเห็นย่อมต่างกัน
การมองอย่างนี้ไม่มีใครผิดหรือใครถูก ใครดีกว่าใคร
แต่อยู่ที่มองแล้วมีคุณค่า มีประโยชน์ต่อคนที่มอง
เพราะมันตอบสนองความต้องการได้ไม่เหมือนกัน"

เพราะเรามองต่างกัน.. เราก็เลยเห้นโลกผ่านดวงตาต่างคู่
ทำให้โลกที่เรามองเห็นไม่เหมือนกัน

ชอบประโยคนี้มากค่ะพี่.. เพราะเคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกไว้คล้ายๆกัน เรื่องจุดยืน..
เพราะคนเรามีจุดยืนต่างกัน เราก็เลยไม่สามารถเข้าใจได้ั้ทั้งหมดว่าคนที่ยืนคนละจุดกับเราเป็นยังไง .. เรามองว่าเค้าไม่ดี แต่ถ้าเป็นเราที่ยืนจุดนั้น เราอาจจะไม่รู้สึกแบบนี้ก็ได้.. นั่นเพราะจุดที่เรายืนมันต่างกัน

บางที.. ถ้าเราลองเปลี่ยนจุดยืน เราจะอาจจะรู้ก็ได้มั้งคะพี่.. ว่าเราฉลองไปเพื่ออะไร?

big smile

#8 By Mayoiitingweii on 2010-03-01 02:13

ฉลองเพื่อฉลอง บางทีอาจจะฉลองเพราะเหตุผลแค่นี้ก็ได้..:) ขอบคุณสำหรับถ้อยคำที่กลั่นกรองจากใจงิ
นั่นสินะครับ การฉลองก็เป็นสัญญาณของความไม่เที่ยงแท้ของชีวิตได้Hot!

#6 By E.T.*** on 2010-02-28 21:30

ผมเองก็ฉลองอยู่บ่อย ๆ

บางครั้งก็ไม่เคยคิดหรอกว่าฉลองทำไม

แต่ก็เป็นงานเดียวที่ทำให้เพื่อน ๆ ได้มารวมกันเยอะที่สุด

อ่านแล้วทำให้รู้ความหมายดี ๆ ขึ้นเยอะเลยครับ

อ่อ

แล้วก็ขอขอบคุณที่ช่วยคอมเม้นให้นะครับ

ทั้งเรื่อง สุข หรือ ทุกข์ ด้วยนะครับ

ที่อโนมาเป็นส่งไปให้

จะพยายามเขียนให้ดีกว่านี้ครับ ฮะ ๆ

confused smile confused smile confused smile confused smile
งานฉลองมักเกิดขึ้นได้ทุกโอกาส
และเป็นที่นิยมอย่างมากด้วย

แต่ถ้าไม่มีจะได้ไหม น้า
มันก็คงแล้วแต่คนคิดอ่ะนะ

#4 By AnOmanory on 2010-02-28 20:01

การแอง เพียงเพื่อ ให้เรารู้ ว่าวันนี้ เรายังอยู่

ยังมีชีวิต รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและผ่านไปได้อย่างไร

ขอบคุณมากๆคร้าบบบ

รักษาสุขภาพด้วยนะคร้าบบopen-mounthed smile

#3 By youuue on 2010-02-28 19:18

อ่ความสนุกสนานนี่ อยู่คู่กับคนไทยเราจริงๆนะคะ


คิดแบบนี้แล้ว ก็รู้สึกสนุกกับงานเลี้ยงอำลามากกว่าเดิมเหมือนกัน

ขอบคุณค่ะ

#2 By kicccchi on 2010-02-28 18:42

น่าคิดแฮ้ะ ฉลองไปทำไม?
อ่า.. บทความที่ยาวมากมายเลย
ยอมรับว่าอ่านไม่หมด ฮ่าๆ
(เกิดอาการตาลายชั่วขณะ)

ขอบคุณที่แว้บมาคอมเม้นท์บล็อกคะ
big smile

#1 By i-KornCoins on 2010-02-28 18:15

Recommend