๑๑๘. บัว - เหนือ - น้ำ

posted on 17 Jan 2010 19:24 by raynartz in Poem-of-Mind

[กลับมาอีกครั้ง หลังจากหายหน้าไปนาน]

          ...

          บัวน้อยรู้ชูช่วงเหนือห้วงสินธุ์
          ภุมรินบินวนบนดอกสี
          ทั้งม่วงแจ่มแซมส้มชมพูมี
          สุนทรีย์มีอารมณ์ชมดอกบัว

          ...

          ได้นั่งชมสมค่าควรอารักษ์
          เพราะรู้จักชูตนพ้นความชั่ว
          "อุคฺฆฏิตญญฺญู" ย่อมรู้ตัว
          ไม่เมามัวมั่วกิเลศหลงเภทภัย

          ...

          บัวแย้มบานสานฝันอันสวยสด
          บัวอร่ามงามงดแลสดใส
          บัวส่งผ่านความหวังความตั้งใจ
          บัวส่งยิ้มพริ้มละไมให้โลกา

          ...

          ขอใจเจ้าจงเป็นเช่นบัวน้อย
          ที่ชูช้อยเหนือชั้นห้วงตัญหา
          บานประดับรับแสงแห่งปัญญา
          จำรัสค่ายิ่งใหญ่ภายในตน

          ...

หนังสือ "เทียบท่าธารธรรม" ปีการศึกษา ๒๕๔๖
ชมรมศาสนาและวัฒนธรรมไทยเตรียมอุดมศึกษา
 

...

...

ที่เตรียมอุดมศึกษา มีสระน้ำคูบัวอยู่เคียงข้างศาลาปิ่นหทัย
เมื่อสัก ๕ - ๖ ปีก่อน สมัยที่ยังเป็นนักเรียนขาสั้น ต้องเดินผ่านทุกเช้า
สระนั้นเต็มไปด้วยบัวนานาพันธุ์ - ชูดอก ลอยใบ ละลานตา
ในยามเช้า โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่น้ำค้างยังไม่เหือดแห้งไป
จะสะท้อนแสงอาทิตย์แรกอรุณ ระยิบระยับสวยงามจับใจ

มีคำแขก (บาลีสันสํสกฤต) หลายคำใช้เรียกดอกบัว
เช่น กมล โกมุท นีรช นิลุปฺปล ปทุม อุปฺปล ฯลฯ มากมายสุดจะนึก
ส่วนใหญ่แล้ว มีความหมายขยายตามลักษณะของดอกบัว
นั่นคือ เกิดในน้ำ เป็นดอกไม้งามอยู่กลางบึงใหญ่
บางคำ เช่น บงกช หรือ ปงฺกช ซึ่งเกิดจากคำว่า ปงฺก + ช
แปลความว่า "เกิดแต่ตม" แต่พยายามชูตนเหนือตมนั้น
เป็นสัญลักษณ์แทนความเพียร แสวงหาความสำเร็จ
มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดี ไม่จมอดีต
แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทอดทิ้งแก่นรากของตนไป

ความพิเศษของดอกบัวจึงอยู่ที่กำเนิด และการดำรงตน
ที่แม้จะเกิดแต่ตม เกิดในสระน้ำที่สะอาดบ้าง สกปรกบ้างปะปนกัน
แต่ธรรมชาติของดอกบัว จะค่อยๆ เสียดแทงตนขึ้นเหนือน้ำ
แล้วชูดอก ลอยใบ อวดกายรับแสงอาทิตย์ในที่สุด
แม้จะมีหยดน้ำคราบตมกระเด็นเปรอะกายบ้าง ก็เพียงไม่นาน
เพราะดอกและใบบัวไม่ซึมน้ำ ความสกปรกจึงไหลร่วงไป
ไม่เก็บเอาความสกปรกนั้นมาเป็นมลทินแก่ตน

ในพระพุทธศาสนาจึงมักเปรียบเทียบดอกบัวกับจิตใจ
ปฏิเสธชาติกำเนิดชั้นวรรณะ แต่ไม่ให้ทิ้งรากของตน
ไม่ว่าจะถือกำเนิดในวรรณะใด คนย่อมพัฒนาจิตใจของตนได้
ขึ้นอยู่กับความเพียรพยายาม อันเป็นพื้นฐานภายในของทุกคน
พร้อมกันนั้นก็สอนไม่ให้หลงลืมตน ไม่ทำตัว "ไร้ราก - rootless"
เหมือนอย่างบัวที่ชูตนเหนือน้ำ แต่ไม่เคยทิ้งรากแล้วลอยตามน้ำไป

...

...

จริงอยู่, บัวทุกดอกนั้นใช่ว่าจะชูตนเหนือน้ำได้
พระพุทธองค์จึงตรัสไว้ถึงบัวสี่เหล่า เปรียบดั่งคนสี่จำพวก
ตั้งแต่พวกที่สอนได้ง่าย ไล่ไปจนถึงพวกที่เสียเวลาเคี่ยวเข็น
แต่โดยเนื้อความแล้ว ทุกเหล่านั้นก็ยังเป็น "ดอกบัว" มีค่า
แม้ความสามารถในการเข้าใจชีวิตจะแตกต่างกันบ้าง
หากยังเป็นดอกบัวแล้ว ก็ย่อมหาทางพัฒนาตนได้เสมอ
ใช่จะปล่อยตนเป็นภักษาหารแก่ปลาและเต่าเรื่อยไปเมื่อไร

เว้นแต่ว่า บัวดอกนั้นจะยอมตนอยู่ใต้น้ำ ปล่อยตัวตามกระแส
ไม่เพียรพัฒนาตนตามความสามารถและโอกาสที่มีอยู่
จนต้องกลายเป็นภักษาหาร เพราะความเกียจคร้านของตน

จึงไม่น่าแปลกใจ ว่าเพราะเหตุใดพระพุทธศาสนาจึงยกย่องดอกบัว
พุทธเถรวาท ถือว่าดอกบัวเป็นยอดแห่งไม้งาม มีคุณค่าอุดมคติ
เหมาะสำหรับบูชาพระพุทธเจ้า พุทธธรรม และพุทธสาวก
เพราะแม้จะเกิดแต่ตม ก็ยังทำตนให้บริสุทธิ์ได้ในที่สุด
ส่วนพุทธอาจริยวาท ถือว่าดอกบัวเป็นสัญลักษณ์สังฆปรินายก
สืบเนื่องจากความเชื่อว่าเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน
ทรงมอบบัว บาตรและจีวร พร้อมทั้งแย้มพระโอษฐ์แก่พระมหากัสสปะ
ในความหมายว่า ให้พระมหากัสสปะดำรงตำแหน่งสังฆปรินายก
สืบพระธรรมต่อเนื่องจากพระพุทธองค์ต่อไป

ความเชื่อนี้สอดคล้องกับบันทึกประวัติพระพุทธศาสนา
ที่ระบุว่า สามเดือนหลังจากพระพุทธองค์ปรินิพพาน
พระมหากัสสปะได้เป็นประธานจัดสังคายนาขึ้นเป็นครั้งแรก
ณ ถ้ำสัตบรรณคูหา กรุงราชคฤห์ โดยพระเจ้าอชาตศัตรูเป็นองค์อุปถัมภ์

...

... 

ความงดงามของดอกบัว ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ที่สวยงาม
แต่ยังแฝงความหมายที่อ่อนโยนและแข็งแกร่งไปพร้อมกัน
ให้ยืนหยัดต่อสู้ พัฒนาตนเองเพื่อความสำเร็จแก่ชีวิต
แสวงหาอนาคต โดยไม่ละทิ้งอดีตของตนเองไป

เพื่อที่จะเข้าใจความหมายของดอกบัวนั้น
ไม่จำเป็นต้องรู้จักคำแขก (บาลีสํสกฤต) ก็ได้
ถ้อยคำเป็นเพียงสะพานเชื่อมโยงความเข้าใจเท่านั้น
อาจช่วยให้เราครุ่นคิดเกี่ยวกับมันได้บ้างในเบื้องต้น
แต่เมื่อเข้าใจลึกซึ้งลงไปแล้ว ถ้อยคำก็หมดความหมาย
เพราะภาษาของความเข้าใจนั้น เป็นของประจักษ์เฉพาะตน
เรารับรู้ในใจได้ โดยไม่ต้องอธิบายกันให้ยืดยาว

ขอเพียงแค่เราครุ่นคิด พินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
มองเห็นความงาม เข้าใจความหมายในแง่สัญลักษณ์
มองรอบตัวให้มากกว่าแค่สิ่งที่อยู่รอบตัว มองให้ลึกลงไป
เราย่อมจะเข้าใจคุณค่าของธรรมชาติมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

เพราะธรรมชาตินั้นเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ เป็นครูของสรรพสิ่ง
สิ่งที่ธรรมชาติมอบให้แก่เรา คือตำราชีวิตเล่มใหญ่ ที่ชื่อว่าโลก
แต่เราจะเข้าใจเนื้อหาในตำรานั้นได้มากน้อยแค่ไหน ก็อยู่ที่ตัวเรา
ว่าเราจะสนใจ ใส่ใจ และตั้งใจศึกษามันได้มากสักแค่ไหนกัน
หรือจะปล่อยให้ชีวิตผ่านไปวันๆ โดยไม่เคยสนใจอะไรเลย

...

 

... 

"...ดอกบัวนั้นเกิดแต่ตม จึงได้ชื่อว่า ปงฺกช
แต่ก็สามารถสลัดตม แล้วชูช่อรับแสงอรุณเหนือตมนั้นได้
โดยไม่ทิ้งคราบไว้บนดอกและใบของมันแม้แต่น้อย
เหมือนดังจิตใจของคน ที่แม้จะมีชาติกำเนิดต่างกันเพียงไร
แต่ด้วยความเพียร ย่อมสามารถเลื่อนชั้นฐานะของตนได้
สมกับชื่อ กมล ที่หมายความได้ทั้งดอกบัวและจิตใจไปพร้อมกัน..."

วันไหนว่างๆ ได้นั่งมองดอกบัว แล้วย้อนกลับมาดูตนเอง
พร้อมกับเหลียวมองรอบข้าง มองธรรมชาติที่รายล้อมรอบกาย
คงได้เห็นบ้างแหละว่า ธรรมชาตินั้นงดงามและเปี่ยมคุณค่าเสมอ

แม้แต่น้องหมาที่วิ่งวนงับหางตัวเอง อยู่ข้างๆ สระน้ำคูบัวนั้น

...

...

ปล. ๑ หายไปนาน นั้นแต่ปลายปีที่แล้ว (ดูเหมือนนาน)
เพราะการสอบที่เรียงกันเข้ามาทุกสัปดาห์ ยากบ้างง่ายบ้างปนกันไป
จนถึงวันนี้ การสอบยังคงจะมีเข้ามาอีกเรื่อยๆ จนกว่าจะจบ
เว้นระยะห่างพองาม ให้ได้นอนหายใจบ้างนิดหน่อยเท่านั้น
แต่ถึงจะมีภาระงานหลายอย่างประดังกันเข้ามาก็ตาม
ก็ใช่ว่าจะทิ้งร้างห่างหายไปเลย เพียงแค่เว้นๆ ไปบ้างแค่นั้น
บนโลกนี้ คนที่เขาทำงานมากกว่าผมยังมีอีกเยอะ

ปล. ๒ ประชาสัมพันธ์หนังสือทำมือ "ละมุนละไม"
รวมบทความ บทกวี เรื่องสั้น ที่อบอุ่นสำหรับหัวใจที่อ่อนโยน
ผลงานของ "พราวฝัน" และเพื่อนร่วมก๊วนอีกหลายคน
ใครสนใจ ติดต่อได้ที่
http://sandglass-writings.exteen.com
หรือ sandgirl_sandglass@hotmail.com ครับ

...

...

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

Comment

Comment:

Tweet

เป็นผู้มาใหม่แวะมาทักทายคะ
จะขอติดตามผลงานของพี่เรื่อยๆนะ:]

#18 By ฮ.นกฮูก on 2010-02-10 18:29

ชอบบทความนี้จังค่ะ^^
เขียนเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาได้น่าสนใจและน่าศึกษามาก โดยเฉพาะข้อความที่บอกว่า "เพราะธรรมชาตินั้นเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ เป็นครูของสรรพสิ่ง
สิ่งที่ธรรมชาติมอบให้แก่เรา คือตำราชีวิตเล่มใหญ่ ที่ชื่อว่าโลก"เพราะว่าวันนี้ก็มีโอกาสได้ฟังข้อความที่มีความหมายในทำนองนี้มาเหมือนกัน

อ้อ..อยากถามจังค่ะ ว่าทำไมพี่ถึงมีความสนใจในเรื่องของภาษาไทยแล้วก็พระพุทธศาสนาและสังคมอย่างลึกซึ้งมากขนาดนี้ อะไรเป็นแรงบันดาลใจเหรอค่ะ ??

ปล.ขอบคุณสำหรับบทความดีๆที่ทำให้เก็บไปคิดนะคะbig smile open-mounthed smile big smile embarrassed

#17 By ~sunizza~ on 2010-01-25 00:24

หายไปกลั่นกรองบทความแน่เลย ดีทั้งคำและความหมายเลยงิ
เรื่องน๊าอ่านมั๊กมาก

ว่าแต่หายไปนานๆ

มะคิดเถิงชาวexteenบ้างเหรอจ๊ะ

#15 By KoyKunG on 2010-01-19 15:12

Hot!

ไว้ซักวันเราจะเป็นบัวที่โผล่พ้นน้ำแล้วค่ะ :D

(ท่าทางจะยากแฮะ -..-)

#14 By ,,A|way$_tOgether* on 2010-01-19 11:39

ทำตัวให้เหมือนดอกบัว big smile Hot!

#12 By Krai W. on 2010-01-18 23:06

Hot! ชอบแนวดี confused smile confused smile

#11 By Mode Bangkok on 2010-01-18 23:02

Hot! Hot!

ชอบเรื่องนี้จังเลยค่ะ

นึกถึงบัวสี่เหล่า ที่พ่อสอนให้ฟังตอนเด็กๆ

ได้อ่านของคุณหมอแล้ว รู้สึกดีจริงๆ

ไม่รูจะเม้นท์อะไรเลยค่ะ

พูดได้คำเดียวชอบ ขอบคุณนะคะ

#10 By Pat on 2010-01-18 22:37

มาซึมซับความงดงามแก่จิตใจด้วยคนค่ะ
กลอนสวยงาม ทั้งด้านภาษาและความหมายที่แฝงอยู่...

"ถ้อยคำเป็นเพียงสะพานเชื่อมโยงความเข้าใจเท่านั้น
อาจช่วยให้เราครุ่นคิดเกี่ยวกับมันได้บ้างในเบื้องต้น
แต่เมื่อเข้าใจลึกซึ้งลงไปแล้ว ถ้อยคำก็หมดความหมาย
เพราะภาษาของความเข้าใจนั้น เป็นของประจักษ์เฉพาะตน เรารับรู้ในใจได้ โดยไม่ต้องอธิบายกันให้ยืดยาว"

เห็นด้วยมากๆเลย เพียงแค่เข้าใจอย่างถ่องแท้ด้วยมโนสำนึก ก็ไม่ต้องใช้ภาษาอันสลับซับซ้อนใดๆทำความเข้าใจแล้ว
...

ธรรมชาตินั้นงดงามเสมอ ความซื่อตรงจริงใจและความบริสุทธิ์ของมันนั้นให้อะไรหลายอย่าง เป็นบทเรียนที่ดี แล้วยังเป็นเครื่องเยียวยาหัวใจในยามอ่อนล้า...

หวังว่าโลกนี้จะเต็มไปด้วยดอกบัวที่กำลังพยายามชูช่อโผล่ตัวพ้นน้ำ แม้จะใช้เวลา แต่...วันหนึ่งดอกบัวเหล่านั้นก็คงชูช่อสวยงามรับแสงอาทิตย์อย่างสุขใจ

ขอบคุณนะคะ ที่ทิ้งท้ายด้วยการช่วยกันโปรโมตหนังสือ
ปลื้มใจจัง ><

#9 By S@nDGLasS on 2010-01-18 22:31

สิ่งที่อยู่รอบตัวสร้างความเข้าใจให้เราได้ดีเสมอ..หากว่าตั้งใจใช้ชีวิตจริงๆ ค่ะ

ขอบคุณสำหรับดอกบัวที่นำมาฝากค่ะ

#8 By มิตร on 2010-01-18 18:42

หายไปนายเลยค่ะ
....
สาระดีเช่นเดิมbig smile

#7 By nudee on 2010-01-18 10:13

ผมเป็นบัวเหล่าไหนก็ไม่รู้แฮะ
แต่ได้อ่านเรื่องของน้องบงกชแล้วซาบซึ้งcry

#6 By pakazite on 2010-01-18 08:46

น้อมรับไปคิด และปฎิบัติคร้าบบ

อากาศหนาวๆร้อนๆ รักษาสุขภาพด้วยนะคร้าบบbig smile

#5 By youuue on 2010-01-18 00:17

ไม่อับนานเลยนะคับ มาอ่านสาระดีๆ ครับ ขอบคุณๆbig smile

#4 By E.T.*** on 2010-01-17 21:41

มาซึมซับรับถ้อยคำที่มากคุณค่า..ขอรับ

สนใจในหนังสือหาซื้อได้ที่ไหนขอรับ

#3 By ฅนข้างถนน on 2010-01-17 20:20

อืม.... ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้คุณค่าของดอกบัว
ไม่เคยแม้แต่จะสงสัยว่า

ทำไมกันหนอ...
เวลาไหว้พระถึงใช้ดอกบัว?
ทำไมกันหนอ...
พระพุทธเจ้าจึงมีคำสอนโดยใช้ดอกบัวเปรียบเทียบ?


ขอบคุณที่มาแบ่งปันความรู้ค่ะ big smile

#2 By Doru-Kun™ on 2010-01-17 20:07

...เรื่องดี ภาพสวย...O_o
ชอบค่ะ/คับbig smile big smile Hot!

#1 By ...jakatung... on 2010-01-17 20:06

Recommend