...

เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เริ่มมาได้สักระยะแล้ว
ยามค่ำคืน ตามถนนหนทางประดับด้วยไฟกระพริบระยับ
ร้านค้า ห้างสรรพสินค้าใหญ่ พากันตกแต่งร้านรับบรรยากาศ
แม้ในสำนักงานราชการ หรือตามบ้านเรือนทั่วไปก็เหมือนกัน
ผู้คนต่างพากันออกเดินเที่ยวเล่น จับจ่ายซื้อของขวัญ
บ้างก็ดื่มกิน โพสต์ท่าถ่ายรูปคู่ต้นไม้ไฟ ตามสถานที่ต่างๆ
ยิ่งใกล้วันปีใหม่ บรรยากาศก็ยิ่งคึกคัก สว่างไสวไปหมด
เสียงเพลงฉลองปีใหม่ทั้งไทยและเทศ ดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย
ทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนแปลงไป เจริญหูเจริญตาทั้งนั้น

ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปมาก
จนไม่น่าเชื่อเลยว่า ความสว่างไสวในยามค่ำคืน
อย่างที่เรามองเห็นอยู่ทั่วไปในช่วงเวลานี้
จะเกิดขึ้นในสถานที่เดียวกันกับความวุ่นวายระหว่างปี
ที่ต่อเนื่องยาวนาน จนไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไร

... 

เมื่อถึงช่วงปีใหม่ ทุกบ้านเรือนจะเตรียมตัวต้อนรับ
หลายบ้านทำความสะอาดกันยกใหญ่ ซื้อของใช้ใหม่
กะว่าปีใหม่นี้ ของเก่าๆ จะหมดไป ของใหม่ๆ จะเข้ามา
ไม่เฉพาะแต่ข้าวของเครื่องใช้ แต่หมายรวมถึงผู้คนรอบกาย
ตลอดจนความรู้สึกภายในใจ ที่เก่าเก็บคั่งค้างมานานนับปี
ถือเอาวันสิ้นปีเป็น "วันล้าง" และวันปีใหม่เป็น "วันรับ"
คือ ล้างสิ่งเลว แล้วรับสิ่งดีเข้ามาในชีวิตของตัวเอง

บางคนเลือกที่จะเปลี่ยนแฟน เปลี่ยนคนขับรถ
หรือเลือกจะ "ทำอะไรๆ" กัน ในวันปีใหม่นี้เอง
เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดีๆ ที่จะมีต่อเนื่องยาวนาน

แต่ความจริงจะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่มีใครรู้

...

...

หลายเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาตั้งแต่ต้นปี จนจะพ้นปลายปี
บางคนบอกว่า "...ปีที่ผ่านมาทั้งปีไม่มีอะไรดีเลย น่าเบื่อจริงๆ..."
อีกหลายคนบอกว่า "...อยากให้ปีหน้าเป็นเหมือนกับปีนี้อีก..."
ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือ บอกว่า "...ยังไงก็ได้ ไม่ต่างกันนักหรอก..."
เรื่องราวที่ผ่านมาเหล่านั้น ไม่เพียงแต่ต่างกันเฉพาะตัวคน
แต่เนื้อแท้ ยังต่างกันที่การรับรู้ และความรู้สึกของแต่ละคนด้วย

จริงหรือไม่ ที่เมื่อคนสองคน, หรืออาจจะมากกว่านั้น,
เมื่อพบเจอเหตุการณ์อย่างเดียวกัน สถานการณ์เดียวกัน
กลับรับรู้ เข้าใจ และรู้สึกต่อเหตุการณ์นั้นๆ แตกต่างกันไป
ทั้งนี้ ย่อมขึ้นกับเรื่องราวอื่นๆ ที่เคยผ่านมาในอดีต
และพื้นฐานความคิด พื้นฐานจิตใจเดิมของคนๆ นั้น
ที่จะหล่อหลอมกรอบความคิดอันเป็นเอกลักษณ์
สร้างม่านการรับรู้ขึ้นมา เพื่อคัดกรองแสงสว่างที่จัดจ้า
และเลือกมองเห็นโลกเฉพาะที่ใจของตัวเองต้องการ

หนึ่งปีที่ผ่านไปของแต่ละคน จึงแตกต่างกันตรงนี้
เมื่อเลือกใช้ม่านต่างสี ต่างลวดลาย แสงที่ลอดผ่านจึงต่างกัน
ทำให้ความรู้สึกของแต่ละคนแตกต่างกันไปด้วย
หากม่านนั้นสีสดใส แสงและความรู้สึกก็คงสดใสตาม
แต่หากม่านนั้นหม่นคล้ำ จะให้รู้สึกรื่นเริงได้อย่างไร ?

"...คนที่เผลอกั้นม่านสีหม่นหมอง จึงบ่นตลอดปี
ว่า ชีวิตของตัวเองนั้นไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง
งานก็ไม่เดิน ตำแหน่งเงินเดือนก็ไม่เลื่อนไปไหนสักที
เที่ยวทำบุญเจ็ดวัดเก้าวัด สะเดาะเคราะห์ขจัดโศก
แต่แล้วกลับเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย..."

จุดหลักจึงอยู่ที่ม่านของเรา ถ้ายังคงหม่นหมองอยู่อย่างนั้น
จะเที่ยวทำบุญล้างบาปสักเพียงไร คงช่วยได้สักพักหนึ่ง
ถ้าใจเรายังหมองอยู่ มันจะช่วยได้นานสักแค่ไหนกัน ?

...

...

นับว่ายังโชคดีอยู่มาก ที่ม่านมองโลกนั้นไม่คงตัว
เราอาจซักทำความสะอาดม่านของเราได้เมื่อต้องการ
หรือจะรื้อเปลี่ยนใหม่เสียทั้งหมดก็ได้เหมือนกัน ไม่ยาก
หากแต่ต้องรู้ว่าจะเปลี่ยนมันเมื่อไหร่ และจะเปลี่ยนอย่างไร
ร่วมกับความอดทนพยายามอีกหน่อย เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
ที่จะทำให้ม่านของเราเป็นม่านแห่งความสดใส
ขับไล่ความหม่นหมองออกไปจากใจของเราเสียที

พึงระลึกเสมอว่า โลกที่เราเห็นนี้ ไม่ใช่โลกความจริงเลย
เพราะโลกที่เรามองเห็น ปรุงแต่งไปด้วยความคิดของเรา
หากเราคิดดี โลกก็ย่อมดีตามความคิด สอดคล้องกันไป
แต่หากคิดร้าย อะไรๆ มันก็ร้ายไปหมดเหมือนกัน

...

บางที ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบกาย
แรงบีบคั้นของสังคม ที่คอยกดดันด้วยแรงมหาศาล
ทำให้คนทั่วไปต้องดิ้นรน เร่งรีบ ต่อสู้กับแรงบีบคั้นนั้น
หวังเพื่อจะลืมตาอ้าปาก ยืดอกในสังคมได้อย่างเต็มภาคภูมิ
เวลาทั้งหมดในชีวิต จึงหมดเปลืองไปกับการแสวงหา
ไขว่คว้า - ผลักไส สิ่งต่างๆ ที่รายล้อมอยู่รอบกาย
จนแทบไม่เหลือเวลานั่งพัก ไม่แม้แต่จะหยุดครุ่นคิด
เกินแรงที่จะย้อนกลับมาดูแลม่านใจของตัวเอง

เมื่อหลงใหลกับกระแสความเปลี่ยนแปลงในสังคม
เวลาที่จะพินิจใคร่ครวญเรื่องภายในใจจึงไม่มี
ม่านใจที่ผ่านละอองฝุ่นในสังคมมานานหลายปี
จึงเลอะเทอะเกรอะกรังด้วยคราบสกปรก ติดแน่นเนื้อใน
ยิ่งไม่เคยคิดจะซักทำความสะอาด คราบนั้นยิ่งติดแน่น
นานวันเข้า บรรยากาศภายในก็จะมีแต่มืดมนลงไป

ทั้งที่ผงซักฟอกชนิดพิเศษ ซักได้สะอาดถึงเนื้อใน
ก็วางอยู่ใกล้ๆ มือของเรานี้ - แต่เรามองไม่เห็นเอง

การเดินตามสังคม ไม่ใช่สิ่งที่ผิด ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
แต่การเดินตามนั้นต้องเดินอย่างมีสติ รู้ตัวทั่วพร้อม
ไม่ใช่แต่เดินตามๆ กันไป อย่างที่อ้างว่า "เดินตามมหาชน"
คนเรามีความสามารถในการรับรู้ว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด
และอาจเลือกเอาสิ่งที่ดีงาม เหมาะสมแก่ตนเองได้
ทำไมเราจึงไม่ใช้ความสามารถที่มีอยู่นั้นให้เป็นประโยชน์

"...ม่านในใจนั้นเปลี่ยนไม่ยาก ถ้าอยากจะเปลี่ยน
วิธีการคือ ใช้ความรู้ตัวทั่วพร้อม พิจารณาเรื่องราวที่ผ่าน
มองให้เห็นว่า เรื่องราวใดบ้างที่ดี เรื่องใดบ้างที่ไม่ดี
และที่ว่าดีหรือไม่ดีนั้น มีรายละเอียดแตกต่างกันอย่างไร
มีสิ่งใดที่จะช่วยชำระม่านใจของเราให้สดใสได้บ้าง..."

การที่เรารู้ว่าสิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี และรู้จักเลือก
ก็เหมือนกันการซัก หรือรื้อเปลี่ยนม่านใจของเรา
สิ่งใดไม่ดีก็โยนมันทิ้งไป เลือกเก็บเอาสิ่งที่ดีไว้
จับเอามาประดับตกแต่งม่านใจ ให้สวยงามกว่าเดิม
เพื่อที่แสงซึ่งลอดผ่านเข้ามา จะได้มีแต่ความสดใสรื่นเริง

...

...

ปีใหม่ - จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ที่เราจะได้พักผ่อน
เพื่อทบทวนหัวใจ ซักล้าง หรือรื้อเปลี่ยนม่านใจของเรา
เพราะเป็นวันหยุด ที่เราจะได้ทบทวนเรื่องราวที่เคยผ่านมา
สอบถามทุกข์สุขในหัวใจของเราเอง, อย่างคนรักและคุ้นเคย,
เรื่องใดผ่านมาแล้ว ทำให้เราเจ็บช้ำ หรือทำให้เรามีความสุข
เราก้าวผ่านวันเวลานั้นมาได้อย่างไร มันสอนอะไรเราบ้าง
มีเรื่องใดบ้างไหม ที่เราควรมันโยนทิ้งไปจากใจ
และมีเรื่องใดบ้าง ที่เราควรเก็บประทับในความทรงจำ

เส้นทางชีวิตที่แสนยาวไกล คงไม่โรยด้วยดอกกุหลาบ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะต้องเต็มไปด้วยขวากหนามเสมอไป
ทั้งดอกกุหลาบและขวากหนาม แท้จริงเป็นเพียงภาพในใจ
ซึ่งสะท้อน หรือลอดผ่านม่านหัวใจของเราเข้ามา
ภาพนั้นจะประทับฝังในความทรงจำของเราอย่างไร
จะตรึงแน่นในม่านใจของเราแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับหัวใจของเราจะเป็นคนเลือกเอง

"...ก่อนที่ปีใหม่จะผ่านไป จนกลายเป็นปีเก่าอีกปี
และก่อนที่เรื่องราวเก่าๆ จะย้อนกลับมาทำร้ายใจอีกครั้ง
ลองปลดม่านใจของเราลงมาซักล้าง รื้อเปลี่ยนใหม่เสียบ้าง
ล้างสิ่งเลวออกไป แล้วรับเอาสิ่งดีๆ เข้ามาสู่ใจของเรา
ปักประดับลวดลายความทรงจำ ให้สวยงามน่ามอง

ย่อมจะทำให้ชีวิตของเรา เต็มเปี่ยมด้วยความสุขอย่างที่ต้องการ..."

อย่าปล่อยให้วันหยุดปีใหม่ หมดเปลืองไปกับการเที่ยวเล่น
ฉลองรื่นเริง กินดื่มชมไฟ หรือ "สุขซ่าน" เพียงชั่วครั้งคราว
แต่ขอให้ย้อนกลับมาเปลี่ยนแปลงภายใน เพื่อความสุขที่ยั่งยืน
 

...

...

ท้ายความ...

หายหน้าไปหลายอาทิตย์ เพราะการสอบกระชั้นชิดเหลือเกิน
แค่เวลาจะออกกำลังกาย พักผ่อนหายใจ ยังไม่ค่อยมีเลย
แม้จะมีความคิดอยากพูดคุยกันมากเพียงไร แต่เมื่อเวลาไม่มี
ก็คงสุดวิสัยที่จะบอกเล่าสู่กันฟัง - เป็นเรื่องธรรมดา

จนถึงตอนนี้ ชีวิต พบ. ยังเหลือการสอบอีก ๓ ครั้ง
ส่วน ป.ทศ ยังเหลือการสอบอีก ๒ ครั้ง ก็จะเรียนจบแล้ว
แต่ในความจริง บททดสอบในชีวิตอีกมากมายกำลังจะตามมา
และที่สำคัญ เราไม่อาจรู้แน่ชัดเลยว่า การสอบนั้นจะมาถึงเมื่อไร
สิ่งที่ทำได้ จึงมีเพียงการเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอเท่านั้น

...

บอกลาวันสิ้นปี ต้อนรับวันปีใหม่, ชีวิตใหม่,
ขอให้มีความสุขกับทุกๆ วันที่ผ่านเข้ามาครับ

[สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๓]

...

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

Comment

Comment:

Tweet

Happy Birthday นะคะพี่อาร์ต

ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ ^__^

#22 By eing&mo (202.28.181.220) on 2010-01-14 23:45

สงสัยเล่น ๆ ว่าความทรงจำทั้งหลายที่เกิดขึ้นในเวลา 360 กว่าวันนั้น จะใช้เวลาเพียงแค่วันหยุดปีใหม่ 3-4 วัน นั่งนึกไล่ย้อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดได้อย่างไร

ไหนจะต้องมาพยายามคัดเลือกอีกว่าสิ่งไหนดีควรจดจำ สิ่งไหนไม่ดีควรเก็บไว้ในส่วนลึก

ทางที่ดีรื้อเปลี่ยนม่านใจบ่อย ๆ นอกจากแต่ละครั้งจะไม่ต้องรื้อกันอย่างยาวนานแล้ว ยังทำให้การจับความผิดปกติในจิตใจเกิดขึ้นเร็วกว่าด้วยนะ

สุขสันต์ปีใหม่ครับ

#21 By Highwind on 2010-01-10 11:46

สวัสดีปีใหม่ค่ะ..big smile confused smile
ขอมีความสุขมากๆนะคะbig smile

#20 By omiiko-choco on 2009-12-30 16:35

sad smile เป็นสมาชิกใหม่ของที่นี่..ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย..ขอบคุณที่ไปร่ายลำนำไพเราะให้ได้อ่าน...big smile
ขอบคุณค่ะ

#18 By parnjai on 2009-12-29 14:02

อีกหนึ่งปีกำลังจะผ่านพ้นไปแล้วเนอะ...ไวจังเลย

ถ้าคิดในมุมหนึ่ง "วันปีใหม่"มันก็เหมือนเป็นเพียงวันๆหนึ่งที่จะผ่านพ้นไปเหมือนทุกๆวัน การที่จะมาคิดเปลี่ยนแปลงแค่ตอนปีใหม่ ปล่อยให้วันที่เหลืออยู่ในท้ายปีผ่านเลยไป รอปีใหม่มาถึงแล้วค่อยริเริ่มทำโน่นทำนี่ บางทีอาจจะช้าไป หรือปล่อยให้เวลาผ่านเลยอย่างไร้ความหมาย...

แต่จริงๆแล้ว การกำหนด"วันปีใหม่"ขึ้นมา ก็ทำให้เราต่างได้เห็นจุดเปลี่ยนแห่งเวลา และมีโอกาสได้หยุดคิด ทบทวนอย่างจริงจังกับเป้าหมายเก่า วิถีทางของตัวเองช่วงปีที่ผ่านมา ระหว่างที่หยุดหลายวัน เป็นช่วงเวลาที่ใจพร้อมจะ"เปลี่ยนแปลง"มากกว่าวันอื่นๆ เพราะได้พักใจคลายความเหนื่อยล้า และรีเฟรชตัวเองให้พร้อมที่จะเดินต่อไป ปรับเปลี่ยนเป้าหมายและแผนชีวิตอีกครั้ง อีกทั้งยังเป็นเวลาที่คนเราจะได้ส่งความสุขให้แก่กัน ได้พบเจอครอบครัว คนที่รัก... ทิ้งเรื่องไม่ดีเก่าเก็บไปได้เสียที ถ้าไม่มีการกำหนดวันๆนี้ขึ้นมา ก็คงจะดูเป็นวันธรรมดาๆที่ผ่านไปอีกวันอย่างไม่รู้จุดหมายโดยไม่มีป้ายบอกว่า "ถึงเวลาแล้วล่ะที่เราควรรื้อเปลี่ยนม่านใจ นำมันมาซักเสียบ้าง" ...

น่าเห็นใจคนไม่ได้หยุดจัง ยังไงก็สวัสดีปีใหม่(ล่วงหน้า)เช่นกันน้า ใกล้จบแล้ว สู้ๆนะคะ big smile

#17 By S@nDGLasS on 2009-12-28 19:14

สวัดสดีปีใหม่น๊าขร๊าdouble wink surprised smile double wink

#16 By KoyKunG on 2009-12-28 15:03

เรายังอยากให้ปีใหม่เป็นดังปีเก่าค่ะ :D

สวัสดีปีใหม่นะคะ ^_____________^

#15 By ,,A|way$_tOgether* on 2009-12-28 13:50

ช่วงนี้ก็อยากซักผ้าม่านเหมือนกันครับ
นอกจากนี้ยังต้องถูห้อง และซักผ้ากองพะเนินด้วย

#14 By pakazite on 2009-12-28 07:32

สวัสดีปีใหม่นะครับ

#13 By อั๊พ on 2009-12-28 02:02

ขอบคุณสำหรับบทความที่กลั่นกรองมาให้เน้อ ส่งท้ายปีด้วยบทความชื่นใจ
ขอบคุณที่ไปเม้นให้นะคะ
แล้วจะเอาเก็บไปคิดคะ ^ ^'

เมื่อวานก็เพิ่งไปถ่ายไฟที่เซนเวิร์ดมาเหมือนกัน
คนเยอะมากมาย รึกครื้นต้อนรับปีใหม่

สุขสันต์วันปีใหม่และโชคดีในการสอบคะ
ปล.ชอบบทความมากมาย Hot!

#11 By яecogиιcε ; on 2009-12-27 22:59

... บทความดีๆเสมอๆ big smile มีความสุขมากๆเช่นกันนะฮะพี่อาร์ต double wink

#10 By มดส้มจ่อย on 2009-12-27 22:54

เปลี่ยนม่านในทุกบ่อยสร้างสีสันให้กับชีวิตค่ะ

เปลี่ยนม่านแล้วอย่าลืมเปิดหน้าต่างนะคะ

มีความสุขมากๆ ค่ะHot! Hot! Hot!

#9 By มิตร on 2009-12-27 19:57

ขอบคุณสำหรับบทความมากเลยคร้าบบ

อ่านแล้ว เห็นอะไรขึ้นอีกมาก

รักษาสุขภาพด้วยนะคร้าบบ

สุขสันต์เทศกาลปีใหม่คร้าบบHot! big smile

#8 By youuue on 2009-12-27 19:56

ขอให้กำลังใจสำหรับการสอบค่ะ big smile

วันหยุดสิ้นปี เห็นจะต้องปัดฝุ่นม่านกันซะทีนะคะ

#7 By neverbeen kiss* on 2009-12-27 18:01

อืม..เป็นคำแนะนำที่ดีครับ..

สวัสดีปีใหม่ครับผม..ขอให้มีความสุขตลอดไป

#6 By ฅนข้างถนน on 2009-12-27 16:42

สวัสดีปีใหม่ครับ confused smile confused smile

#5 By Krai W. on 2009-12-27 16:26

ม่านใจ..เหมือนใจที่มองโลกในมุมแบบไหน big smile

ไม่ได้ค่อยได้แวะเข้ามาอ่าน หลังๆโรคขี้เกียจเข้าสิงค่ะ sad smile

แต่เป็นบทความที่มีประโยชน์ เห็นด้วยที่สุด ขอให้ลูกบอลค่ะHot! Hot! Hot!

#4 By vinn* on 2009-12-27 16:08

สวัสดีปีใหม่ค่ะ big smile

#3 By พ. on 2009-12-27 16:08

ปล่อยให้สิ่งเก่าผ่านไปแล้วรับสิ่งใหม่ที่ผ่านเข้ามา
มันเป็นความจริงของวันสิ้นปีค่ะ

ปีนี้หรือปีหน้าที่จะผ่านเข้ามา จะมีทุกข์หรือสุขมากแค่ไหน
เรื่องในอนาคตเราไม่สามารถรู้ได้ แต่ถ้ามีสุขมากกว่าทุกข์ก็ดีน่ะสิคะ

ตอนนี้ถึงงานจะหนัก แต่ก็อย่าหักโหมมากนะคะ
เรื่องสอบก็สู้ๆค่ะ หาเวลาพักผ่อนบ้าง ถึงจะน้อยแต่ก็ยังได้พักนะ

#2 By *REENNY* on 2009-12-27 16:07

วู้ ปีใหม่ชีวิตใหม่ โดนใจซะไม่มีopen-mounthed smile

Recommend