๑๑๑. นาฬิกาที่เดินไม่ตรงกัน
posted on 06 Sep 2009 15:40 by raynartz in Bio-Psycho-Social-Linguistic
ในห้องนอนของฉันมีนาฬิกาอยู่หลายเรือน
เรือนหนึ่ง ตั้งไว้ที่โต๊ะทำงาน สะดวกเวลาต้องทำงานนานๆ
จะได้เหลียวมองแป๊บๆ แล้วรู้ทันทีว่าขณะนั้นกี่โมงแล้ว
อีกสองเรือน ตั้งไว้ที่หัวเตียง เรื่องหนึ่งใช้ปลุก อีกเรือนใช้ดู
ที่ต้องทำอย่างนี้ เพราะจอภาพของเรือนที่ใช้ตั้งปลุกมันเสีย
ส่วนเรือนที่ใช้ดูเวลา ก็ดันไม่ชอบเสียงปลุกของมันซะอีก
เลยพบกันครึ่งทาง, ใช้ประโยชน์มันคนละอย่างนี่แหละ คุ้มดี
นอกจากนาฬิกาตั้งโต๊ะ ยังมีนาฬิกาข้อมือ นาฬิกามือถือ
หรือแม้แต่เครื่องเล่น mp3 ก็ยังใช้เป็นนาฬิกาได้เหมือนกัน
เผื่อเวลาไปฟิตเนสส์ ไม่สะดวกที่จะสวมนาฬิกาข้อมือ
ส่วนมือถือก็มักจะทิ้งเอาไว้ในล็อกเกอร์ ไม่อยากพกติดตัว
อาศัยดูเวลาจากเครื่อง mp3 ไปพลางๆ ก็สะดวกดีเหมือนกัน
...
...
เมื่อมีนาฬิกาหลายเรือน การดูเวลาจึงทำได้สะดวกมากขึ้น
ไม่ว่ากำลังนั่งทำงาน อยู่ในฟิตเนสส์ เข้านอนหรือตื่นนอน
เพียงแค่มองดูนาฬิกาเรือนที่อยู่ใกล้ ก็รู้เวลาได้ทันที
ทำให้รู้สึกว่า เวลาเป็นของสามัญที่ใครก็เป็นเจ้าของได้
เพียงแค่ปรับนาฬิกา ก็ปรับแต่งเวลาได้อย่างที่ใจต้องการ
หลายครั้งจึงเผลอมองข้ามความสำคัญของเวลาไปโดยไม่ตั้งใจ
ปัญหาอย่างหนึ่ง ของคนที่มีนาฬิกาหลายเรือน
แม้จะสะดวกในการดูเวลา ทำให้รู้เวลาได้ทุกครั้งที่ต้องการ
แต่ไม่อาจรับประกันได้เลยว่า เวลาที่ดูอยู่นั้นจะตรงกันเสมอไป
เพราะนาฬิกาแต่ละเรือน มีช่วงเวลาที่คลาดเคลื่อนกันอยู่
บางเรือนเดินเร็ว บางเรือนเดินช้า หรือบางทีก็หยุดเดินเอาดื้อๆ
เวลาทำงานเพลินๆ มองดูเวลายังไม่ดึกเท่าไหร่ ก็ทำงานต่อไป
พอดูนาฬิกาอีกครั้ง - เอ๊ะ ! ดูเหมือนเวลาผ่านไปช้าจริง ?
ที่ไหนได้ นาฬิกาเรือนนั้นหยุดเดินมาตั้งชั่วโมงหนึ่งแล้ว
"...นาฬิกาจึงเป็นมายาคติอย่างหนึ่งที่ครอบงำจิตใจ
ซึ่งอาจลวงให้เราเข้าใจเกี่ยวกับเวลาผิดไปจากความเป็นจริง
ยิ่งผูกใจไว้กับนาฬิกามากเพียงไร ก็ยิ่งเข้าใจเวลาผิดไปเท่านั้น..."
เมื่อนาฬิกาแต่ละเรือนเดินคลาดเคลื่อนไปจากเดิม
เจ้าของนาฬิกาจึงต้องหมั่นตรวจสอบกันบ่อยครั้ง
คอยดูว่า นาฬิกาเรือนไหนเดินช้า เดินเร็ว หรือเรือนไหนหยุดเดิน
เพื่อที่จะปรับเวลาให้ตรงกัน หรือให้ใกล้เคียงกันมากที่สุด
เพียงหวังในใจว่า ต่อจากนี้ไป นาฬิกาทุกเรือนคงจะเดินตรงกัน
แม้จะต้องคอยตรวจสอบ คอยปรับเวลาใหม่บ้างก็ตามที
...
...
แต่ความจริงมักไม่เป็นไปอย่างที่เราต้องการ
เมื่อเวลาผ่านไป นาฬิกาที่เราเคยปรับให้ตรงกันแล้วก่อนหน้านี้
ก็เริ่มเดินคลาดเคลื่อนกันอีก ทำให้ต้องตามปรับแก้อยู่บ่อยๆ
คงเป็นเพราะนาฬิกาแต่ละเรือนถูกออกแบบมาไม่เหมือนกัน
ช่วงเวลาในแต่ละเข็มวินาที ตีวงรัศมีมากน้อยไม่เท่ากันสักเรือน
จึงเป็นธรรมดาที่เมื่อเวลาผ่านไป นาฬิกาเหล่านี้จะเดินไม่ตรงกัน
จังหวะการเดินของนาฬิกา จึงอาจเปรียบได้กับความรู้สึกของคนเรา
ทุกคนถูกออกแบบมาไม่เหมือนกัน ผ่านการอบรมมาต่างครอบครัว
ประสบการณ์ชีวิตที่เคยผ่าน อาจสอนบทเรียนให้กันคนละบท
คนจึงมีความคิด มีการแสดงออกที่ไม่เคยจะเหมือนกันเลยสักครั้ง
คล้ายกับนาฬิกาที่เดินเร็วเดินช้าไม่เท่ากัน แม้แต่เรือนเดียวกันก็ตาม
แล้วจะหวังให้ใครสักคนเดินพร้อมกับเราในทุกๆ ก้าวได้อย่างไร
เมื่อแต่ละคนมีความแตกต่าง สังคมของเราจึงหลากหลาย
แม้คนสองคนที่ว่ามีความคิดคล้ายๆ กัน ก็ยังไม่เหมือนกัน
พอมาอยู่ร่วมกันจริงๆ แล้ว จึงเริ่มมองเห็นความแตกต่างนั้น
เหมือนกับนาฬิกาแต่ละเรือน ที่ตอนแรกก็เหมือนจะเดินตรงกัน
นั่นเพราะความแตกต่างที่มีอยู่น้อยนิด เกินกว่าจะมองเห็น
แต่เมื่อปล่อยทิ้งไว้ เกิดการสะสมจนเห็นชัดว่าไม่ตรงกันแล้ว
ต้องหมั่นปรับจูนให้ตรงกันใหม่ เพื่อลดความแตกต่างลงไปบ้าง
ไม่อย่างนั้นเวลาคงคลาดเคลื่อนกันมากขึ้น แก้ทีหลังก็ลำบาก
"...ความแตกต่างจึงเป็นเรื่องธรรมดาของคนทุกคน
อาจจะมาก อาจจะน้อย ขึ้นอยู่กับจิตใจที่ถูกออกแบบมา
แต่เมื่อคิดจะอยู่ร่วมกัน คงต้องรู้จักปรับใจให้ตรงกันบ้าง
ดีกว่าปล่อยให้สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดความขัดแย้ง
แล้วย้อนกลับมาทำร้ายจิตใจของเราและคนอื่นๆ ในภายหลัง..."
...
...
เมื่อคนหลายคน, หรือสองคน, ตกลงใจอยู่ร่วมกัน
ความแตกต่างย่อมเกิดขึ้นได้ในทุกๆ ขณะของลมหายใจ
เพราะแต่ละคนไม่ใช่วงกลมที่ทับซ้อนกันได้พอดีเสมอไป
คงต้องมีบางเหลี่ยมมุมที่เหลื่อมล้ำกันอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย
ยิ่งนานไป ความแตกต่างนั้นก็ยิ่งเพิ่มพูนและชัดเจนขึ้นทุกที
หน้าที่ของเรา ไม่ใช่แค่ปล่อยให้มันดำเนินไปเรื่อยๆ ตามใจ
เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น ผลเสียก็จะตกอยู่กับตัวเราเอง
เราจึงต้องเข้าไปจัดการ ปรับลดความแตกต่างให้เหลือน้อยลง
คงไม่ถึงกับให้หมดไปหรอก เพราะเป็นไปได้ยากเหลือเกิน
ขอแค่ให้ใกล้เคียงกันบ้าง ก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะอยู่ร่วมกัน
ถ้าเอาแต่บ่นบ้า กล่าวโทษว่าใครไม่เหมือนกับเรา
หรือคอยต่อว่า เวลาที่ใครสักคนเดินไม่พร้อมกันกับเรา
แต่ไม่คิดจะเข้าไปพูดคุย ไม่กล้าที่จะปรับความเข้าใจให้ตรงกัน
ทั้งยังไม่เคยแสดงความคิดเห็น ไม่เคยค้นหาวิธีการแก้ไข
แล้วเมื่อไหร่ทั้งสองคนจึงจะเดินไปพร้อมกันได้สักที
นาฬิกาซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี
มีหน้าที่เดินตามเวลา ตามช่วงจังหวะที่ถูกกำหนดไปเรื่อยๆ
ต่อให้ผลิตจากบริษัทเดียวกัน เครื่องจักรเครื่องเดียวกัน
เมื่อถึงจุดหนึ่ง ยังมีความคลาดเคลื่อนปรากฏให้เห็น
แล้วประสาอะไรกับจิตใจของคนเรา ที่แปรปรวนยิ่งกว่านาฬิกา
จะคาดหวังให้เหมือนกันในทุกๆ เรื่อง - ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย
"...อย่าถึงกับตั้งความหวัง ว่าเมื่ออยู่ร่วมกับใครสักคนแล้ว
ใครคนนั้นจะต้องเหมือนกับเราไปซะทุกอย่าง - ยากเกินไป
ขอให้คิดเสมอว่า คนเราย่อมแตกต่างกันอยู่แล้วเป็นธรรมดา
เพราะแม้แต่ใจของเรา เกิดขัดแย้งกันเองก็บ่อยครั้ง
เพียงแต่ความแตกต่างนั้น เราคุยกันได้ ปรับความเข้าใจกันได้
ใช่ว่าจะต้องปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นความขัดแย้งเมื่อไหร่กัน..."
...
...
"...หากรู้จักเปิดอกพูดคุย ปรับความเข้าใจเมื่อคิดไม่ตรงกัน
เหมือนกับปรับนาฬิกาที่เดินช้า ให้กลับมาเดินทันเรือนอื่นบ้าง
หรือรั้งเข็มที่เดินเร็วเกินไป ให้รอคอยเรือนอื่นที่เดินตามมาไม่ทัน
เพื่อที่จะเรียนรู้ ให้ใจได้รู้จักการใช้ "เวลา" ที่มีอยู่ร่วมกัน
ทำได้อย่างนี้ ความแตกต่างทั้งหลายที่เกิดขึ้นในจิตใจ ย่อมลดน้อยลง
แม้ในอนาคต ความแตกต่างนั้นอาจจะกลับมาเกิดซ้ำอีกครั้ง
แต่เมื่อเราเข้าใจวิธีการแก้ไข ก็คงไม่ยากเกินไปที่จะรับมือ..."
...
ว่าแล้วก็กลับไปปรับนาฬิกาที่ห้องสักหน่อยดีกว่า...
...
...
ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
ขอบคุณวลี "ใช้เวลาร่วมกัน" จากคุณ ตุ่นทะเล ครับ
ช่วงนี้อยู่ Ambulatory Medicine พอจะมีเวลาว่างขึ้นมาบ้าง
ลองสมัครใช้ทุน เป็นอาจารย์ที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
มีคนสมัครกันมากมาย ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่านะ ??
...
เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ


ใจเราเองยังขัดแย้งกันบ่อยไป เอาอะไรกับใจคนอื่น
แต่ความขัดแย้งจะลดลงได้ ด้วยการ"ปรับความเข้าใจ"
ทะเลาะกันเมื่อไหร่ รีบคุยกันเมื่อนั้น
#1 By vinn* on 2009-09-06 16:20