[คั่นเวลา] รักแท้ยังไง : ความรักที่ได้แค่มอง ไม่มีวันเข้าใจ
posted on 03 Sep 2009 11:40 by raynartz in Bio-Psycho-Social-Linguistic
* ปรับปรุงจากบทความ
"รักแท้ยังไง [น้ำชา ชีรณัฐ] : ความรักที่ได้แค่มอง ไม่มีวันเข้าใจ"
ตีพิมพ์ครั้งแรกใน facebook : Artz Ratanayotha
...
...
ยอมรับอยู่ข้อหนึ่งว่า เพลง "รักแท้ยังไง" ของน้ำชา ชีรณัฐ เป็นเพลงที่ติดหูวัยรุ่นอยู่นานหลายเดือน ทั้งด้วยน้ำเสียงของนักร้องที่สดใสชวนฟัง ท่วงทำนองสนุกสนาน หลายคนฟังแล้วเกิดความรู้สึกร่วมจนอยากลุกขึ้นมาร้องและเต้นตามบ้าง ซึ่งคงจะสมความตั้งใจของทีมงานเจ้าของเพลงอยู่ไม่น้อย ทั้งนี้พิจารณาจากมิวสิควิดีโอเพลงที่ผู้สร้างพยายามนำเสนออิทธิพลของเพลงต่อตัวแสดงร่วมคนอื่นๆ - แม้ยังไม่ชัดเจนนัก แต่จากข้อมูลตรงจุดนี้อาจพออนุมานได้ว่า ทีมงานเจ้าของเพลง และ/หรือ ผู้สร้างมิวสิควิดีโอเพลงคงมีความหวังลึกๆ ที่จะให้เหตุการณ์ที่ตนสร้างขึ้นในมิวสิควิดีโอนี้เกิดขึ้นในโลกแห่งความจริงอยู่บ้างเหมือนกัน - เมื่อความนิยมเป็นไปอย่างที่หวัง ใครเล่าจะไม่ดีใจ ?
...
...
ความนิยมของบทเพลงนอกเหนือจากน้ำเสียงของผู้ร้อง ท่วงทำนองและมิวสิควิดีโอเพลงแล้ว สิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้เลยคือเนื้อหาเพลงที่สร้างสรรค์ขึ้นจากมายาคติบางอย่างของผู้ประพันธ์ สื่อถึงกรอบการมองโลกซึ่งกำหนดโครงสร้างความสัมพันธ์ของประโยคภายใน ทั้งยังแสดงตรรกะและพัฒนาการของบทเพลงเอาไว้อย่างน่าสนใจ
ในวรรคแรกๆ ของเพลงบอกให้ทราบว่า ความรักที่เพลงต้องการนำเสนอนั้นมีนิยามที่สร้างขึ้นผ่าน "การดู/การมอง" เป็นหลัก กล่าวคือ บทเพลงนี้ไม่เคยรู้จักความรักที่แท้จริงมาก่อนในชีวิต เคยเห็นแค่เพียงคู่รักคนอื่นๆ "แสดงความรัก" ให้รับรู้ผ่านทางการดู/การมองของตนแล้วตีความคุณค่าขึ้นมาจากสิ่งต่างๆ ที่ตนมองเห็นนั้น โดยนัยนี้ความรักในเพลงจึงมีนิยามจำกัดอยู่เพียงแค่ "ภาพ" พฤติกรรมของคู่รักคนอื่นๆ ที่แสดงออกมาให้เห็น "ภายนอก" แม้คำว่า "สุข" และ "เจ็บ" ที่กล่าวถึงในเพลงก็เช่นกัน เป็นเพียงความสุขและความเจ็บปวดที่มองเห็นได้จากภายนอกเท่านั้น ไม่ได้ก้าวล้ำเข้าไปถึงความรู้สึกที่แท้จริงภายใน จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เนื้อเพลงจะกล่าวว่า "รักแล้วสุขยังงั้น รักแล้วเจ็บยังงี้ แล้วยังไง ?" นั่นเพราะยังไม่เคยเข้าใจใน "ความสุข" และ "ความเจ็บปวด" ของความรักที่แท้จริงนั่นเอง
การมองความรักผ่านพฤติกรรมที่แสดงออกสู่ภายนอก ทำให้ความเข้าใจในความรักจำกัดกรอบอยู่เพียงแค่ภาพที่มองเห็น หรืออย่างมากก็หนีไม่พ้นนิยามความรักที่สร้างขึ้นจากค่านิยมของผู้คนที่เน้นการยอมรับจากรูปลักษณ์ภายนอกเป็นสำคัญ ดังจะเห็นได้จากคำตอบของคำถาม "รักแท้ รักที่อะไร ?" ที่เพลงพยายามค้นหา ไม่ว่าจะเป็น ตับไตไส้พุง, กางเกง, นามสกุล, ยี่ห้อรถยนต์, สตางค์, การเดินห้าง, กุ๊กกิ๊กซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นตัวแทนของความเป็นภายใน, ภายนอก, ชาติตระกูล, รสนิยม, ฐานะทางการเงิน และการแสดงออกของคู่รักตามลำดับ ตัวอย่างเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่มีสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกันเลย สื่อถึงความสับสนในความคิดของบทเพลง ซึ่งสอดรับกับ "ความไม่เข้าใจ" ที่มีมาตั้งแต่ต้น แต่กลับมีจุดร่วมที่สำคัญประการหนึ่งคือ ทุกสิ่งล้วนเป็นตัวแทนรูปธรรมทั้งสิ้น นั่นหมายความว่า ภายใต้ตรรกะการมองโลกอย่างนี้ บทเพลงไม่สามารถเข้าใจความรักในแง่นามธรรมได้เลย แม้เมื่อจะกล่าวถึงความรักในความหมายนามธรรม บทเพลงยังเปรียบเทียบกับเนื้อความที่เป็นรูปธรรมทั้งหมด การร้องซ้ำตัวอย่างความรักเหล่านี้หลายครั้ง จึงยิ่งตอกย้ำตรรกะการมองโลกของบทเพลงให้เด่นชัดขึ้นมา และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้บทเพลงนี้ไม่สามารถเข้าใจ "รักแท้" ได้จริงๆ เสียที
ประเด็นนี้ขอให้ทบทวนวลี "ตับไตไส้พุง" ในเชิงความสัมพันธ์อีกครั้ง จะเห็นได้ว่า การเลือกใช้วลี "ตับไตไส้พุง" ในบทเพลงนี้เป็นความพยายามที่จะแสดงความเป็น "นามธรรม" ของความรักออกมาอย่างเต็มความสามารถ ในฐานะตัวแทนของ "ภายใน" เพียงอย่างเดียวในบรรดาตัวอย่างความรักทั้งหมดที่บทเพลงกล่าวถึง แต่ในความเป็นจริง "ตับไตไส้พุง" ก็เป็น "รูปธรรม" อย่างหนึ่งของอวัยวะที่อยู่ภายในร่างกาย ประกอบด้วยเลือดเนื้อให้มองเห็นและจับต้องได้ ในแง่นี้ "ตับไตไส้พุง" จึงสื่อความหมายรับใช้แนวคิดเชิงวัตถุนิยมซึ่งเป็นแนวคิดหลักของบทเพลง ไม่ต่างไปจากกางเกงซึ่งเป็นตัวแทนของ "ภายนอก" อันเป็นคู่ตรงข้าม และตัวอย่างความรักอื่นๆ เลย
...
...
ในช่วงท้ายของบทเพลง มีเนื้อความชักชวน "เธอ" ให้มาลองรักกัน โดยตั้งเงื่อนไขว่า "เธอ" จะต้องมีเหตุผลในความรักที่ชัดเจนและสร้างสรรค์เสียก่อนจึงจะยอม "รักดูสักที" ตรงนี้เป็นการยอมรับอย่างกลายๆ ว่า ความรักไม่อาจเกิดขึ้นได้โดยคนเพียงคนเดียว แต่เป็นกิจกรรมเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของคนสองคนที่มีเหตุผลความรักร่วมกัน ซึ่งน่าหวั่นใจเหลือเกินว่า เหตุผลความรักที่บทเพลงต้องการฟัง กับเหตุผลความรักที่ "เธอ" ต้องการบอกนั้นจะตรงกันหรือไม่ - หากตรงกันก็คงดีไป เพราะต่างคนต่างอยู่ในโลกของ "ภาพ" เหมือนกัน มีความรักอยู่กับ "ภายนอก" ด้วยกันทั้งคู่ แต่หากเหตุผลของทั้งสองคนไม่ตรงกัน บทเพลงจะมีวันได้ลองรักอย่างที่ต้องการหรือไม่ เรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนา
ว่ากันตามจริง, ถึงแม้ทั้งสองฝ่ายจะมีเหตุผลในความรักที่ตรงกัน แต่เ้หตุผลที่วนเวียนอยู่เพียงภาพลวงตาภายนอกคงไม่แข็งแกร่งพอที่จะเชื่อมโยงความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายเอาไว้ให้มั่นคงได้ หากทุกอย่างยังคงดำเนินไปเหมือนเดิม อาจช่วยประกันความรักที่มีได้บ้าง แต่หากเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย ความรักที่มีอยู่ย่อมจางหายไปอย่างง่ายดาย เพราะต่างคนต่างรักกันเพียงภายนอก ไม่ได้รักกันจากภายในจริงๆ
นิยามของความรักที่แท้จริงไม่ได้สร้างจากประสบการณ์ภายนอก หากแต่เป็นสัมผัสของความรู้สึกจากภายใน ถ้าต้องการเหตุผลของความรักที่ชัดเจนและสร้างสรรค์ แต่คนตั้งคำถามยังติดอยู่กับนิยามและค่านิยมฉาบฉวยภายนอกกาย ให้ความสำคัญกับวัตถุจนอยู่เหนือจิตใจ ต่อให้พยายามค้นหาคำตอบสักเพียงไรย่อมไม่มีวันที่จะเข้าใจความรักที่แท้จริงได้เลย สุดท้ายคงลงเอยเหมือนอย่างเนื้อเพลงที่ว่า "ซึ่งฉันไม่เข้าใจ ไม่ขอรักใครแล้วกัน"
...
ปล. ขอพักผ่อนหลังสอบสักหน่อยละกันครับ
...
เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ


ก็เพราะค่ะ ยังไม่ได้คิดตามเพลง ความหมายประมาณเด็กคนหนึ่งซึ่งไม่เข้าใจในความรัก แปลความรักเป็นต่างๆ
#1 By dowrun happy on 2009-09-03 12:23