๑๑๐. ความเรียงในความทรงจำ
posted on 23 Aug 2009 17:04 by raynartz in Bio-Psycho-Social-Linguistic
[* ปรับปรุงจากบทความ "ความเรียงในความทรงจำ"
ตีพิมพ์ครั้งแรกใน facebook : Artz Ratanayotha]
...
บ่อยครั้งที่อารมณ์ของเราโลดแล่นย้อนกลับไปในวันวาน
ทั้งที่ผ่านมานานแสนนาน แต่ความทรงจำยังไม่เคยลบเลือน
และพร้อมจะย้อนกลับมาปรากฏซ้ำในใจของเราทุกครั้งที่เราพลั้งเผลอ
ชวนใจให้หลงใหลพร่ำเพ้อไปกับความทรงจำเก่าๆ ที่เคยผ่าน
จนหลงลืมความเป็นปัจจุบันไปอย่างง่ายดาย
...
...
ความทรงจำนั้นมีความพิเศษอยู่หน่อย ตรงที่ว่า
แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงอยู่ และจบสิ้นไปแล้วในตัวเอง
แต่ทุกๆ ลำดับภาพที่เกิดขึ้น ยังคงอยู่ภายในจิตใจของเรา
หลายครั้งที่เราอยากจะลืม กลับยังจำได้ติดตา กรีดลึกอยู่ภายในใจ
แต่สิ่งที่เราอยากจำ บ่อยครั้งกลับทำตกหล่นบนเส้นทางแห่งกาลเวลา
ในแง่นี้, ความทรงจำจึงมักเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ตั้งใจ
ที่น่าสนใจกว่านั้น, ความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ในจิตใจของเรานี้
ไม่ว่าจะมีอยู่มากหรือน้อย แจ่มชัดหรือเลือนราง
ความทรงจำไม่ใช่เพียงแค่ลำดับภาพเหมือนอย่างอัลบั้มภาพถ่าย
แต่คล้ายคลึงกับภาพยนตร์สามมิติที่มีระบบเสียงรอบตัว
ทั้งยังเติมอารมณ์ความรู้สึกในขณะนั้นเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม
จึงเป็นธรรมดาที่เมื่อความทรงจำหมุนย้อนกลับมาฉายซ้ำในจิตใจของเรา
ทั้งโดยที่เราเต็มใจให้เกิด หรือเพียงแค่พลั้งเผลอไปก็ตาม
อารมณ์ความรู้สึกที่เคยสัมผัสจึงย้อนกลับมากระทบจิตใจของเราทุกครั้ง
"...แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าความทรงจำดีๆ ย้อนกลับมาทำให้เราหลงใหล
และจะเป็นอย่างไร หากความทรงจำร้ายๆ ยังตามหลอกหลอนเราอยู่ตลอดเวลา ?
ใจของเราจะยอมรับ ปฏิเสธ หรือเพิกเฉยต่อภาพและความรู้สึกที่วนซ้ำเหล่านั้น
ใจของเราจะพร้อมเผชิญกับความทรงจำทั้งที่ดีและร้ายได้แค่ไหนกัน ?..."
...
...
คนส่วนใหญ่มักเผลอติดหลงอยู่ในความทรงจำ
ทั้งความทรงจำที่ดีแสนดี และความทรงจำที่ร้ายแสนร้าย
วันเวลาเก่าๆ คือสมบัติอันล้ำค่าของชีวิต เกินกว่าจะประเมินราคาได้
แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ อาการติดหลงในความทรงจำเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนน่ากลัว
และแต่ละครั้งก็เป็นอยู่นานจนเกือบจะถอนใจจากความทรงจำนั้นไม่ได้
ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่า เวลาที่ภาพความทรงจำดีๆ ย้อนกลับมาในใจ
หรือพยายามย้อนจิตใจกลับไปคิดถึงเรื่องราวดีๆ ที่เคยเจอ
ใจของเราจะหลงเพ้ออยู่กับความสุขจนพลั้งเผลอไป
หลงคิดไปว่า ตัวเองยังวนเวียนอยู่ในบรรยากาศเก่าๆ ที่คุ้นเคย
แล้วเกิดยึดติดว่า วันวานที่ผ่านมาช่างมีความสุขเหลือเกิน
สุขมากเสียจนอยากหยุดอยู่ตรงนี้ ไม่อยากก้าวผ่านความสุขไป
ยิ่งคิดอย่างนี้ซ้ำๆ อย่างนี้ใจก็ยิ่งกลับถอยหลัง
แทนที่จะเดินหน้าต่อไปตามวันเวลาที่เปลี่ยนแปลง
ในทางตรงกันข้าม, เมื่อปัจจุบันบีบคั้นให้ใจนึกถึงอดีตที่เจ็บช้ำ
วันวานที่ขมขื่นจะยึดให้ใจผูกติดกับเหตุการณ์เหล่านั้น
ใจย่อมวนเวียนเฝ้าคิดอยากกลับไปแก้ไขสิ่งเลวร้ายในอดีต
คิดซ้ำๆ อยู่ว่า หากย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำอย่างที่เคยทำ
และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วคงจะไม่เกิดขึ้นอย่างนี้
ความคิดเช่นนี้อาจเป็นประโยชน์ถ้าคิดได้ก่อนที่เหตุการณ์เหล่านั้นจะเกิดขึ้น
แต่คงหาประโยชน์อะไรไม่ได้เลยเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปแล้ว
เพราะต่อให้คิดมากเพียงไร สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ยังคงเป็นอย่างที่มันเป็น
และเราก็ยังต้องเผชิญกับผลของมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
...
...
มีคำกล่าวว่า "Once the cause is executed,
the negation of its effect is impossible - เมื่อก่อเหตุ ก็ยากที่จะปฏิเสธผล"
เหตุการณ์ปัจจุบันล้วนเกิดขึ้นจากเหตุและความสัมพันธ์ของเราในอดีต
ซึ่งแก้ไขสิ่งใดไม่ได้ แล้วจะปฏิเสธผลที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
การเฝ้าครุ่นคิดถึงอดีตอย่างคนติดหลง คิดย้ำๆ ซ้ำๆ ไม่เดินหน้า
ไม่ต่างกับการเลือกใช้ยาเสพติดเพื่อบรรเทาความทุกข์ปัจจุบันในใจ
เมื่อใช้อาจจะสุข - เมื่อเลิกใช้ ความทุกข์ก็วนกลับมาอีกครั้ง
จึงต้องเพิ่มปริมาณให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นอันตรายต่อตัวเอง
เมื่อเป็นอย่างนี้, คงต้องมองหาหนทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม
นั่นคือ ต้องรู้จักเผชิญกับความทรงจำอย่างเข้าใจและรู้เท่าทัน
เมื่อความทรงจำทั้งที่ดีและร้ายย้อนกลับมาในเวลาที่หัวใจของเราอ่อนแอ
เราต้องรู้ตัวเสมอว่า ภาพและอารมณ์ทั้งหลายเป็นเพียงเรื่องราวในอดีต
อาจยังคงเหลือติดค้างอยู่ในจิตใจของเราบ้าง พอเป็นประสบการณ์
แต่ ณ ปัจจุบัน ทุกสิ่งทุกอย่างจบสิ้นไปแล้ว ผ่านไปหมดแล้ว
ไม่สามารถเดินย้อนวันเวลากลับไปแก้ไขต้นเหตุใดได้อีก
สิ่งที่ควรทำในตอนนี้ - สำคัญที่สุด,
คืออยู่กับผลที่เกิดขึ้นด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง มองเห็นคุณค่าของมัน
รู้จักนำข้อดีของความทรงจำมาใช้ในการดำเนินชีวิตปัจจุบันของเรา
เพื่อให้ความสุขนั้นยังคงเป็นความสุขในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่อดีตที่ล่องลอย
และเพื่อให้ความทุกข์ที่เราเคยเจอค่อยๆ เลือนหายไปจากหัวใจของเรา
คุณค่าของความทรงจำจึงไม่ใช่ให้เราหลงพร่ำเพ้ออย่างคนอ่อนแอ
แต่อยู่ที่เรารู้จักทบทวนอย่างรู้เท่าทัน เข้าใจในทุกๆ ความเปลี่ยนแปลง
และนำมาเป็นแนวทางในการวางแผนชีวิตของเราต่อไป
"...ชีวิตของเราต้องเดินไปข้างหน้า ถ้ามัวแต่หยุดอยู่กับที่หรือเดินย้อนกลับ
แล้วปลายทางที่เราฝันไว้จะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไรจึงจะถึง ?..."
...
...
ที่กล่าวอย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่าให้พยายามลืมความทรงจำ
ถ้ามันเป็นความทรงจำ คงไม่ง่ายหรอกที่จะลืม - จริงไหม ?
เพราะความทรงจำย่อมมีความหมายต่อหัวใจของเราเสมอ
ความทรงจำที่ดีจะสอนให้เรามีความสุข มองเห็นความงามในชีวิต
ส่วนความทรงจำที่ร้ายย่อมสอนให้เราไม่ประมาทจนเกินไป
พูดง่ายๆ - ทำให้เราเข้าใจความจริงของชีวิตมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ความทรงจำจึงมีคุณค่าไม่ว่าจะดีหรือร้ายเพียงไรก็ตาม
ขอเพียงแค่เรารู้จักเรียนรู้อย่างถูกวิธี เก็บเกี่ยวประสบการณ์
ให้มันเป็นบทเรียนของใจ ไม่ใช่ให้มันขโมยใจไปจากเรา
อย่าปล่อยให้ความทรงจำครอบงำอารมณ์ความคิด
แต่ต้องควบคุมความทรงจำให้เป็นประโยชน์แก่เราให้มากที่สุด
อย่างนี้จึงจะเรียกว่า "รู้เท่าทันความทรงจำ"
โดยไม่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองในปัจจุบันไป
"...อย่าเผลอติดหลงในความทรงจำแล้ววนเวียนอยู่ในวันวานอย่างไร้จุดหมาย
แต่จงใช้ความทรงจำที่มีอยู่นั้นเพื่อชีวิตในวันนี้และวันต่อไป
ขอให้ระลึกเสมอว่า เราไม่ได้มีชีวิตเพื่อจมอยู่กับอดีตที่ผ่านพ้น
แต่มีชีวิตอยู่เพื่อปัจจุบันและก้าวเดินต่อไปในอนาคต..."
...
...
ปล. ขออนุญาติเก็บเอาบทความที่เคยเขียนมา retype อีกครั้ง
เพราะงานค่อนข้างยุ่ง จนไม่ค่อยมีเวลาว่างเหมือนเมื่อก่อน
ยิ่งตอนนี้ใกล้สอบ ทั้งสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และศัลยศาสตร์
ไอเดียที่ปิ๊งแว้บขึ้นมาในใจ ก็มักจะหายไปกับ "ตรงนั้น" ซะทุกที
หวังไว้ว่า เมื่อผ่านพ้นช่วงสอบไปแล้ว คงพอมีเวลาว่างมากขึ้นนะ
...
เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

คือเมื่อเรารู้ว่าสิ่งไหนที่ควรจดจำ..
ป.ล.สุขกับชีวิตเรื่อยไปครับ..
#1 By happiness in my bag.. on 2009-08-23 17:14