[* ปรับปรุงจากบทความ "ความเรียงในความทรงจำ"
ตีพิมพ์ครั้งแรกใน facebook : Artz Ratanayotha]

...

บ่อยครั้งที่อารมณ์ของเราโลดแล่นย้อนกลับไปในวันวาน
ทั้งที่ผ่านมานานแสนนาน แต่ความทรงจำยังไม่เคยลบเลือน
และพร้อมจะย้อนกลับมาปรากฏซ้ำในใจของเราทุกครั้งที่เราพลั้งเผลอ
ชวนใจให้หลงใหลพร่ำเพ้อไปกับความทรงจำเก่าๆ ที่เคยผ่าน
จนหลงลืมความเป็นปัจจุบันไปอย่างง่ายดาย

...

...

ความทรงจำนั้นมีความพิเศษอยู่หน่อย ตรงที่ว่า
แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงอยู่ และจบสิ้นไปแล้วในตัวเอง
แต่ทุกๆ ลำดับภาพที่เกิดขึ้น ยังคงอยู่ภายในจิตใจของเรา
หลายครั้งที่เราอยากจะลืม กลับยังจำได้ติดตา กรีดลึกอยู่ภายในใจ
แต่สิ่งที่เราอยากจำ บ่อยครั้งกลับทำตกหล่นบนเส้นทางแห่งกาลเวลา
ในแง่นี้, ความทรงจำจึงมักเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ตั้งใจ
ที่น่าสนใจกว่านั้น, ความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ในจิตใจของเรานี้
ไม่ว่าจะมีอยู่มากหรือน้อย แจ่มชัดหรือเลือนราง
ความทรงจำไม่ใช่เพียงแค่ลำดับภาพเหมือนอย่างอัลบั้มภาพถ่าย
แต่คล้ายคลึงกับภาพยนตร์สามมิติที่มีระบบเสียงรอบตัว
ทั้งยังเติมอารมณ์ความรู้สึกในขณะนั้นเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม
จึงเป็นธรรมดาที่เมื่อความทรงจำหมุนย้อนกลับมาฉายซ้ำในจิตใจของเรา
ทั้งโดยที่เราเต็มใจให้เกิด หรือเพียงแค่พลั้งเผลอไปก็ตาม
อารมณ์ความรู้สึกที่เคยสัมผัสจึงย้อนกลับมากระทบจิตใจของเราทุกครั้ง

"...แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าความทรงจำดีๆ ย้อนกลับมาทำให้เราหลงใหล
และจะเป็นอย่างไร หากความทรงจำร้ายๆ ยังตามหลอกหลอนเราอยู่ตลอดเวลา ?
ใจของเราจะยอมรับ ปฏิเสธ หรือเพิกเฉยต่อภาพและความรู้สึกที่วนซ้ำเหล่านั้น
ใจของเราจะพร้อมเผชิญกับความทรงจำทั้งที่ดีและร้ายได้แค่ไหนกัน ?..."

...

...

คนส่วนใหญ่มักเผลอติดหลงอยู่ในความทรงจำ
ทั้งความทรงจำที่ดีแสนดี และความทรงจำที่ร้ายแสนร้าย
วันเวลาเก่าๆ คือสมบัติอันล้ำค่าของชีวิต เกินกว่าจะประเมินราคาได้
แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ อาการติดหลงในความทรงจำเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนน่ากลัว
และแต่ละครั้งก็เป็นอยู่นานจนเกือบจะถอนใจจากความทรงจำนั้นไม่ได้

ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่า เวลาที่ภาพความทรงจำดีๆ ย้อนกลับมาในใจ
หรือพยายามย้อนจิตใจกลับไปคิดถึงเรื่องราวดีๆ ที่เคยเจอ
ใจของเราจะหลงเพ้ออยู่กับความสุขจนพลั้งเผลอไป
หลงคิดไปว่า ตัวเองยังวนเวียนอยู่ในบรรยากาศเก่าๆ ที่คุ้นเคย
แล้วเกิดยึดติดว่า วันวานที่ผ่านมาช่างมีความสุขเหลือเกิน
สุขมากเสียจนอยากหยุดอยู่ตรงนี้ ไม่อยากก้าวผ่านความสุขไป
ยิ่งคิดอย่างนี้ซ้ำๆ อย่างนี้ใจก็ยิ่งกลับถอยหลัง
แทนที่จะเดินหน้าต่อไปตามวันเวลาที่เปลี่ยนแปลง 

ในทางตรงกันข้าม, เมื่อปัจจุบันบีบคั้นให้ใจนึกถึงอดีตที่เจ็บช้ำ
วันวานที่ขมขื่นจะยึดให้ใจผูกติดกับเหตุการณ์เหล่านั้น
ใจย่อมวนเวียนเฝ้าคิดอยากกลับไปแก้ไขสิ่งเลวร้ายในอดีต
คิดซ้ำๆ อยู่ว่า หากย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ทำอย่างที่เคยทำ
และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วคงจะไม่เกิดขึ้นอย่างนี้
ความคิดเช่นนี้อาจเป็นประโยชน์ถ้าคิดได้ก่อนที่เหตุการณ์เหล่านั้นจะเกิดขึ้น
แต่คงหาประโยชน์อะไรไม่ได้เลยเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปแล้ว
เพราะต่อให้คิดมากเพียงไร สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ยังคงเป็นอย่างที่มันเป็น
และเราก็ยังต้องเผชิญกับผลของมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

...

...

มีคำกล่าวว่า "Once the cause is executed,
the negation of its effect is impossible - เมื่อก่อเหตุ ก็ยากที่จะปฏิเสธผล"

เหตุการณ์ปัจจุบันล้วนเกิดขึ้นจากเหตุและความสัมพันธ์ของเราในอดีต
ซึ่งแก้ไขสิ่งใดไม่ได้ แล้วจะปฏิเสธผลที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
การเฝ้าครุ่นคิดถึงอดีตอย่างคนติดหลง คิดย้ำๆ ซ้ำๆ ไม่เดินหน้า
ไม่ต่างกับการเลือกใช้ยาเสพติดเพื่อบรรเทาความทุกข์ปัจจุบันในใจ
เมื่อใช้อาจจะสุข - เมื่อเลิกใช้ ความทุกข์ก็วนกลับมาอีกครั้ง
จึงต้องเพิ่มปริมาณให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นอันตรายต่อตัวเอง

เมื่อเป็นอย่างนี้, คงต้องมองหาหนทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม
นั่นคือ ต้องรู้จักเผชิญกับความทรงจำอย่างเข้าใจและรู้เท่าทัน
เมื่อความทรงจำทั้งที่ดีและร้ายย้อนกลับมาในเวลาที่หัวใจของเราอ่อนแอ
เราต้องรู้ตัวเสมอว่า ภาพและอารมณ์ทั้งหลายเป็นเพียงเรื่องราวในอดีต
อาจยังคงเหลือติดค้างอยู่ในจิตใจของเราบ้าง พอเป็นประสบการณ์
แต่ ณ ปัจจุบัน ทุกสิ่งทุกอย่างจบสิ้นไปแล้ว ผ่านไปหมดแล้ว
ไม่สามารถเดินย้อนวันเวลากลับไปแก้ไขต้นเหตุใดได้อีก

สิ่งที่ควรทำในตอนนี้ - สำคัญที่สุด, 
คืออยู่กับผลที่เกิดขึ้นด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง มองเห็นคุณค่าของมัน
รู้จักนำข้อดีของความทรงจำมาใช้ในการดำเนินชีวิตปัจจุบันของเรา
เพื่อให้ความสุขนั้นยังคงเป็นความสุขในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่อดีตที่ล่องลอย
และเพื่อให้ความทุกข์ที่เราเคยเจอค่อยๆ เลือนหายไปจากหัวใจของเรา
คุณค่าของความทรงจำจึงไม่ใช่ให้เราหลงพร่ำเพ้ออย่างคนอ่อนแอ
แต่อยู่ที่เรารู้จักทบทวนอย่างรู้เท่าทัน เข้าใจในทุกๆ ความเปลี่ยนแปลง
และนำมาเป็นแนวทางในการวางแผนชีวิตของเราต่อไป

"...ชีวิตของเราต้องเดินไปข้างหน้า ถ้ามัวแต่หยุดอยู่กับที่หรือเดินย้อนกลับ
แล้วปลายทางที่เราฝันไว้จะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไรจึงจะถึง ?..."

...

...

ที่กล่าวอย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่าให้พยายามลืมความทรงจำ
ถ้ามันเป็นความทรงจำ คงไม่ง่ายหรอกที่จะลืม - จริงไหม ? 
เพราะความทรงจำย่อมมีความหมายต่อหัวใจของเราเสมอ
ความทรงจำที่ดีจะสอนให้เรามีความสุข มองเห็นความงามในชีวิต
ส่วนความทรงจำที่ร้ายย่อมสอนให้เราไม่ประมาทจนเกินไป
พูดง่ายๆ - ทำให้เราเข้าใจความจริงของชีวิตมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม 
ความทรงจำจึงมีคุณค่าไม่ว่าจะดีหรือร้ายเพียงไรก็ตาม
ขอเพียงแค่เรารู้จักเรียนรู้อย่างถูกวิธี เก็บเกี่ยวประสบการณ์
ให้มันเป็นบทเรียนของใจ ไม่ใช่ให้มันขโมยใจไปจากเรา

อย่าปล่อยให้ความทรงจำครอบงำอารมณ์ความคิด
แต่ต้องควบคุมความทรงจำให้เป็นประโยชน์แก่เราให้มากที่สุด
อย่างนี้จึงจะเรียกว่า "รู้เท่าทันความทรงจำ"
โดยไม่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองในปัจจุบันไป

"...อย่าเผลอติดหลงในความทรงจำแล้ววนเวียนอยู่ในวันวานอย่างไร้จุดหมาย
แต่จงใช้ความทรงจำที่มีอยู่นั้นเพื่อชีวิตในวันนี้และวันต่อไป
ขอให้ระลึกเสมอว่า เราไม่ได้มีชีวิตเพื่อจมอยู่กับอดีตที่ผ่านพ้น
แต่มีชีวิตอยู่เพื่อปัจจุบันและก้าวเดินต่อไปในอนาคต..."

...

 

...

ปล. ขออนุญาติเก็บเอาบทความที่เคยเขียนมา retype อีกครั้ง
เพราะงานค่อนข้างยุ่ง จนไม่ค่อยมีเวลาว่างเหมือนเมื่อก่อน
ยิ่งตอนนี้ใกล้สอบ ทั้งสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และศัลยศาสตร์
ไอเดียที่ปิ๊งแว้บขึ้นมาในใจ ก็มักจะหายไปกับ "ตรงนั้น" ซะทุกที

หวังไว้ว่า เมื่อผ่านพ้นช่วงสอบไปแล้ว คงพอมีเวลาว่างมากขึ้นนะ

...

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

Comment

Comment:

Tweet

ผมกำลังจะก้าวไปข้างหน้า โดยไปยังทางที่ผมเดินจากมาครับ

ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลดีๆที่แบ่งปันกัน

#13 By pakazite on 2009-08-27 21:14

ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
ได้รับกำลังใจอย่างมากจากบทความนี้

เป็นคนชอบย้ำคิดถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมา
พยายามอยู่เหมือนกัน ให้ตัวเองรู้เท่าทันตัวเอง
และจะพยายามไม่ให้ตัวเองจมปลักอยู่กับอดีต
เราต้องเดินหน้าต่อไปใช่มั้ยคะ
big smile Hot!

#12 By nookniss on 2009-08-27 12:51

เวลาเครียด เผลอคิดไปถึงอดีต

แนะนำให้ตั้งสติ อยู่นิ่ง ๆ สูดลมหายใจลึก ๆ เอาออกซิเจนเข้าสู่ปอดให้เต็มที่

แล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ พร้อมกับคิดว่า "เราจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด"

ลองดูเน้อ

#11 By Highwind on 2009-08-26 19:58

เรามีตัวตนอยู่ในโลกนี้ก็เพราะความทรงจำ...
ผมคิดว่าถ้าไม่มีความทรงจำคงไม่มีผม ไม่มีคุณ...
confused smile

#10 By n h e p h e x on 2009-08-24 10:14

ยังดีเยี่ยมเหมือนเดิมเลย
มาอ่านบทความดีๆ เกี่ยวกับความทรงจำค่ะ Hot!

#8 By พ. on 2009-08-23 22:15

ทักทายพร้อมกับแวะมาอ่านข้อความกินใจ
ห่างหายไปหลายวันกับเรื่องวุ่นๆ ที่ต้องตามแก้ไข
ทั้งงานและคอมพิวเตอร์ค่ะ)

ตอนนี้โดนอดีตเล่นงานอยู่เนืองๆ
เลยทำให้ปัจจุบันไม่ค่อยนิ่งและเรียบ
ทั้งที่รู้ว่า "อดีต" ไม่สามารถตัดสิน "ปัจจุบัน" ได้ทั้งหมด
แต่อดไม่ได้ค่ะ ที่จะคิด

สบายดีนะคะ
อ่า...confused smile

#6 By ~*LuCReZiA*~ on 2009-08-23 21:38

ความทรงจำ เรื่องราวในอดีด เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้

แต่เราเข้าใจ และสามารถยอมรับได้แค่ไหน

อย่างน้อยๆก็อย่าปล่อยให้มันก็ทำร้ายเราไม่ได้

นะคร้าบบbig smile

#5 By youuue on 2009-08-23 20:50

บางสิ่งที่อยากจำเรากลับลืม
เรื่องโศกเรื่องเศร้าซึมเรากลับจำ
บ่อยครั้งติดอยู่ในความทรงจำ...ในอดีต
ถึงสุดท้ายจะสลัดหลุดในเวลาอันรวดเร็วก็เถอะ...

แต่ทุกครั้ง มันก็เล่นเอาหลงทางเลยแฮะsad smile

บางทีความทรงจำต่างๆ ก็เป็นผู้ร้ายดีๆ
ที่หลอกให้เราหลงทางในชีวิต
วกวนไม่มีที่สิ้นสุด คอยตามหลอกหลอนอยู่เป็นนิจ


แม้ใจอยากจะลืม..ก็ดันไม่ได้ 55

#3 By Doru-Kun™ on 2009-08-23 18:56

ได้แวะเข้ามาอ่าน ไม่ว่าจะเจอเรื่องไหนๆก็กินใจทุกทีเลยค่ะ ขอบคุณที่เขียนสิ่งดีๆ ให้ได้อ่านกันนะคะ surprised smile

#2 By fonnie0116 on 2009-08-23 17:40

ความทรงจำที่มีค่า..confused smile
คือเมื่อเรารู้ว่าสิ่งไหนที่ควรจดจำ.. confused smile

ป.ล.สุขกับชีวิตเรื่อยไปครับ..confused smile

#1 By happiness in my bag.. on 2009-08-23 17:14

Recommend