... 

                  ๏ บนทางก้าวยาวไกลความใฝ่ฝัน
            สักกี่ร้อยกี่พันเคยฝันใฝ่
            สักกี่แววความหวังความตั้งใจ
            สักกี่คราวก้าวไปถึงปลายทาง  ฯ 

                  ๏ บนวิถีชีวิตน้องคิดหวัง
            ประกายทองเรืองรองรังยังไกลห่าง
            มุ่งจุดหมายจุดใหม่เอาใจวาง
            ยิ่งเลือนรางร้างลับลงกับตา  ฯ 

                  ๏ น้องเอย น้องรัก
            พี่เป็นห่วงน้องนัก ห่วงหนักหนา
            น้องคือ "ผู้มาใหม่" ร่วมชายคา
            ไม่ประสาสิ่งใดในชีวิต  ฯ 

                  ๏ พี่จึงกลัวเหลือเกิน กลัวเหลือเกิน
            กลัวน้องพลั้งเพลิดเพลินเดินทางผิด
            หลากเรื่องเร้าเย้ายวนชวนหลงคิด
            หลากเรื่องร้ายลวงจริตเกินคิดรู้  ฯ 

                  ๏ จึงพี่คอยเน้นย้ำทุกคำกล่าว
            คอยประคองน้องก้าวทุกก้าวอยู่
            เพียงฝากหวังในวาจาครวญค่าดู
            ให้น้องยืนหยัดอยู่รู้ครรลอง  ฯ 

                  ๏ ทุกเรื่องราวกล่าวไปใช่ดุว่า
            กล่าวด้วยเหตุเมตตาอย่ามัวหมอง
            และทุกทุกถ้อยคำย้ำเตือนตรอง
            เพียงหมายปองให้น้องรักจักเข้าใจ  ฯ 

                  ๏ น้องรัก คงเหนื่อยล้า
            หลายวันวานผ่านมาพาหวั่นไหว
            เส้นทางนี้ที่น้องก้าวยังยาวไกล
            น้องจะเดินต่อไปอย่างไรกัน  ฯ 

                  ๏ ตัวพี่ "ผู้อยู่เก่า" คงไปก่อน
            ทิ้ง
เวลาอาวรณ์เดินย้อนฝัน
            ไม่ทันส่งน้องพักหลักชีวัน
            ได้เพียงพร่ำรำพันเท่านั้นเอง  ฯ
 

            ...

กลอนปิดท้ายพิธีอบรมรับน้องข้ามฟาก พุทธศักราช ๒๕๕๒
ศ. ๒๔ ก.ค. ๕๒ ; ณ หอประชุมราชแพทยาลัย รพ.ศิริราช

รัตนาดิศร : กรองคำ - ณัฏฐิดา โอวัฒนาพานิช : อ่านความ

รุ่นพี่ศิริราชตั้งแถวต้อนรับน้องใหม่ เข้าอบรมรับน้องข้ามฟาก
ภาพถ่ายฝีมือ Highwind
 

...

ประเพณีรับน้องข้ามฟากของชาวแพทย์ศิริราช มีความพิเศษอยู่อย่างหนึ่ง
นั่นคือ ก่อนถึงวันรับน้องข้ามฟาก นศพ.ศิริราชน้องใหม่จะต้องผ่านการ "อบรม"
การอบรมที่ว่านี้ คือการกล่าวให้คำแนะนำแก่รุ่นน้องในด้านต่างๆ
ทั้งด้านการเรียน การใช้ชีวิต กล่าวถึงอนาคตในแง่มุมต่างๆ ที่น้องจะพบเจอ
โดยรุ่นพี่, ซึ่งบางครั้งก็เป็นรุ่นพ่อ รุ่นปู่, มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์
สอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกจากใจของรุ่นพี่ ต่อเนื่องสู่รุ่นน้อง
ด้วยความรักความเต็มใจ เพียงหวังให้ นศพ.ศิริราชน้องใหม่ได้รับสิ่งดีๆ

ถ้าใครเคยอ่านเรื่องสั้นเรื่อง "ตึกกรอสส์" ของ อ.อุดากร คงพอทราบ
เรื่องสั้นเรื่องนี้มีฉากอยู่ที่คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล
ในช่วงเวลาที่ย้อนหลังไปกว่า ๗๐ ปี  - ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ เสียอีก
มีอยู่ตอนหนึ่งกล่าวถึงพิธีอบรมน้องเฟรชชี่ ที่ห้องประชุมตึกปาโถโลยี
มีเนื้อหาเน้นย้ำถึง seniority, order, tradition, unity และ spirit
หรือที่รู้จักกันย่อๆ ว่า SOTUS ซึ่งเดี๋ยวนี้หลายคนพยายามต่อต้าน
เมื่อเรารู้ว่า ชีวิตช่วงหนึ่งของ อ.อุดากร เคยเป็นนักเรียนแพทย์ศิริราช
จึงพอจะคาดเดาได้ว่า พิธีอบรมที่เขากล่าวไว้ในเรื่องสั้นเรื่องนี้
น่าจะเป็นภาพฉากซึ่งจำลองมาจากชีวิตจริงของตัวเขาเอง
และช่วยให้เรารู้ต่อไปด้วยว่า "การอบรม" ของชาวแพทย์ศิริราช
ไม่ใช่กิจกรรมใหม่ที่เพิ่งจะมาคิดทำขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา
แต่เป็นประเพณีที่สืบทอดต่อเนื่องยาวนาน อย่างน้อยก็กว่า ๗๐ ปี
และชาวแพทย์ศิริราชยังคงถือปฏิบัติอย่างนี้มาจนถึงปัจจุบัน

สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือกระแสรับน้องของสถาบันอื่นๆ ในช่วงนี้ไม่ค่อยดีนัก
เพราะกลุ่ม "พี่" นิยมจัดกิจกรรมรับน้องด้วยวิธีการแปลกๆ
บางสถาบันพึงใจบังคับให้น้องใหม่เต้นแร้งเต้นกา สองแง่สองง่าม
อ้างว่าเพื่อให้น้อง "ละลายพฤติกรรม" ตามศัพท์ฝรั่งว่า "Break the Ice"
ทั้งที่เมืองไทยก็ร้อนจะตายอยู่แล้ว ไม่เห็นจะต้องละลายอะไรกันให้มาก
บ้างก็เลือกใช้ศัพท์ว่า "สันทนาการ" ฟังแล้วไพเราะขึ้นมาอีกหน่อย
โดยไม่รู้ความจริงเลยว่า "สันทนาการ" นั้นแปลว่า "การสนทนา" เท่านั้น
คนละเรื่องกับการตะเบ็งคอร้องเพลงประกอบท่าทางเพี้ยนๆ อย่างนี้

นอกจากเพลงและท่าเต้นวนเวียนใต้สะดือแล้ว
ยังมีกิจกรรมอีกอย่างที่น้องใหม่ทุกคนไม่พอใจ นั่นคือ "การว้าก"
ซึ่งจะมีรุ่นพี่ คอยแสดงท่าทีดุดันกล่าวหาน้องใหม่ว่าไร้ค่า ไม่น่ารัก
คอยพูดจากดดันน้องใหม่ให้ยอมรับสถานภาพ "ด้อย" แต่กำเนิด
เพื่อขับดันให้รุ่นพี่มีสถานภาพที่ "เด่น" ขึ้นมา เพิ่มอำนาจให้กับตัวเอง
เที่ยวหยิบยืมระบบ "SOTUS" ไปใช้ แต่ไม่เคยเข้าใจความหมายที่แท้จริง
แม้ไม่รู้แน่ชัดว่า สิ่งที่รุ่นพี่พวกนั้นพูดจะมีคุณค่าอะไรกับชีวิตของน้องใหม่บ้าง
แต่สิ่งที่ชัดเจนเหลือเกินคือ ไม่เห็นมีน้องใหม่คนไหนพอใจกับงานนั้นเลย

"...เพราะหลายสถาบันเลือกใช้ "การว้าก" เป็นการแสดงอำนาจของรุ่นพี่
ทำให้น้องใหม่หลายคนเอาไปเปรียบกับ "การอบรม" ของชาวแพทย์ศิริราช
แล้วเข้าใจผิด คิดว่า "การอบรม" และ "การว้าก" คือสิ่งเดียวกัน - ซึ่งไม่ใช่ !..."

...

อบรมรับน้องข้ามฟาก ณ หอประชุมราชแพทยาลัย
ภาพถ่ายฝีมือ Highwind

...

การอบรมของชาวแพทย์ศิริราช ซึ่งถือปฏิบัติสืบเนื่องมากว่า ๗๐ ปี
คือการถ่ายทอดประสบการณ์จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ไม่ใช่การแสดงอำนาจ
เพราะวิชาแพทย์เป็นวิชาเฉพาะ ไม่ใช่วิชาง่ายๆ ที่ใครก็สามารถเรียนได้
จึงถือกันว่า ประสบการณ์จากรุ่นพี่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนเป็นสิ่งล้ำค่า
มีเพียงโอกาสเดียวเท่านั้น คือการอบรมรับน้องข้ามฟาก
ที่ นศพ.ศิริราชน้องใหม่จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงของรุ่นพี่
ดีกว่าการลองผิดลองถูก เพราะวิชาแพทย์ไม่เปิดโอกาสให้ทำอย่างนั้นได้

อีกอย่าง, การเรียนแพทย์และสังคมของแพทย์อาศัยความเกื้อกูลกัน
อาจารย์สอนศิษย์ พี่สอนน้อง เพื่อนสอนเพื่อน - ผูกพันแน่นแฟ้น
ไม่ใช่เพียงแค่เข้าห้องสมุด เปิดตำราเขียนรายงานแล้วเข้าสอบเก็บคะแนน
และทั้งไม่ใช่วิชาที่จะคิดฝันเอาได้โดยจินตนาการของตัวผู้เรียนเอง
แต่เป็นการถ่ายทอดภูมิความรู้จาก "ผู้รู้" ไปสู่ "ผู้รับ" แล้วแลกเปลี่ยนกัน
ให้ "ผู้รับ" กลายเป็น "ผู้รู้" และถ่ายทอดความรู้แก่ "ผู้รับ" คนอื่นต่อไป

"...นี่จึงเป็นคำตอบที่ว่า ทำไมแพทย์ศิริราชต้องจัดการอบรมแก่น้องใหม่
และด้วยเหตุผลเดียวกันนี้เอง ที่ทำให้การอบรมยังคงมีมาจนถึงทุกวันนี้..."
 

จริงอยู่, การอบรมอาจต้องการความเป็นระเบียบเรียบร้อย
นั่นเพราะเราถือกันว่าเป็น "พิธีการ" จึงสมควรให้ความเคารพ
เคารพทั้งในพิธีการ, ผู้กล่าวอบรม, และสถานที่จัดการอบรมนั้น
หากใครแสดงกิริยาไม่เหมาะสม ย่อมสมควรได้รับการว่ากล่าวตักเตือน
และหากยังทำผิดอยู่ซ้ำๆ เดิมๆ - การลงโทษก็คงต้องมีบ้างเพื่อให้จดจำ
แต่ไม่ใช่การเสแสร้ง มุ่งแต่จะแสดงอำนาจ "ตัวเลขอายุ" เพียงถ่ายเดียว
ว่ากันตามจริง มารยาทในที่ประชุมเป็นอย่างไร ในการอบรมก็เป็นอย่างนั้น
ไม่ใช่ว่าอาจารย์อาวุโส, อาจารย์ปัจจุบัน หรือรุ่นพี่จะเล่นละครแต่อย่างใด
เพราะหน้าที่การงานของท่านมีมากเกินกว่าจะมาทำอะไรไร้สาระให้ใครดู

ที่พูดอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าจะยกย่องแพทย์ศิริราชให้เด่นเหนือใคร
เพียงแต่ต้องการชี้ให้เห็นว่า การรับน้องตามความหมายที่แท้เป็นอย่างไร
"การอบรม" กับ "การว้าก" แตกต่างกันตรงไหน อย่างไหนน่าจะดีกว่ากัน
มุ่งเสนอความคิดเห็นเพื่อสมานฉันท์ระหว่างประเพณีเก่ากับยุคสมัยใหม่
หวังให้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับน้องลดถอยลงไป หรือหมดไปเลยยิ่งดี

...

อบรมรับน้องข้ามฟาก ณ หอประชุมราชแพทยาลัย
ภาพถ่ายฝีมือ Highwind

...

ฉันอาจจะโชคดีอยู่หน่อยตรงที่เรียนแพทย์ศิริราช
ซึ่งถือเป็นโรงเรียนแพทย์ที่มีเอกลักษณ์ มีประเพณีอันงดงามสืบทอดมา
จึงไม่เคยรู้สึกโกรธเกลียดรุ่นพี่ ไม่เคยชิงชังต่อต้านการรับน้อง
เพราะมองเห็นความดีงามของการรับน้องจริงๆ อย่างที่รุ่นพี่มอบให้
และพยายามส่งต่อความดีงามเหล่านั้นให้กับน้องใหม่รุ่นต่อๆ ไป

"...การรับน้อง จะไม่ใช่กิจกรรมที่น่ารังเกียจเลย หากรุ่นพี่เข้าใจ
เข้าใจว่า ความหมายที่แท้ของการรับน้องคืออะไร เรารับน้องไปทำไม
ถ้าเราจะพูดคุยกับน้อง จะแนะนำน้อง ควรจะทำแบบไหนจึงเหมาะสม
หากทำเพื่อความสนุกของรุ่นพี่ถ่ายเดียว การรับน้องนั้นก็ไร้ความหมาย
เพราะน้องใหม่คงไม่ได้อะไรจากกิจกรรมปาหี่ที่ไร้สาระเหล่านั้น
แต่หากทำเพื่อประโยชน์ของน้องใหม่จริงๆ ด้วยความจริงใจแล้ว
น้องใหม่ย่อมยอมรับและได้รับสิ่งดีๆ ที่รุ่นพี่เต็มใจมอบให้ด้วยความหวังดี..."

เชื่อเหลือเกินว่า หากน้องใหม่ได้รับสิ่งที่ดีงามจากรุ่นพี่แล้ว
คงจะมีกำลังใจจัดกิจกรรมรับน้องดีๆ อย่างนี้แก่น้องใหม่รุ่นต่อๆ ไป
เพื่อให้ประเพณีอันดีงามนี้ยังคงอยู่ต่อไปอีกนานเท่านาน

ยินดีต้อนรับน้องใหม่ เฟรชชี่ศิริราช รุ่น ๑๑๙
จากใจซีเนียร์ศิริราช รุ่น ๑๑๕ ครับ
 

...

พิธีรับน้องข้ามฟาก ณ ศาลาท่าน้ำ รพ.ศิริราช
"...เมื่อก้าวขึ้นท่า เจ้ากับข้าพี่น้องกัน..."
 

...

รวมเอ็นทรี่ย์เกี่ยวกับรับน้องข้ามฟาก (จิ้ม >>)

... 

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ
  

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!


พูดไม่ออก

#14 By sansanae on 2009-07-26 00:16

Hot! Hot! Hot!

มันดูเป็นพิธีการที่น่าจะมีแต่งสิ่งที่ดีๆน่าจดจำ มากกว่าเรื่องรุนแรงบ้าบอที่รุ่นน้องไม่อยากจำแฮะ




อ่านแล้วอยากเข้ามั่งจัง (พูดเหมือนเข้าง่าย - -'')

#13 By HeDw!g on 2009-07-26 00:11

การรับน้องสำคัญที่คณะ แต่ละคณะมีเอกลักษณ์เป็นของตัว
เป้าหมายอาจจะเหมือนแต่แตกต่างที่รายละเอียด

หนูชอบกิจกรรมรับน้อง
ของมหิดล ทุกคณะเลย

ทุกคณะมีเอกลักษณ์ของตน

รักศิริราชเฉกเช่นเดียวกับรักคณะตน รักคณะตนเหมือนกับรักความเป็นมหิดล



big smile big smile big smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#12 By porpang on 2009-07-25 23:56

ผมไม่ชอบ ว้าก แต่ถ้าศิริราชผมพอจะเข้าใจหน่อยนึง

ขออย่างเดียว อย่าเป็นพวกที่ผมไม่ชอบก็พอแล้ว big smile open-mounthed smile question

#11 By Shuu Exteen on 2009-07-25 23:44

เคยชอบผู้หญิงคนหนึ่งตั้งแต่เรียน ม. ปลาย
พอจบม. 5 เธอเข้าหมอศิริราชครับ
ส่วนผมเข้าอีกที่ และก็แ้ห้วไป

ตอนนี้เธอเป็นคุณหมอ(นานแล้ว)ผิวหนัง

#10 By n h e p h e x on 2009-07-25 22:29

ขอเพียงพี่ซื่อใจไปถึงน้อง การรับน้องเองไม่เลวร้าย

ปีนี้ต้องทำการรับน้องเหมือนกันคร้าบบบ

กลัวๆกล้าๆ แต่ก็อยากทำสิ่งดีๆให้น้องสนิทกัน

จะให้น้องเขารักกัน

ไม่ง่ายเลยคร้าบบsad smile

บทความนี้มากเลยคร้าบบHot!

#9 By youuue on 2009-07-25 20:33

อ่านแล้วประทับใจ Hot!

#8 By พ. on 2009-07-25 20:17

เก้าอี้นั่งเป็นแถว เป็ฯระเบียบมากๆเลยค่ะ เป็นกิจกรรมที่น่าประทับใจ

#7 By Pat's Song on 2009-07-25 17:51

อ๊ะ ลืมให้ค่ะ Hot!

อยากให้ได้อ่านกันเยอะๆ

#6 By vinn* on 2009-07-25 17:15

โอ๊วววววววว...

แจ่มแจ้งสุดๆค่ะbig smile

#5 By ณ ปลายทาง. on 2009-07-25 17:09

ดีจังเลยนะคะ ถ้าจะมีโอกาสได้เข้าไปในที่ๆรับน้องด้วยวิธีการที่ดีและมีเหตุมีผลแบบศิริราช big smile พอดีไม่คิดจะเป็นหมอหรือเรียนวิชาทางสายวิทยาศาสตร์เลย จะหมอที่จุฬา ศิริราช รามา ฝ้ายก็ไม่สนทั้งนั้น sad smile

ความจริง กิจกรรมรับน้อง..ถ้าใช้ให้ถูกทางถูกวิธี ประโยชน์ก็น่าจะมีมากมาย

น่าเสียดายที่ใครหลายๆคน คนกว่าครึ่งยังคงใช้คำว่า "รับน้อง" ไปในทางผิดๆ แล้วก็มีผลส่งต่อในแง่ความรู้สึกและความศรัทธาที่มีต่อสถาบันและคณะนั้นๆไปด้วย

คงจะดีกว่านี้ ถ้า"รุ่นพี่"ทำตัวได้เหมาะสมกับคำๆนี้ ให้เป็นรุ่นพี่ที่คอยแนะนำ มิใช่ขีดเส้นบัญญัติให้น้องทำตาม เป็นรุ่นพี่ที่รู้จักการพูดจา มิใช่สักแต่ใช้การคำรามหรือการดุด่ามาทำให้รุ่นน้องเกิดความเกรงกลัวให้อยู่ภายใต้อำนาจ

สิ่งที่รุ่นพี่ควรกระทำคือถ่ายทอดประสบการณ์และบทเรียนที่มีค่ามีประโยชน์ให้กับน้องรุ่นถัดๆไป มีสายสัมพันธ์อันดีต่อกันเพื่อที่จะได้ช่วยเหลือ ให้คำแนะนำกันได้ต่างหาก..

สำหรับฝ้าย รุ่นพี่น่าจะเป็นคนที่เป็นเหมือน"เพื่อน"ได้ด้วย คือไม่ใช่การกำหนดชั้นเหมือนรุ่นน้องอยู่ในฐานะต่ำกว่า ต้องเชื่อฟังทุกอย่าง น่าจะเป็นคนที่คอยปรึกษากันได้ พูดคุยกันได้โดยไม่มีความรู้สึกขิดขวงใจ


แต่ก็น่าชื่นใจที่ยังมีสถาบันที่มีการรับน้องที่ดีค่ะ

big smile จากใจน้องปี1คนนึง

ปล.ฝ้ายเคยอ่านตึกกรอสส์ cry ยังแอบงงๆเนื้อเรื่องอยู่เลย แหะๆ

#4 By vinn* on 2009-07-25 17:09

จริงๆกิจกรรมการรับน้องมันก็ดีออกนะ
ทำให้รุ่นพี่รุ่นน้องได้รู้จักกัน ให้นักศึกษาเข้าใหม่รู้จักกัน
แต่ก็นะ...บางคนก็ทำเอาเสียไป..

สำหรับ "SOTUS" นั้น...
ผมก็คิดว่าเข้ากับสังคมของไทยดีนะ
เพราะสังคมไทยเน้นการเคารพเชื่อฟัง ผู้อาวุโส อยุ่เป็นทุนเดิมอยู่แ้ล้ว...


เห็นแล้วแอบตกใจ..แถวตรงเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว


สุดยอด!!!!open-mounthed smile

#3 By Doru-Kun™ on 2009-07-25 16:56

อ่านแล้วความอยากเข้าศิริราชเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเลยนะเนี่ย

^^

#2 By Babygirl... on 2009-07-25 16:25

ตอบทุกประเด็นได้สุดยอดมากค่ะHot! Hot! Hot!

#1 By uɐɯƃuɐɥ on 2009-07-25 16:23

Recommend