๑๐๖. หัดฟังคนอื่นซะบ้าง
posted on 05 Jul 2009 16:32 by raynartz in Poem-of-Mind...
"...แค่ความคิดทฤษฎีนี้พูดได้
แต่จะให้ปฏิบัติยังขัดสน
เพราะพูดตามความคิดในจิตตน
ยิ่งพร่ำบ่นเบือนบิดยิ่งผิดทาง
...
เที่ยวร้องสั่ง '...ฟังข้ากล่าววาทะ
แล้วเจ้าจะสำเร็จทุกสิ่งอย่าง...'
แต่ความคิดจิตใจไม่ปล่อยวาง
จะคิดสร้างสามัคคี - ไม่มีวัน
...
ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
แล้วกลับหวังสร้างสานสมานฉันท์
ปรุงประดิษฐ์คิดคำหลอกจำนรรจ์
ว่าอย่างนั้นอย่างนี้นั่นดีนัก
...
ทำเรื่องง่ายให้เห็นเป็นเรื่องยาก
กินกับปากอยากกับท้องต้องตระหนัก
พวกปากว่าตาขยิบรีบพยัก
เพราะหวังตักหวังตวงประโยชน์ตน
...
ลิ้นสะบัดปรัชญาฟังน่าเชื่อ
ใจกรีดเนื้อเถือหนังด้วยหวังผล
แสร้งเสนอสำนวนล้วนเล่ห์กล
สุดท้ายวนเวียนอ่างเหมือนอย่างเดิม..."
...
...
กลอนบทนี้เขียนเอาไว้นานแล้ว คงประมาณ ๓ ปีได้
ที่ผ่านมาต้องเข้าร่วมประชุมอยู่บ่อยครั้ง นั่งฟังหลายคนพูด
ฟังแล้วกลับมานั่งคิด พยายามทบทวนว่าสิ่งที่พวกเขาพูดคืออะไร
แต่น่าเสียใจเหลือเกินว่า ทั้งที่พยายามตั้งใจฟังอย่างเต็มที่แล้ว
จะมองหาประโยชน์จากคำพูดเหล่านั้น กลับเหมือนว่าไม่มีอยู่เลย
เพราะต่างคนต่างพูดเรื่องที่ตัวเองต้องการ โดยไม่สนใจใคร
ซ้ำร้าย, หลายๆ ครั้ง เรื่องที่พูดนั้นก็เบนออกนอกทางไปไกล
คนที่เคยเข้าประชุม หรือเคยสัมผัสบรรยากาศอย่างนี้ - คงคุ้นเคยดี
ในที่ประชุม, ต่างคนต่างเตรียมเรื่องของตนมาพูด แสดงความคิดเห็น
แต่น้อยคนที่จะใช้เวลารับฟังความคิดเห็นของคนอื่นอย่างเต็มใจ
และยิ่งน้อยลงกว่านั้น หากจะขอให้พิจารณาความคิดเห็นอย่างเป็นกลาง
เว้นแต่เมื่อคำพูดของอีกฝ่ายกระทบความรู้สึกของตัวเองนั่นแหละ
จึงจะคิดตั้งใจฟังขึ้นมาบ้าง - แต่ก็ฟังเพื่อจับผิดและหาทางแก้ตัว
พอทุกคนเลือกที่จะพูด - ขอเพียงให้ได้พูด - แต่ไม่สนใจฟัง
เรื่องที่ต้องการความเห็นส่วนรวมจึงไม่อาจลงตัวได้โดยง่าย
เมื่อไม่ฟังอย่างตั้งใจ ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นๆ พูดว่าอย่างไรบ้าง
หรือแม้จะฟัง แต่บดบังด้วยอคติ ก็ไม่อาจรู้เรื่องจริงได้เช่นกัน
ใจจึงยอมรับเพียงแค่ความคิดเห็นของตัวเองเท่านั้น
ไม่ใช่ว่าความคิดของตัวเองดีที่สุดหรอก แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นพูดอะไร
ลงท้าย, เมื่อต้องการข้อสรุป จึงผูกมัดอยู่กับความคิดของตัวเอง
...
...
แล้วอย่างนี้, การประชุมที่ยืดยาวจะมีประโยชน์อะไรกัน ?
ในเมื่อต่างฝ่ายต่างเล่นแง่ ต้องการเสนอความคิดเห็นของตัวเอง
แต่ไม่เคยหยุดพักเพื่อฟังความคิดเห็นของคนอื่นอย่างตั้งใจ
เหมือนกับการพายเรือ ที่ต่างคนต่างพาย - พายกันคนละทิศทาง
ต่อให้พายด้วยแรงที่มากเพียงไร เรือย่อมลอยวนอยู่ที่เดิม
"...ถ้าเพียงแต่ลดความถือดีในตัวเองลงบ้าง แล้วตั้งใจฟัง
ไม่ว่าสิ่งที่เขากำลังบอกนั้นจะดีหรือร้ายอย่างไร ก็ขอให้ฟัง
หากเป็นประโยชน์ เราย่อมได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่
แต่หากเป็นโทษ เราจะได้หลีกเลี่ยงและปรับความเข้าใจ..."
ลองเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง
ฟังดูว่า คนอื่นพูดว่าอย่างไร - ฟังให้จบ อย่าเพิ่งขัด อย่าร้อนตัว
ในคำพูดเหล่านั้น คนพูดต้องการสื่อสารอะไรกับคนฟัง
ในคำพูดเหล่านั้น แฝงความหมายและความรู้สึกเอาไว้อย่างไร
ในคำพูดเหล่านั้น มีประโยชน์ที่แท้จริงมากน้อยแค่ไหนกัน
แล้วค่อยกลับมาพิจารณาคุณค่าด้วยใจที่เป็นกลาง
ถ้าต่างฝ่ายต่างพูด ไม่รู้จักฟังกันบ้าง
แล้วเมื่อไหร่ความขัดแย้งจะหมดไปสักที ?
...
หลวงปู่ ติช นัท ฮันห์ ภิกษุมหายานชาวเวียดนาม
ผู้นำทางจิตวิญญาณแบบเซ็น ผู้เสนอแนวทาง "ฟังอย่างตั้งใจ"
หรือ deep listening เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต่างๆ
...
"...ถ้าเราเลือกที่จะพูดมากกว่าฟัง เราจะได้ยินแค่เสียงของตัวเอง
เป็นเสียงที่เราได้ยินตั้งแต่เช้าจนเย็น คอยพูดคำเดิมซ้ำๆ - น่าเบื่อ
แต่ถ้าเราเงียบ แล้วลองฟังเสียงอื่นๆ ที่อยู่รอบกายของเราดูบ้าง
ไม่เฉพาะแต่คำพูด แต่หมายรวมถึงเสียงกระซิบของธรรมชาติ
เราอาจได้ยินเสียงใหม่ๆ ที่ช่วยเปิดความคิดของเราได้มากกว่าเดิม..."
ลองฟังคนอื่นอย่างจริงจังบ้าง น่าจะได้ความคิดดีๆ เพิ่มขึ้นอีกเยอะ...
...
Song of the Wind ; A Busket of Plums
...
ปล. ช่วงนี้ไม่ค่อยสบาย เป็นไข้หวัด - ค่อนข้างโทรมอยู่เหมือนกัน
ตอนแรกตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ให้ละเอียด แต่ฝืนร่างกายไม่ไหว
เลยเขียนเพียงสั้นๆ พอเป็นน้ำจิ้ม เพื่อว่าบล็อกจะได้ไม่ร้างจนเกินไป
ไว้ถ้ากลับมาแข็งแรงเมื่อไหร่ จะกลับมาพูดคุยกันอีกครั้งครับ
...
ของฝาก จิ้มโหลด >>> หนังสือเพลงศิริราช พ.ศ. 2552
...
เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ
ฟังอย่างไร ฟังอย่างตั้งใจน่ะคะ
*********
เพราะทุกวันนี้ เราให้ความสำคัญแต่ว่า เราจะพูดอะไร
#1 By หัวใจบอลลูน on 2009-07-05 16:36