เพื่อนที่แสนดีคนหนึ่ง เคยตั้งปัญหาเรื่องนี้ไว้นานเกือบ ๒ ปีแล้ว
ตั้งแต่คราวที่ยังลงงานชุมชนที่ รพ.แสวงหา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง
จำได้ว่า วันนั้นเป็นวันวาเลนไทน์ ซึ่งมีเรื่องราวเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
แต่เพราะมีอีกหลายเรื่องผ่านเข้ามา เลยเพียงแต่รับรู้แล้วเก็บไว้ในใจ
วันนี้, คราบสนิมเกาะความคิดเต็มไปหมด กว่าจะแงะออกมาได้ก็แทบแย่

พอดีว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เผลอไปรับรู้เหตุการณ์บางอย่างโดยบังเอิญ
เพื่อนสองคนกำลังเถียงกัน - ด้วยเหตุที่ว่า
"เธอทำงานไม่ถูกใจฉันสักที"
อีกฝ่ายโต้กลับ ว่า
"ฉันน่ะทำดีที่สุดแล้ว เธอนั่นแหละเรื่องมากไปเอง"
เท่าที่รู้ สองคนนี้คงจะเถียงกันมานานพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
เหมือนเวลาที่นักการเมืองถกเถียงกัน เนิ่นนานเพียงไรก็ไร้ความหมาย
แล้วงานที่กำลังทำอยู่ก็คงค้างอยู่อย่างนั้น ไม่เดินหน้าไปไหนเลย

ถ้าจะว่าให้ชัดลงไปอีก, เชื่อไหมว่าสองคนนั้นเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง - เหมือนจะแค่เล็กน้อย - ทำให้ทะเลาะกันได้ขนาดนี้

...

...

ความท้าทายอย่างหนึ่งของการใช้ชีวิต คือการอยู่ร่วมกัน
ไม่ว่าจะแค่สองคน หรือมากขึ้นเป็นครอบครัว เป็นชุมชน และเป็นสังคม
ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อมาอยู่รวมกันก็ย่อมต้องมีการติดต่อกันเป็นธรรมดา
ภาพในอุดมคติ คือทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยสันติสุข ไม่ผิดใจกัน
พูดคุยกันด้วยมิตรไมตรี สุภาพอ่อนน้อม ปราศจากการทะเลาะเบาะแว้ง
แต่การจะทำอย่างนั้นได้ หมายความว่าทุกคนจะต้องสมบูรณ์พร้อม
จึงจะมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะระงับความรู้สึกเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

ถ้าอย่างนั้นหมายความว่า ความสัมพันธ์ระหว่างกันไม่มีวันสงบสุขงั้นหรือ ?
เพราะในเมื่อความเป็นจริง ไม่มีใครสมบูรณ์พร้อม (Nobody is Perfect)
เมื่อความไม่สมบูรณ์มาอยู่รวมกัน เราจะหวังสันติสุขให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

ปัญหามีอยู่ว่า เมื่อคนเรามีโอกาสรู้จักกัน ได้มาอยู่ใกล้ชิดในหน่วยเดียวกัน
ความใกล้ชิดนี้เป็นแค่เพียงการอยู่ "รวมกัน" หรือว่าเป็นการอยู่ "ร่วมกัน"
อย่างแรก เพียงแต่มารวมๆ กันอยู่เฉยๆ เหมือนเวลาเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้า
ผู้คนจำนวนมากมาอยู่รวมกัน แม้จะมาด้วยความต้องการคล้ายๆ กันก็จริง
แต่คนเหล่านั้นไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันกันแต่อย่างใด ก็แค่บังเอิญมาเจอกัน
ส่วนอย่างหลัง เป็นมากกว่าการมาอยู่รวมกัน เพราะเราเติมไม้เอกเพิ่มเข้ามา
ทำให้เกิดความรู้สึกว่า น่าจะต้องมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างกันออกไป
และอะไรบางอย่างนั้น ควรจะก่อให้เกิดความผูกพันมากกว่าแค่เดินมาเจอกัน

นี่แสดงให้เห็นว่า คนเราควรอยู่ "ร่วมกัน" มากกว่าอยู่ "รวมกัน"
เพราะการอยู่รวมกัน หมายเพียงแค่การเพิ่มจำนวนคนให้มากขึ้นเท่านั้น
แต่การอยู่ร่วมกัน คือการสร้างสรรค์ความผูกพันระหว่างใจขึ้นมา
เมื่อทุกคนต่างมีส่วนร่วมกันในสังคมอย่างนี้แล้ว จิตอาสาย่อมผลิบาน
และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม นำพาทุกคนให้เดินไปพร้อมกัน

"...ขอเพียงแค่มีความรู้สึก "ร่วม" กันระหว่างคนที่อยู่ "รวม" กัน
ความผูกพันจะก่อเกิด ความเห็นอกเห็นใจจะค่อยเพิ่มพูนขึ้นทีละน้อย
จนมากพอที่จะเชื่อมหัวใจของทุกคนให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
และความใกล้ชิดที่เกิดจากความรู้สึกร่วมนี้เอง จะเป็นต้นทุนอันล้ำค่า
ที่จะนำพาส่วนรวมให้ก้าวไปสู่จุดหมายสุดท้ายได้สมดังตั้งใจ..."

...

...

สมัยที่เรียนวิชาสถิติ อาจารย์เคยกล่าวย้ำเอาไว้เสมอ
ว่า ในการรวบรวมผลข้อมูล ขอให้พิจารณาข้อมูลเหล่านั้นให้ดีก่อน
แต่ละข้อมูลมีค่าความผิดพลาดที่ยอมรับได้มากน้อยเพียงไร
และเมื่อนำมาคิดคำนวณรวมกันแล้ว ความผิดพลาดจะเพิ่มขึ้นแค่ไหน
ถ้าหากเราพอใจความผิดพลาดของข้อมูลย่อยที่มีอยู่นิดหน่อยนั้น
ต้องไม่ลืมว่า เมื่อนำข้อมูลมารวมกันแล้ว ความผิดพลาดจะเพิ่มขึ้นอีกมาก
ดีไม่ดี ที่เห็นนิดหน่อยนั้น อาจจะทวีทบซ้ำขึ้นมาอีกหลายเท่าตัวก็ได้

หลายคนเก็บเอาความรู้นี้มาเปรียบใช้กับการอยู่ร่วมกัน
โดยคิดไปว่า ข้อมูลที่นำมารวบรวมไว้ด้วยกันนี้ คงเหมือนกับคนอยู่ร่วมกัน
ต่างคนต่างมีข้อบกพร่อง เหมือนกับข้อมูลที่มีค่าความผิดพลาดแอบแฝง
หากจะปล่อยให้มาอยู่รวมกันแล้ว ความผิดพลาดย่อมจะเด่นชัดขึ้น
ซึ่งอาจจะมากจนเกินกว่าที่สังคมจะยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงต่อไป

พอนึกเอาไว้อย่างนี้ จึงเกิดปัญหาอีกข้อหนึ่งตามมา
ว่า สมควรจะเปิดรับคนที่มีข้อบกพร่องไว้ร่วมทำงานด้วยหรือไม่ ?
เพราะหากรับคนที่มีปัญหาเข้ามา ก็รังแต่จะก่อปัญหาต่อไปไม่สิ้นสุด
แค่ความบกพร่องที่มีอยู่ภายในก็มากจนเกินจะรับไหวแล้ว !!!

ข้อนี้ขอให้คิดให้ดีเสียก่อน ก่อนจะตัดสินกัน
จริงอยู่, ในทางสถิติ การนำข้อมูลที่มีค่าความผิดพลาดมาคำนวณร่วมกัน
ความผิดพลาดรวม ย่อมมีค่าเท่ากับความผิดพลาดย่อยๆ คูณทบกันไป
แต่นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับข้อมูลที่ไร้ชีวิต ขาดความยืดหยุ่นจนปรับเปลี่ยนไม่ได้
ส่วนคนนั้นต่างกัน ตรงที่แม้คนจะมีข้อบกพร่องตรงจุดใดก็ตาม
แต่คนมีศักยภาพมากพอที่จะปรับปรุงตัวเอง เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องนั้น
เพียงแต่ต้องอาศัยความสำนึกรู้ และต้องการระยะเวลาสักพักเท่านั้น

"...แม้ว่าไม่มีใครในโลกนี้สมบูรณ์พร้อม (Nobody is Perfect) อย่างที่หวัง
แต่ก็ใช่ว่าความบกพร่องนั้นจะเป็นเหมือนอย่างตัวเลขในบัญชี
แม้แต่ตัวเลขในบัญชียังแอบโกงกันได้ไม่ยาก อาศัยความชำนาญนิดหน่อย
แล้วการปรับปรุงตัวเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องนั้น มันจะยากสักแค่ไหนกัน ?..."

ขอเพียงแต่เราสำนึกรู้ความบกพร่องนั้นแล้วหาหนทางแก้ไข
ในขณะที่คนอื่นๆ ก็พร้อมเปิดใจยอมรับการแก้ไขนั้นด้วยมิตรไมตรี
ไม่ใช่เอาอารมณ์ของตนเป็นที่ตั้ง แล้วกล่าวหาความผิดกันอย่างไม่เกรงใจ
ความบกพร่องที่มองเห็นในคราวแรก ย่อมค่อยๆ เลือนหายไปในที่สุด

...

 

...

จุดสำคัญของปฏิสัมพันธ์ในสังคม คือการอยู่ "ร่วมกัน" ไม่ใช่แค่ "รวมกัน"
ดังนั้น นอกจากการเปิดใจรับรู้ข้อบกพร่อง และให้โอกาสปรับปรุงตัวแล้ว
ยังต้องเชื่อมั่นในศักยภาพของเพื่อนร่วมกลุ่มด้วย ว่าเขาต้องทำได้
เพราะแม้คนจะมีความสามารถในการปรับปรุงตัวมากเพียงไรก็ตาม
แต่หากเพื่อนร่วมกลุ่มไม่เปิดใจ หรือไม่ไว้วางใจในความสามารถนั้นแล้ว
กำลังใจในการแก้ไขปัญหาย่อมไม่เกิด กลายเป็นความหวาดระแวงไปแทน
เมื่อเป็นอย่างนี้, จะเรียกว่าอยู่ "ร่วมกัน" ด้วยความรู้สึกผูกพันได้อย่างไร ?

อย่าลืมว่า ต่างคนต่างมีข้อบกพร่องแอบแฝงอยู่ภายในตัวเอง
เพียงแต่บางอย่างอาจเด่นชัด บางอย่างอาจเลือนลางจนยากจะมองเห็น
หรือเพียงแต่บังเอิญว่า ข้อบกพร่องของคนอื่นเป็นสิ่งที่ยอมรับกันไม่ได้
ในขณะที่ของตนเองนั้นพยายามปกปิด หรือไถกลบให้เป็นเรื่องเล็กน้อย
รู้อย่างนี้แล้ว, การกล่าวโทษด้วยอารมณ์จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย

การอยู่ "ร่วมกัน" นอกจากทำให้เราเห็นอกเห็นใจกัน ให้โอกาสปรับปรุงตัว
ยังกระตุ้นเตือนให้เรากลับมาทบทวนความผิดพลาดของตนเองอีกด้วย
ทั้งนี้ ก็เพื่อยอมรับตัวของตัวเอง และคิดหาหนทางแก้ไขปัญหานั้นๆ
เพื่อที่ทุกฝ่ายจะได้ปรับจูนเข้าหากันได้ ตามความหมายของการอยู่ "ร่วมกัน"

"...ถ้าเพียงแต่ทุกคนเปิดใจยอมรับความจริง ว่าทุกคนแตกต่างกัน
แต่ทุกคนมีศักยภาพมากพอที่จะลดความแตกต่างนั้นลงได้ แม้จะช้าไปบ้าง
กุญแจสำคัญอยู่ที่การยอมรับความผิดพลาด และเปิดโอกาสให้แก้ตัว
เข้าใจความหมายของการอยู่ "ร่วมกัน" จริงๆ แล้ว สันติสุขก็อยู่ในใจเรานี้เอง..."

...

 

...

"...ขอให้มองความแตกต่างเป็นเพียงความ "แตกต่าง" ที่สามารถแก้ไขได้
อย่าปล่อยให้ถึงกับกลายเป็นความ "ขัดแย้ง" ที่รุนแรงระหว่างกันเลย..."

...


เพลง : คำตอบของหัวใจ - เตชินท์

...

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากค่ะ
ชอบจัง...ตรงที่ว่า
การอยู่ร่วมกัน มันคือความท้าทายของชีวิตอย่างหนึ่ง

ได้แนวคิดดีดีอีกครั้ง big smile Hot!

#18 By nookniss on 2009-07-02 10:54

เห็นด้วยมากๆครับ แตกต่างแต่ไม่จำเป็นต้องขัดแย้ง
ทุกคนมีข้อบกพร่อง เพียงแต่เปิดใจ อยู่ร่วมกัน
ให้โอกาสซึ่งกันและกัน surprised smile

#17 By Recycle Boy on 2009-06-29 09:31

ถึงจะแตกต่าง แต่ก็อย่าให้แตกแยกครับ
เราควรเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นที่แตกต่างจากเรา เพื่อช่วยเติมเต็มกันและกัน

ยินดีที่ได้รู้จักครับ big smile
(หน้าตาคุณดูคุ้นๆ จัง เราเคยรู้จักกันมาก่อนรึเปล่าครับเนี่ย embarrassed)
นอกจากจะเข้าใจความแตกต่างของแต่ละคนแล้ว การที่เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างดีนั้น ต้องอาศัยความยอมรับความแตกต่างดังกล่าวให้ได้ด้วยนะ

เพราะความเข้าใจหากไม่ยอมรับ อาจจะอยู่ได้ในเบื้องต้น แต่ไม่สามารถก่อเกิดความสุขในระยะยาวได้

ต้องยอมรับ รู้จักมองมันว่าเป็นสิ่งธรรมดาของโลก และยังน่าสนุกอีกทั้งยังน่าท้ายทายด้วยซ้ำหากคนหลาย ๆ คนสามารถอยู่ร่วมกัน และนำเอาข้อดีของแต่ละคนออกมาช่วยกันทำงานให้ประสบความสำเร็จ

#15 By Highwind on 2009-06-23 17:21

ทำงานอยู่ด้วยกันวันละเจ็ดแปดชั่วโมง ก็คงต้องมีขัดแย้งกันบ้าง เป็นธรรมดาค่ะ ที่ทำงานเค้าก็ธรรมดากันทู้กกกวัน sad smile
ชอบมากๆเลยค่ะ

#13 By นายฟักทอง on 2009-06-22 20:34

การอยู่ร่วมกันไม่ใช่เรื่องง่าย

แม้ระยะเวลานานแค่ไหนที่รู้จัก

ก็จบลงได้เพียงเสียววินาที

แก้ไขได้ควรรีบแก้

ก่อนที่มองหน้าไม่ได้อีเลย

ปล.ผ่านมาแล้วมาช่างลำบากมาก

แม้คืนดีกันแล้วมันก็ไม่เหมือนเดิมเลยคร้าบบบbig smile big smile

#12 By youuue on 2009-06-22 16:32

ถ้าเรายอมรับความต่างของกันได้
ทุกอย่างก็คง จะไม่เกิดปัญหาเนอะbig smile

#11 By nudee on 2009-06-22 12:16

Hot! Hot! confused smile
แตกต่าง = เติมเต็ม ค่ะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวมากเลย
ตั้งแต่มาอยู่ศิริราชทรายก็ได้ประสบกับปัญหาเล็กๆของการอยู่ร่วมกันกับเพื่อนสนิท
เพราะความที่อยู่ด้วยกันตลอด ต้องเจอหน้ากันตลอด ทำกิจกรรมด้วยกันทุกๆอย่าง
มีหลายครั้งที่เพื่อนทำบางอย่างไม่เป็นดังใจ จนเราเกิดอารมณ์ขึ้นมาข้างใน
แต่ว่าเพราะมีความผูกพัน หลายครั้งมีสิ่งดีๆจากความเป็นเพื่อนกันที่ทำให้เรารู้สึกได้ถึงความสุข หัวเราะได้ ฝ่าฟันสิ่งต่างๆไปด้วยกัน มันมากกว่าแค่เรื่องเล็กๆที่จะเอามาเป็นประเด็นให้ร้าวฉาน...
จนทรายคิดได้ว่าไม่มีเหตุผลเลยที่จะต้องแสดงอารมณ์โกรธอะไรออกไป
แต่ถ้าไม่ไหวก็จะพูดบอกเพื่อนสักนิดว่าอย่างนี้เราเห็นว่าไม่ถูกนะ หรืออย่างนี้เราอยากให้ปรับเปลี่ยนบ้างนะ โดยไม่ใช้อารมณ์
แล้วมันก็หายไปอ่ะค่ะ ความรุ้สึกหงุดหงิดในใจ
(รู้สึกดีใจที่ตัวเองระงับความโกรธได้)

แต่ถ้าจะห้ามไม่ให้รู้สึกเลย อาจจะทำไม่ได้
(แอบหงุดหงิดด้วยว่าทำไมต้องมีความรู้สีกนี้เกิดขึ้น ทำไมสุดท้ายความสัมพันธ์ก็ไม่เป็นอย่างที่อยากให้เป็น คือ'มีแต่ความรุสึกดีๆ' ทั้งที่เราพยายามแล้ว)
แต่ว่าก็ได้บทเรียนจริงๆคือการฝึกคววามรู้สึกตัวเอง และเรื่องที่ต้องยอมรับปรับเปลี่ยนกันไป ไม่ใช่คาดหวังให้เค้าเป็นทุกอย่างอย่างที่เราคิดว่าเค้าต้องเป็น...

นานๆไปอาจจะไม่หงุดหงิดขึ้นมาง่ายๆกับเรื่องหลายๆเรื่องแม้แต่ข้างในใจ เพราะเราคาดหวังความ perfect ไม่ได้แน่นอนไม่ว่าจากอะไร...แม้แต่ตัวเราเอง

^^

#9 By S@nDGLasS on 2009-06-22 10:43

ไม่มีใครสมบูรณ์พร้อม ถ้ายอมรับเรื่องนี้กันได้จะสงบขึ้นเยอะเลย
อยู่รวมกัน
กับ
อยู่ร่วมกัน

มันต่างกันจริงๆด้วยครับ
เป็นแง่คิดที่ดีจริงๆ

อ้อ ดีใจที่คุณชอบแคนโต้ผมนะครับ

#7 By pakazite on 2009-06-22 01:10

"...ขอเพียงแค่มีความรู้สึก "ร่วม" กันระหว่างคนที่อยู่ "รวม" กัน
ความผูกพันจะก่อเกิด ความเห็นอกเห็นใจจะค่อยเพิ่มพูนขึ้นทีละน้อย
จนมากพอที่จะเชื่อมหัวใจของทุกคนให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
และความใกล้ชิดที่เกิดจากความรู้สึกร่วมนี้เอง จะเป็นต้นทุนอันล้ำค่า
ที่จะนำพาส่วนรวมให้ก้าวไปสู่จุดหมายสุดท้ายได้สมดังตั้งใจ..."

ชอบท่อนนี้มากค่ะ คุณหมอเขียนเรื่องทีไร น่าอ่านทุกที
แต่รบกวนอย่างได้มั๊ยค่ะ ตัวหนังสือเล็กน่ะค่ะ อ่านยากนิดหนึ่งHot!

#6 By Pat's Song on 2009-06-21 22:31

ถ้าแต่ละคนไม่มองตัวเองเป็นหลัก
อะไร ๆ คงง่ายขึ้น

big smile

#5 By มโนภาพ on 2009-06-21 21:12

ประโยคสุดท้ายนั้น .. โดนกับบางเรื่องราวของตัวเองอย่างจัง
อยากจะบอกใครบางคนแบบนี้บ้าง แต่คงต้องให้เค้ารู้สึกเองจากใจ surprised smile Hot!

#4 By จุ๊บบ๊อกซ์ on 2009-06-21 21:01

ซึ้งอ่ะ

#3 By ewa on 2009-06-21 20:40

Hot!

ชอบข้อความใน " .. " อันแรกอ่าครับ

รู้สึกได้ถึงความลึกซึ้ง

อิอิ

#2 By ~DoppLer PlaThoNg~ on 2009-06-21 19:37

Hot! Hot! Hot!

อ่านบลอกพี่แล้วได้สาระทุกครั้งเลย

เหมือนได้กำลังใจอย่างบอกไม่ถูกแฮะ

#1 By Babygirl... on 2009-06-21 18:29

Recommend