๑๐๕. ยอมรับ เข้าใจ - ไม่ขัดแย้ง
posted on 21 Jun 2009 17:21 by raynartz in Bio-Psycho-Social-Linguistic
เพื่อนที่แสนดีคนหนึ่ง เคยตั้งปัญหาเรื่องนี้ไว้นานเกือบ ๒ ปีแล้ว
ตั้งแต่คราวที่ยังลงงานชุมชนที่ รพ.แสวงหา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง
จำได้ว่า วันนั้นเป็นวันวาเลนไทน์ ซึ่งมีเรื่องราวเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
แต่เพราะมีอีกหลายเรื่องผ่านเข้ามา เลยเพียงแต่รับรู้แล้วเก็บไว้ในใจ
วันนี้, คราบสนิมเกาะความคิดเต็มไปหมด กว่าจะแงะออกมาได้ก็แทบแย่
พอดีว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เผลอไปรับรู้เหตุการณ์บางอย่างโดยบังเอิญ
เพื่อนสองคนกำลังเถียงกัน - ด้วยเหตุที่ว่า "เธอทำงานไม่ถูกใจฉันสักที"
อีกฝ่ายโต้กลับ ว่า "ฉันน่ะทำดีที่สุดแล้ว เธอนั่นแหละเรื่องมากไปเอง"
เท่าที่รู้ สองคนนี้คงจะเถียงกันมานานพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
เหมือนเวลาที่นักการเมืองถกเถียงกัน เนิ่นนานเพียงไรก็ไร้ความหมาย
แล้วงานที่กำลังทำอยู่ก็คงค้างอยู่อย่างนั้น ไม่เดินหน้าไปไหนเลย
ถ้าจะว่าให้ชัดลงไปอีก, เชื่อไหมว่าสองคนนั้นเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง - เหมือนจะแค่เล็กน้อย - ทำให้ทะเลาะกันได้ขนาดนี้
...
...
ความท้าทายอย่างหนึ่งของการใช้ชีวิต คือการอยู่ร่วมกัน
ไม่ว่าจะแค่สองคน หรือมากขึ้นเป็นครอบครัว เป็นชุมชน และเป็นสังคม
ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อมาอยู่รวมกันก็ย่อมต้องมีการติดต่อกันเป็นธรรมดา
ภาพในอุดมคติ คือทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยสันติสุข ไม่ผิดใจกัน
พูดคุยกันด้วยมิตรไมตรี สุภาพอ่อนน้อม ปราศจากการทะเลาะเบาะแว้ง
แต่การจะทำอย่างนั้นได้ หมายความว่าทุกคนจะต้องสมบูรณ์พร้อม
จึงจะมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะระงับความรู้สึกเอาไว้ได้เป็นอย่างดี
ถ้าอย่างนั้นหมายความว่า ความสัมพันธ์ระหว่างกันไม่มีวันสงบสุขงั้นหรือ ?
เพราะในเมื่อความเป็นจริง ไม่มีใครสมบูรณ์พร้อม (Nobody is Perfect)
เมื่อความไม่สมบูรณ์มาอยู่รวมกัน เราจะหวังสันติสุขให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
ปัญหามีอยู่ว่า เมื่อคนเรามีโอกาสรู้จักกัน ได้มาอยู่ใกล้ชิดในหน่วยเดียวกัน
ความใกล้ชิดนี้เป็นแค่เพียงการอยู่ "รวมกัน" หรือว่าเป็นการอยู่ "ร่วมกัน"
อย่างแรก เพียงแต่มารวมๆ กันอยู่เฉยๆ เหมือนเวลาเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้า
ผู้คนจำนวนมากมาอยู่รวมกัน แม้จะมาด้วยความต้องการคล้ายๆ กันก็จริง
แต่คนเหล่านั้นไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันกันแต่อย่างใด ก็แค่บังเอิญมาเจอกัน
ส่วนอย่างหลัง เป็นมากกว่าการมาอยู่รวมกัน เพราะเราเติมไม้เอกเพิ่มเข้ามา
ทำให้เกิดความรู้สึกว่า น่าจะต้องมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างกันออกไป
และอะไรบางอย่างนั้น ควรจะก่อให้เกิดความผูกพันมากกว่าแค่เดินมาเจอกัน
นี่แสดงให้เห็นว่า คนเราควรอยู่ "ร่วมกัน" มากกว่าอยู่ "รวมกัน"
เพราะการอยู่รวมกัน หมายเพียงแค่การเพิ่มจำนวนคนให้มากขึ้นเท่านั้น
แต่การอยู่ร่วมกัน คือการสร้างสรรค์ความผูกพันระหว่างใจขึ้นมา
เมื่อทุกคนต่างมีส่วนร่วมกันในสังคมอย่างนี้แล้ว จิตอาสาย่อมผลิบาน
และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม นำพาทุกคนให้เดินไปพร้อมกัน
"...ขอเพียงแค่มีความรู้สึก "ร่วม" กันระหว่างคนที่อยู่ "รวม" กัน
ความผูกพันจะก่อเกิด ความเห็นอกเห็นใจจะค่อยเพิ่มพูนขึ้นทีละน้อย
จนมากพอที่จะเชื่อมหัวใจของทุกคนให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
และความใกล้ชิดที่เกิดจากความรู้สึกร่วมนี้เอง จะเป็นต้นทุนอันล้ำค่า
ที่จะนำพาส่วนรวมให้ก้าวไปสู่จุดหมายสุดท้ายได้สมดังตั้งใจ..."
...
...
สมัยที่เรียนวิชาสถิติ อาจารย์เคยกล่าวย้ำเอาไว้เสมอ
ว่า ในการรวบรวมผลข้อมูล ขอให้พิจารณาข้อมูลเหล่านั้นให้ดีก่อน
แต่ละข้อมูลมีค่าความผิดพลาดที่ยอมรับได้มากน้อยเพียงไร
และเมื่อนำมาคิดคำนวณรวมกันแล้ว ความผิดพลาดจะเพิ่มขึ้นแค่ไหน
ถ้าหากเราพอใจความผิดพลาดของข้อมูลย่อยที่มีอยู่นิดหน่อยนั้น
ต้องไม่ลืมว่า เมื่อนำข้อมูลมารวมกันแล้ว ความผิดพลาดจะเพิ่มขึ้นอีกมาก
ดีไม่ดี ที่เห็นนิดหน่อยนั้น อาจจะทวีทบซ้ำขึ้นมาอีกหลายเท่าตัวก็ได้
หลายคนเก็บเอาความรู้นี้มาเปรียบใช้กับการอยู่ร่วมกัน
โดยคิดไปว่า ข้อมูลที่นำมารวบรวมไว้ด้วยกันนี้ คงเหมือนกับคนอยู่ร่วมกัน
ต่างคนต่างมีข้อบกพร่อง เหมือนกับข้อมูลที่มีค่าความผิดพลาดแอบแฝง
หากจะปล่อยให้มาอยู่รวมกันแล้ว ความผิดพลาดย่อมจะเด่นชัดขึ้น
ซึ่งอาจจะมากจนเกินกว่าที่สังคมจะยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงต่อไป
พอนึกเอาไว้อย่างนี้ จึงเกิดปัญหาอีกข้อหนึ่งตามมา
ว่า สมควรจะเปิดรับคนที่มีข้อบกพร่องไว้ร่วมทำงานด้วยหรือไม่ ?
เพราะหากรับคนที่มีปัญหาเข้ามา ก็รังแต่จะก่อปัญหาต่อไปไม่สิ้นสุด
แค่ความบกพร่องที่มีอยู่ภายในก็มากจนเกินจะรับไหวแล้ว !!!
ข้อนี้ขอให้คิดให้ดีเสียก่อน ก่อนจะตัดสินกัน
จริงอยู่, ในทางสถิติ การนำข้อมูลที่มีค่าความผิดพลาดมาคำนวณร่วมกัน
ความผิดพลาดรวม ย่อมมีค่าเท่ากับความผิดพลาดย่อยๆ คูณทบกันไป
แต่นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับข้อมูลที่ไร้ชีวิต ขาดความยืดหยุ่นจนปรับเปลี่ยนไม่ได้
ส่วนคนนั้นต่างกัน ตรงที่แม้คนจะมีข้อบกพร่องตรงจุดใดก็ตาม
แต่คนมีศักยภาพมากพอที่จะปรับปรุงตัวเอง เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องนั้น
เพียงแต่ต้องอาศัยความสำนึกรู้ และต้องการระยะเวลาสักพักเท่านั้น
"...แม้ว่าไม่มีใครในโลกนี้สมบูรณ์พร้อม (Nobody is Perfect) อย่างที่หวัง
แต่ก็ใช่ว่าความบกพร่องนั้นจะเป็นเหมือนอย่างตัวเลขในบัญชี
แม้แต่ตัวเลขในบัญชียังแอบโกงกันได้ไม่ยาก อาศัยความชำนาญนิดหน่อย
แล้วการปรับปรุงตัวเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องนั้น มันจะยากสักแค่ไหนกัน ?..."
ขอเพียงแต่เราสำนึกรู้ความบกพร่องนั้นแล้วหาหนทางแก้ไข
ในขณะที่คนอื่นๆ ก็พร้อมเปิดใจยอมรับการแก้ไขนั้นด้วยมิตรไมตรี
ไม่ใช่เอาอารมณ์ของตนเป็นที่ตั้ง แล้วกล่าวหาความผิดกันอย่างไม่เกรงใจ
ความบกพร่องที่มองเห็นในคราวแรก ย่อมค่อยๆ เลือนหายไปในที่สุด
...
...
จุดสำคัญของปฏิสัมพันธ์ในสังคม คือการอยู่ "ร่วมกัน" ไม่ใช่แค่ "รวมกัน"
ดังนั้น นอกจากการเปิดใจรับรู้ข้อบกพร่อง และให้โอกาสปรับปรุงตัวแล้ว
ยังต้องเชื่อมั่นในศักยภาพของเพื่อนร่วมกลุ่มด้วย ว่าเขาต้องทำได้
เพราะแม้คนจะมีความสามารถในการปรับปรุงตัวมากเพียงไรก็ตาม
แต่หากเพื่อนร่วมกลุ่มไม่เปิดใจ หรือไม่ไว้วางใจในความสามารถนั้นแล้ว
กำลังใจในการแก้ไขปัญหาย่อมไม่เกิด กลายเป็นความหวาดระแวงไปแทน
เมื่อเป็นอย่างนี้, จะเรียกว่าอยู่ "ร่วมกัน" ด้วยความรู้สึกผูกพันได้อย่างไร ?
อย่าลืมว่า ต่างคนต่างมีข้อบกพร่องแอบแฝงอยู่ภายในตัวเอง
เพียงแต่บางอย่างอาจเด่นชัด บางอย่างอาจเลือนลางจนยากจะมองเห็น
หรือเพียงแต่บังเอิญว่า ข้อบกพร่องของคนอื่นเป็นสิ่งที่ยอมรับกันไม่ได้
ในขณะที่ของตนเองนั้นพยายามปกปิด หรือไถกลบให้เป็นเรื่องเล็กน้อย
รู้อย่างนี้แล้ว, การกล่าวโทษด้วยอารมณ์จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย
การอยู่ "ร่วมกัน" นอกจากทำให้เราเห็นอกเห็นใจกัน ให้โอกาสปรับปรุงตัว
ยังกระตุ้นเตือนให้เรากลับมาทบทวนความผิดพลาดของตนเองอีกด้วย
ทั้งนี้ ก็เพื่อยอมรับตัวของตัวเอง และคิดหาหนทางแก้ไขปัญหานั้นๆ
เพื่อที่ทุกฝ่ายจะได้ปรับจูนเข้าหากันได้ ตามความหมายของการอยู่ "ร่วมกัน"
"...ถ้าเพียงแต่ทุกคนเปิดใจยอมรับความจริง ว่าทุกคนแตกต่างกัน
แต่ทุกคนมีศักยภาพมากพอที่จะลดความแตกต่างนั้นลงได้ แม้จะช้าไปบ้าง
กุญแจสำคัญอยู่ที่การยอมรับความผิดพลาด และเปิดโอกาสให้แก้ตัว
เข้าใจความหมายของการอยู่ "ร่วมกัน" จริงๆ แล้ว สันติสุขก็อยู่ในใจเรานี้เอง..."
...
...
"...ขอให้มองความแตกต่างเป็นเพียงความ "แตกต่าง" ที่สามารถแก้ไขได้
อย่าปล่อยให้ถึงกับกลายเป็นความ "ขัดแย้ง" ที่รุนแรงระหว่างกันเลย..."
...
เพลง : คำตอบของหัวใจ - เตชินท์
...
เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ
)
อ่านบลอกพี่แล้วได้สาระทุกครั้งเลย
เหมือนได้กำลังใจอย่างบอกไม่ถูกแฮะ
#1 By ขุนบี้ผู้สันโดษ on 2009-06-21 18:29