หลายคนบ่นอยู่บ่อยๆ ว่าเดี๋ยวนี้อารมณ์ไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย
บางวันที่อากาศร้อน ใจก็พลอยจะร้อนไปพร้อมๆ กับอากาศ
ดีไม่ดี, ไอ้ที่ร้อนอยู่ข้างในมันกลับจะมากกว่าข้างนอกด้วยซ้ำ
หรือบางวันที่อากาศหนาวเย็น ท้องฟ้าครึ้มมัวด้วยเมฆฝนเทา
ใจที่เคยสดใสก็พลอยหดหู่ จนหม่นหมองกันไปทั้งฟ้าทั้งคน

ว่ากันอย่างกำปั้นทุบดิน, ก็ว่าใจของคนเปลี่ยนไปตามอากาศ
ยามใดที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ใจก็ชักจะหวั่นไหวอยู่ลึกๆ
ยิ่งเปลี่ยนแปลงบ่อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งเปลี่ยนใจได้ง่ายเท่านั้น
แต่แปลก, เมื่อใดที่อากาศสบายๆ อยู่คงที่ตลอดเวลา
แทนที่ใจจะเคลิบเคลิ้ม เต็มอิ่มอยู่กับบรรยากาศสงบสบาย
ใจกลับคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย จนเกิดความว้าวุ่นขึ้นกลางใจ

ตกลงว่า, ไม่ว่าอากาศจะเป็นอย่างไร ใจก็ไม่เคยสงบนิ่งสักครั้ง
คงอย่างนี้แหละมั้ง ที่ใครต่อใครชอบบอกว่า "ก็ท้องฟ้ามันเป็นใจ"

...

... 

ถ้าอารมณ์ฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้น เป็นเพราะบรรยากาศพาไป
เหมือนอย่างคนมีรัก เมื่อเดินผ่านต้นไม้ริมทาง เพียงเห็นใบไม้ร่วง
ใจก็พลางคิดถึงเรื่องโรแมนติก เกิดเป็นความอบอุ่นประทับใจ
ตรงกันข้าม, คนที่ผิดหวังจากความรัก อาจจะโชคร้ายกว่าหน่อย
นอกจากฟังเพลงช้ำยิ่งช้ำใจแล้ว แม้ฟังเพลงรักก็ยังช้ำใจไม่คลาย
เมื่อเป็นอย่างนี้, ชวนให้กลับมาคิดทบทวนตัวเราเองอีกครั้ง
ว่า ใจที่เราเอ่ยอ้างว่ามั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเกิดอะไร
ทำไมถึงฟุ้งซ่าน เพียงเพราะใบไม้หล่นปลิวคลอเสียงเพลง ?

คำตอบง่ายๆ คือ ใจของเราไม่เคยมั่นคงเลยสักครั้ง
เพราะมันอ่อนไหวไปตามเรื่องราวรอบกายได้ง่ายเหลือเกิน
เพียงแค่อากาศเปลี่ยนแปลง ก็เพียงพอให้อารมณ์แปรปรวนได้แล้ว
ยังจะมั่นใจอะไรได้กับการกระทำของคนที่ไม่เคยเหมือนกันสักครั้ง

คำตอบอย่างนี้ฟังดูเหมือนเป็นการมองในแง่ร้ายอยู่สักหน่อย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้บังคับให้เชื่อ, แต่ขอให้ลองพิสูจน์ด้วยตัวเองก่อน
เมื่อพิสูจน์แล้วได้ผลเป็นอย่างไร เชื่อได้มากแค่ไหนค่อยว่ากันอีกที

...

... 

ความที่ใจของเราหวั่นไหว ทำให้เรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในชีวิต
และยิ่งมีเรื่องราวเข้ากระทบใจซ้ำๆ ใจก็ยิ่งช้ำมากไปกว่าเดิม
เมื่อใจเริ่มต้นก็ไม่แข็งแรงเสียแล้ว จะฝืนทนไปได้สักเท่าไหร่กัน ?

เพราะหวั่นกลัวความอ่อนแอภายในใจของตัวเอง
หลายคนจึงเข้าใจไปว่า การจะต่อสู้กับความอ่อนไหวได้
ต้องแสดงให้คนอื่นเข้าใจว่า ตนนี้แข็งแกร่งเกินกว่าใคร
แสดงออกทางความคิด คำพูดและการกระทำที่ก้าวร้าวรุนแรง
เพื่อปกปิดความอ่อนแอของตนเอาไว้ไม่ให้ใครรู้, กลัวขายหน้า,
พอทำอย่างนี้บ่อยเข้า ก็เกิดความรู้สึกว่าตนแข็งแกร่งขึ้นมาจริงๆ

เราจึงพบเห็นได้เสมอ เมื่อใครสักคนพบเจอเรื่องราวผิดคาด
ส่วนใหญ่, มักแสดงออกด้วยท่าทีโกรธเคือง โวยวายไม่พอใจ
เพราะรู้สึกว่า ความสามารถในการควบคุมชีวิตของตนเองเสียไป
จึงตีโพยตีพาย หวังจะดึงความสามารถนั้นกลับมาอยู่ในมืออีกครั้ง
จนบางครั้งถึงกับมีปากเสียง ลงมือกันด้วยความรุนแรงเลยก็มี

ความแข็งแกร่งที่เกิดขึ้นจากความก้าวร้าวรุนแรง
เปรียบเหมือนกำแพงใจที่สร้างขึ้นมาซุกซ่อนความอ่อนแอไว้
เมื่อมองจากภายนอก ไม่มีใครมองเห็นความอ่อนแอที่ตนเองมี
จึงเหมือนกับว่า ความอ่อนแอได้ลดน้อยและจางหายไปแล้ว
แต่ในความเป็นจริง ความอ่อนแอนั้นไม่ได้ลดหายไปไหนเลย
มันยังคงอยู่ และยิ่งตอกย้ำให้ลึกลงไปในใจมากยิ่งขึ้นทุกที

"...กำแพงใจที่ก้าวร้าว อาจช่วยบดบังความอ่อนแอไม่ให้พบเห็น
แต่ความอ่อนแอไม่ได้หายไปไหน มันเพียงแต่ถูกซุกซ่อนไว้เท่านั้น
เมื่อใจมองข้ามความอ่อนแอที่เคยมี จนเผลอลืมจุดอ่อนของตน
โดยที่ยังไม่ทันกำจัดทิ้ง, วันหนึ่งย่อมกลับมาปะทุซ้ำได้อีกครั้ง..."

คนอื่นมองไม่เห็นความอ่อนแอ คงเป็นสิ่งที่เจ้าตัวพึงพอใจ
แต่ถ้าจะปิดบังจนมองไม่เห็นความอ่อนแอของตัวเองด้วยแล้ว
ก็เท่ากับว่า ปิดหนทางที่จะแก้ไขที่จะกำจัดความอ่อนแอนั้นไปด้วย

...

... 

แทนที่จะปล่อยความอ่อนแอให้ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจ
ค่อยๆ สั่งสมเพิ่มพูน รอวันปะทุออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว
สู้มองให้ลึกถึงต้นตอ แล้วพยายามหาทางแก้ไขดีกว่าไหม ?
กำแพงใจน่ะ ยิ่งสร้างก็ยิ่งสูง, ไม่เพียงแต่ปิดบังสิ่งภายในเท่านั้น
ใจที่ถูกล้อมรอบ เมื่อก่อกำแพงสูงตันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็อึดอัด
เผลอๆ จะสูงจนเกินกว่าที่ใจจะทอดมองออกไปสู่ภายนอกด้วยซ้ำ

ถ้าไม่พยายามแก้ไขปัญหา กลับแสดงทีท่าก้าวร้าวให้เกรงกลัว
ปิดบังความอ่อนแอเอาไว้เบื้องหลัง ปิดกั้นใจไม่ให้มองสู่ภายนอก
แล้วคนที่อยู่ภายนอกจะมองเห็นใจจริงที่อยู่ภายในได้อย่างไรกัน ?

หากเรามองเห็นปัญหา สืบค้นถึงสาเหตุที่แท้ แล้วหาหนทางแก้ไข
ความอ่อนแอที่เคยมีจะลดน้อยลง กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเข้มแข็ง
แม้อาจไม่รวดเร็วอย่างใจต้องการ แต่จะค่อยๆ ปรากฏผลชัดเจน
ไม่จำเป็นต้องปิดบังความอ่อนแอ เปล่าประโยชน์ในการสร้างกำแพงใจ
เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีสิ่งใดต้องซุกซ่อนเอาไว้อีกแล้ว

พื้นที่ใจที่เปิดโล่ง เต็มเปี่ยมด้วยความเข้มแข็งจากภายใน
กำจัดความอ่อนแอ ลดละความหวั่นกลัวลงไปทีละน้อยๆ
ใจย่อมเติมเต็มด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย หมดความวิตกกังวล
ความแข็งขึงก้าวร้าวจึงไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตอีกต่อไป
เราจึงพบเห็นได้ว่า ใครที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้วภายในใจ
แทนที่ภายนอกจะแข็งกร้าว กลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด
นั่นเพราะเขาไม่มีความอ่อนแอให้ปิดบัง ไม่กลัวใครรู้สิ่งซุกซ่อน
เมื่อไม่ต้องปิดบังอะไร, แล้วจะต้องก้าวร้าวต่อคนอื่นๆ อีกทำไมกัน ?

"...คนที่ก้าวร้าว เมื่อมองให้ลึกจะพบความอ่อนแอที่ซุกซ่อนไว้
เพราะกลัวคนอื่นล่วงรู้ จึงทำทีแข็งกร้าวป้องกันเอาไว้ก่อน
ตรงกันข้าม, คนที่เข้มแข็ง ปราศจากสิ่งปิดบังใดๆ
ย่อมสมบูรณ์พร้อมด้วยความอ่อนโยน รู้จักคุณค่าที่แท้ของจิตใจ
และพร้อมจะเปิดประตูใจต้อนรับผู้มาเยือนเสมอ ตลอดเวลา..."

...

 

...

เมื่อใจหวั่นไหว, การปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก
เพราะมันจะทำให้เราพลั้งเผลอไปได้ง่ายๆ ไม่ทันระวังใจ
การแก้ไข - ไม่ใช่การแสดงท่าทีก้าวร้าว ปกปิดความอ่อนแอ
ซึ่งเพียงแค่ซุกมันให้ลึกลงไปมากกว่าเดิม ไม่ได้ช่วยอะไร
แต่ควรมองหาสาเหตุของความหวั่นไหว หาสิ่งที่ทำให้ใจอ่อนแอ
แล้วลองค่อยๆ คิดแก้ไขไปทีละเปราะ จนมันลดระดับลงไปเรื่อยๆ
เพื่อเพิ่มพูนความเข้มแข็ง และบ่มเพาะความอ่อนโยนภายในจิตใจ

จะปล่อยให้ท้องฟ้าและบรรยากาศพาใจล่องลอยไปบ้างก็ได้
เพราะใจไม่ใช่ของตาย ย่อมต้องเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงบ้าง
แต่ต้องไปอย่างตื่นรู้อยู่ทุกขณะ - ไม่ใช่สะเปะสะปะจนเลื่อนลอย
ไปด้วยใจที่เข้มแข็งและอ่อนโยน ไม่ใช่ใจที่ก้าวร้าวแต่อ่อนแอ
ทำได้อย่างนี้, "บรรยากาศพาไป" จึงจะโรแมนติกเหมือนอย่างคำนิยาม

"...อยากเป็นคนเข้มแข็ง ไม่ใช่แค่สร้างภาพภายนอกให้แข็งกร้าว
แต่ควรกำจัดความอ่อนแอ แปรเปลี่ยนเป็นความเข้มแข็งจากภายใน
คนเข้มแข็งไม่ใช่คนก้าวร้าว แต่เป็นคนอบอุ่นและอ่อนโยน
เพราะความเข้มแข็งที่แท้ไม่ได้ประกอบขึ้นจากความกลัว
แต่สั่งสมจากความเชื่อมั่นที่มั่นคงและบริสุทธิ์ใจ..."

...

...


ความอ่อนแอ - บอย PeaCeMaKer

...

Download file : จิ้ม >>

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ
 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ใจแท้ๆ

#1 By พ. on 2009-05-03 15:03

คงอารมณ์แปรปรวนเนื่องจากโรคซึมเศร้าคงจัดเป็น "อ่อนแอ" สินะbig smile

#2 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-05-03 15:35

Hot! ตอนนี้กำลังเผชิญอยู่เลยอะ ไม่ว่าจะของตัวเอง กับของคนอื่น แต่ที่แน่ๆๆ มันทำให้สถานการณ์แย่ลง sad smile

ได้อ่านแล้วรู้สึกดี จะไม่ปล่อย หรือปิดบังตัวเอง อย่างที่อาจจะเผลอทำดีกว่า big smile

#3 By ตุ้มเป๊ะ on 2009-05-03 18:31

ได้อ่านบทความแล้วรู้สึกเหมือนได้อ่านบทกวี

#4 By Wpotion&Saymonica on 2009-05-03 18:34

จะพยายามเข้มแข็งจากภายในค่ะ..และจะไม่หนีค่ะ..สู้ด้วยเหตุและผล..ขอบคุณค่ะ..ที่เขียนเอนทรี่ดีๆให้อ่าน..big smile
ความเข้มแข็ง ใครๆก็อยากมี

แต่แบบไหนล่ะที่อยากเป็น

เข้มแข็งในแบบของเรา

ที่เป็นเราย่อมดีที่สุด

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆคร้าบbig smile

#6 By youuue on 2009-05-03 20:01

ใจ ก็แบบนี้แหละค่ะ พร้อมจะอ่อนไหวได้ บางครั้งก็หาเหตุผลไม่เจอเหมือนกันconfused smile

#7 By Pat on 2009-05-03 20:03

ตรงใจยิ่งนักครับ

เพราะเข้มแข็งจึงอ่อนโยน....
อยากเข้มแข็งกว่าเดิม

เพราะถ้าจิตใจอ่อนแอจะควบคุมยาก

ใจของเราเองแท้ๆ ต้องควบคุมให้อยู่

ลองจิ้มอ่าน ...

#9 By antzzer on 2009-05-03 21:39

ยิ่งอ่อนโยนมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งเข้มแข็งมากขึ้นเท่านั้น
Hot!
Hot!

ดิฉันต้องใช้เวลามหาศาลเลยค่ะ กว่าจะลุกขึ้นมาจากหลุมอ่อนแอนั่นได้

ขอบคุณสำหรับข้อคิดค่ะ big smile

#11 By POR on 2009-05-04 10:42

Hot! โดนครับ (ฉึก)

#12 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2009-05-04 15:15

อืมม์... ช่วงนี้ซาก็หงุดหงิดง่าย
แล้วก็ชอบพาลคนอื่นไปซะหมดเลย =[]=;;;

คือรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไป... นิสัยแย่ลง...
แต่ก็ พยายามให้มันเหมือนเดิมอยู่ >_<
ขอบคุณมากนะคะ

surprised smile Hot!
(หมีน่ารักมากเลยเน้อ~)

#13 By sa-makino.koo on 2009-05-04 15:34

Hot! Hot!

#14 By ♕ Sinsters? on 2009-05-04 15:36

เห็นด้วยอย่างแรง....
big smile
ถูกต้องจริงๆค่ะ



big smile
Hot!

เพราะอ่อนแอ..

#17 By iDoi* on 2009-05-04 15:46

ปรัชญาแห่งจิตใจ...Hot! Hot! Hot!

#18 By mammoz on 2009-05-04 16:38

แล้วอ่อนโยนบ้างบางเวลา...

ก้าวร้าวบ้างพอเป็นกระสัย...

เป็นเพราะกำแพงใจของเราเลื่อนขึ้นเลื่อนลงได้รึป่าวคะ confused smile

#19 By Bebidol on 2009-05-04 16:41

เข้มแข็ง มิใช่แข็งกร้าว big smile
ก็ต้องพยายาม ตามตัวเองให้ทันกันต่อไป big smile
ขอบคุณหลายเด้อ

#20 By Madaewee @ Hippie''60' s on 2009-05-04 17:13

ทุกอย่างเกิดขึ้นที่ใจจิง ๆ ค่ะ Hot! big smile

#21 By DukGaDik on 2009-05-04 18:04

หลายเรื่องทั้ง ๆ ที่รุ้ว่าอยู่ที่ใจเราคิดไปเองทั้งนั้น แต่เพราะความคุ้นเคยกับการปล่อยใจให้ล่องลอยไปตามสิ่งกระทบรอบข้าง มันจึงเป็นการยากเหลือเกินที่จะเอาชนะนิสัยเดิม ๆ นั้นได้

คงต้องใช้เวลาอีกสักพักล่ะมั้งกว่าที่เราจะควบคุม "ใจ" ได้อย่าง "ใจ"

#22 By Highwind on 2009-05-04 18:20

เมื่อใจหวั่นไหว, การปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก
เพราะมันจะทำให้เราพลั้งเผลอไปได้ง่ายๆ ไม่ทันระวังใจ

#23 By AMPP :) on 2009-05-04 19:15

ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆนะคะ

#24 By aw (58.64.105.157) on 2009-05-04 20:12

โดนอ่ะค่ะHot! Hot!
ยามจิตถูกปรุงแต่งด้วยอารมณ์อื่น จะดูเข้มแข็ง แต่ยามใดโดดเดียวจนได้ยินเสียงใจตัวเอง ...ยามนั้นอ่อนแอสุดจะทน

#26 By E.T.*** on 2009-05-04 21:37

คุณสุดยอดค่ะ
ขออนุญาติแอดบลอคนะคะ

#27 By Shieru on 2009-05-04 22:06

"อ่อนแอจึงก้าวร้าว" โดนแฮะconfused smile

แต่ความอ่อนแอมันก็กำจัดยากอยู่เนอะ big smile Hot!

#28 By ►Junsh◎ku on 2009-05-04 22:14

จะเป็นคนอ่อนโยนนี่ไม่ง่ายเลยนะครับHot!

#29 By Mol on 2009-05-04 22:16

Hot! บางอารมณ์ก็เซนซิทีฟ อ่านแล้วรู้สึกว่าเขียนได้เพราะค่ะbig smile big smile big smile

#30 By (^_^)/nana on 2009-05-04 22:29

เป็นบทความที่สวยงามจังเลยค่ะ :)

Hot!
"...อยากเป็นคนเข้มแข็ง ไม่ใช่แค่สร้างภาพภายนอกให้แข็งกร้าว
แต่ควรกำจัดความอ่อนแอ แปรเปลี่ยนเป็นความเข้มแข็งจากภายใน
คนเข้มแข็งไม่ใช่คนก้าวร้าว แต่เป็นคนอบอุ่นและอ่อนโยน
เพราะความเข้มแข็งที่แท้ไม่ได้ประกอบขึ้นจากความกลัว
แต่สั่งสมจากความเชื่อมั่นที่มั่นคงและบริสุทธิ์ใจ..."


big smile Hot!

#33 By boo-bo on 2009-05-04 23:42

ขอบคุณค่า

#34 By arrow on 2009-05-05 01:18

T^T

#35 By iFreerize on 2009-05-05 02:20

อ่านแล้วจะร้องไห้ค่ะ อยากยืนยันว่าเรื่องนี้มันเป็นความจริงมากๆ เราก็เคยเป็นแบบนั้นมาแล้ว คือแก้ปัญหาด้วยความก้าวร้าว แต่ใจเรามันอ่อนเหลือเกิน

ตอนนี้พยายามทำใจให้เข้มแข็งค่ะ ยังพัฒนาได้ไม่ดีนัก แต่ก็รู้สึกว่าใจมั่นคงขึ้น ดีกว่าการใช้ความก้าวร้าวเยอะเลย big smile

#36 By Gloriana on 2009-05-05 02:26

ต๊าย ลืมโหวต ต้องให้ 5 ดาวค่ะ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#37 By Gloriana on 2009-05-05 02:27

นั่นสินะ ใจันสั่นคลอนเองHot!

#38 By ลิงหกกะล้ม on 2009-05-05 02:45

Hot!

โดนครับโดน เอาไปเลย 1 กระโหลก
เข้าใจอะไรขึ้นเยอะเลย ^^Hot! Hot!

#40 By wanderer on 2009-05-05 15:35

ขอบคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยมบล็อก
พี่ nudee ..แล้วแวะไปอีกนะคะ
.........
เข้ามาอ่านเอ็นทรี่นี้แล้วรู้สึกดีๆค่ะเห็นด้วยค่ะ
ใจเรามักเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศ
ได้จริงๆค่ะ...
แล้วจะแวะมาใหม่นะค่ะconfused smile

#41 By nudee on 2009-05-05 15:59

คมกริบ
ชอบหัวเรื่องจังconfused smile

#42 By hungryangry on 2009-05-05 22:09

เพียงแค่อากาศเปลี่ยนแปลง ก็เพียงพอทำให้อารมณ์แปรปรวน -- ชอบครับ

#43 By 3K LOVE FOREVER on 2009-05-05 22:15

เหมือนที่คุณย่าคุณยายบอกว่า อ่อนโยนแต่อย่าอ่อนแอ เข้มแข็งแต่อย่างแข็งกระด้าง ป่ะ
55

#44 By ชุน on 2009-05-05 23:37

ขอบคุณมากๆ ค่ะ เหมือนเห็นตัวเองในเอนทรี่นี้ sad smile




Hot!

#45 By aleceae on 2009-05-06 02:01

เขียนออกมาจากใจถึงใจเลยค่ะ

เคยเป็น และยังเป็นอยู่บ้างเป็นครั้งคราวกับพฤติกรรมก้าวร้าวเพื่อปกปิดความอ่อนแออ่อนไวที่อยู่ในใจ
และเริ่มเข้าใจเล็กๆ เกี่ยวกับ ความอ่อนโยน ที่เกิดจากความเข้มแข็งค่ะ


#46 By jern jern (61.19.65.180) on 2009-05-06 21:22

ใจไวกว่าแสง

ยากจะควบคุมจิงๆwink

#47 By anotherone on 2009-05-06 21:34

โดนเต็มๆเลยค่ะ Hot! Hot! Hot!

#48 By PanDa & PaWwAw on 2009-05-06 22:03

ึความอ่อนแอทำให้เราก้างต่อไปได้จริงๆค่ะ big smile

#49 By 109 on 2009-05-07 13:52

ยังไม่ได้อ่านเอนทรีย์นี้เลย

แวะมาขอบคุณก่อนค่ะ big smile

#50 By vinn* on 2009-05-07 23:01

รัตนาดิศร View my profile

Recommend