[เก็บเพลงมานั่งคิด : ฉลองครบ ๑๐๐ เอ็นทฺรี่ย์]

ในหนึ่งชีวิต มีเรื่องราวแอบแฝงอยู่มากมาย
หลายครั้ง สิ่งแปลกใหม่กระโดดเข้ามาทำให้เราตกใจ
ความพอใจกลับหลบซ่อนจนเร้นหายจากสายตา
การมีชีวิต และการใช้ชีวิต จึงเป็นประสบการณ์ที่ชวนค้นหา
จนผู้รู้หลายท่านเปรียบเทียบว่า "ชีวิตก็เหมือนกับการเดินทาง"

...

... 

เราออกเดินทางท่องเที่ยว เพื่อแสวงหาความแปลกใหม่
อีกความต้องการ, ก็เพื่อหลีกหนีจากวงจรชีวิตที่ซ้ำซากจำเจ
ให้ใจได้ผ่อนพัก เพลิดเพลินกับบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
หรือไม่ก็เพื่อเผชิญกับความตื่นเต้น - ตื่นตาและตื่นใจ
ชีวิตก็เหมือนกัน - มีทั้งความซ้ำซาก ผ่อนคลายและตื่นเต้น
สลับหมุนวนกันไป กลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว

แต่ถึงอย่างนั้น, การเดินทางบนถนนชีวิต ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะการเดินทางท่องเที่ยว เรามีจุดหมายที่แน่นอน
ศึกษาเส้นทางมาแล้วอย่างดี มีข้อมูลที่กระจ่างชัดเจน
โอกาสที่จะเดินทางผิดพลาด จึงมีน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
ต่างกับการเดินทางบนถนนชีวิต ที่แม้จะตั้งจุดหมายไว้แล้ว
แต่ระหว่างเส้นทางกลับดูเลือนลางจนน่าตกใจ
ซ้ำร้าย, ข้อมูลที่มีอยู่ก็เพียงแค่น้อยนิด ผิดบ้างถูกบ้าง
หลายคนจึงเผลอเดินทางผิดไปจากจุดหมายของตน
กว่าจะรู้ตัว ก็ถลำมาไกลจนเกินจะกลับคืน

เพราะความไม่รู้ และมุมมองที่ขาดความเข้าใจ
ทำให้จุดหมาย หรือ "สิ่งพิเศษ" ที่มุ่งหวังไว้เริ่มเลือนลาง
มัวหลงเสาะหา และโหยหาความสมหวังที่ห่างไกลออกไป
โดยไม่ทันตระหนักใจเลยว่า บางสิ่งที่มุ่งหวังเอาไว้นั้น
แท้จริงแล้วไม่เคยหลบซ่อนที่ไหน ไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อม
เพียงแต่มุมมองของเรานั้นเอง ที่เผลอมองข้ามมันไป

"...ชีวิต - ดำเนินไปด้วยมุมมองภายในใจ
และอาศัยใจนั้นเองเป็นผู้กำหนดการเดินทาง
หากมุมมองของเรามัวหมอง เส้นทางชีวิตย่อมเลือนลาง
การเดินทางจึงกลายเป็นการเสาะแสวงที่ไร้ความหวัง
ตรงกันข้าม, หากขัดเกลามุมมองให้สดใสขึ้นมาแล้ว
ไม่ว่าจะมองทางใด ทุกสิ่งก็ดูจะเป็นใจแก่เราทั้งนั้น..."

...

...

ใครหลายคน เก็บเอาการเดินทางมาเป็นภาระในใจ
ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ได้มาด้วยการค้นหาระหว่างทาง
ค่อยๆ เก็บเติมเสริมเต็ม สะสมสิ่งที่ขาดหายไปทีละน้อย
แม้กระทั่งหัวใจ, สิ่งสำคัญที่สุด, ยังต้องเสาะหามาเพิ่ม
เพราะตั้งมุมมองอย่างตายตัวเอาไว้แล้วตั้งแต่แรก
ว่า คนเราเกิดมาพร้อมกับหัวใจแค่เพียงครึ่งดวง
ฉะนั้น, ไม่เฉพาะแต่ชีวิต, แม้ความรักและความผูกพัน
ยังเป็นสิ่งต้องแสวงหา เพื่อหวังจะมีความสุขในเบื้องปลาย
โดยยังไม่รู้เลยว่า หัวใจอีกครึ่งดวงนั้นรออยู่ที่แห่งใด

เมื่อหัวใจมีเพียงครึ่งดวง การเสาะหาอีกครึ่งจึงเลี่ยงไม่ได้
เพราะคงไม่มีใครพอใจกับชีวิตครึ่งๆ กลางๆ ของตน
การเดินทางที่แสนยาวไกล เพื่อค้นหา "สิ่งพิเศษ" จึงเริ่มต้นขึ้น
แม้ในความหวัง, เชื่อว่า "สิ่งพิเศษ" รอคอยอยู่ที่ไหนสักแห่ง
แต่ในความเป็นจริง, "สักแห่ง" ที่ว่านั้นอยู่ที่ไหน ไม่มีใครรู้
ยิ่งค้นหาเพื่อไขว่คว้าด้วยแล้ว โอกาสเจอย่อมลดน้อยลงมาก
และถึงจะเจอ - ก็ใช่ว่าใจอีกครึ่งดวงนั้นจะยอมประกบใจกับเรา

"...เมื่อมองชีวิตและหัวใจเป็นสิ่งที่ขาด
ความสุขจึงขาดหายไปพร้อมๆ กับอีกครึ่งที่ยังหาไม่เจอ
กลายเป็นว่า หัวใจไม่อาจทนอยู่ได้โดยลำพัง
และชีวิตก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้โดยไม่พึ่งพาใครอีกคน..."

จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่เมื่อเจอความผิดหวัง
คนส่วนหนึ่งจึงไม่สามารถทนมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
เพราะมองว่าความผิดหวัง คือการฉีกทิ้งอีกครึ่งของหัวใจ
แล้วหัวใจเพียงครึ่งดวง ชีวิตเพียงครึ่งเดียว จะทนอยู่ได้อย่างไร ?

...

... 

องค์ประกอบของความรัก ส่วนหนึ่งคือการแสวงหา
แต่นัยะของการแสวงหานี้ ไม่ใช่เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาด
ตรงกันข้าม, กลับเป็นการแสวงหาเพื่อมอบสิ่งที่ล้นเกิน
ชีวิตและหัวใจของคนเรา ไม่ใช่สิ่งที่ขาดหายไปตั้งแต่ต้น
แต่เป็นสิ่งที่สมบูรณ์พร้อม เต็มเปี่ยมอยู่แล้วภายใน
การเดินทางของชีวิต เพื่อค้นหาความรักและความสุขนั้น
จึงเกิดขึ้นเพื่อมอบสิ่งที่มีอยู่ภายใน ให้กับใครอีกคน
โดยแลกเปลี่ยนความรู้สึกดีๆ ที่มีให้ระหว่างกัน

ถ้าต่างคนต่างมองว่าตนขาด แล้วหาอีกครึ่งมาเติม
ก็เท่ากับหวังประโยชน์จากอีกฝ่าย หวังจะได้รับถ่ายเดียว
ความผูกพันที่เกิดขึ้น จึงมีเพียงแค่ร่องประกบรอย
ขาดน้ำใจที่จะประสานรอยประกบนั้นให้สนิทเนียน
จึงพร้อมจะแยกจากกันเสมอ เมื่อหัวใจเกิดพร่องลงไป
แต่หากความรักที่เกิดขึ้น คือการซ้อนทับหัวใจที่เต็มดวง
อาศัยความผูกพันที่เปี่ยมล้น แทนกาวประสานระหว่างใจ
ใจสองใจย่อมสนิทแนบแน่นมากกว่ากันหลายเท่าตัว

ชีวิตที่ขาดหาย หัวใจที่พร่องไป
แม้แสวงหาความสุขมาเติมสักเท่าไหร่ คงไม่มีวันพอ
เหมือนอย่างแก้วน้ำที่มีรอยรั่ว เทน้ำเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม
จะหวังให้ใครดื่มน้ำจากแก้วนั้น คงเป็นไปไม่ได้เลย

หนทางแก้ไขจึงอยู่ที่การปรับเปลี่ยนมุมมอง
เพื่ออุดรอยรั่วที่ก้นแก้ว เติมหัวใจให้เต็มดวงเสียก่อน
ก่อนจะมอบความรู้สึกดีๆ ที่ปริ่มเต็มนั้นให้กับคนอื่นๆ
เพื่อที่เขาจะได้มีความสุขไปพร้อมๆ กับเรา

"...อย่าหวังแสวงหาความรัก เพราะต้องการเติมเต็มหัวใจ
เพราะทั้งชีวิตอาจค้นหาไม่เจอความรักอย่างที่คาดหวัง
แต่ควรแสวงหาใครสักคน เพื่อมอบความรักที่เรามี
แลกเปลี่ยนกับความห่วงใย แทนความผูกพันระหว่างกัน
นั่นแหละ, จึงจะพบปลายทางแห่งความสุขที่ต้องการ..."

...

... 

"...อย่าเพียงแค่รับความรัก แล้วรู้สึกดีกับสิ่งที่ได้
แต่ขอให้รู้สึกดีกับการมอบความห่วงใยตอบแทน
เพราะความรักไม่ใช่แค่การรับมาเติมเต็ม
แต่คือการมอบความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันและกัน..."

...


การเดินทางที่แสนพิเศษ - Da Endorphine

ปล. ๑ ถ้าตีความตามเอ็นทฺรี่ย์นี้ สรุปได้ว่า "การเดินทางที่แสนพิเศษ" ของ ดา เอ็นโดรฟิน ในครั้งนี้ เป็นการเดินทางที่ไม่มีโอกาสค้นพบสิ่งที่หวังเอาไว้เลย เพราะเมื่อเริ่มต้นด้วยหัวใจขาดหาย จึงต้องเดินทางเพื่อเสาะหามาเติมเต็ม แต่เอาเข้าจริงแล้วยังไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ขาดหายไปนั้นอยู่ที่ใด ทั้งยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าจะมีหัวใจอีกครึ่งดวงที่หวังเอาไว้หรือไม่ และหากกล่าวให้ถึงที่สุดแล้ว ความคิดที่ว่าหัวใจของตนเองขาดหายไปนั้นแหละเป็นสาเหตุสำคัญซึ่งบดบังไม่ให้มองเห็นสิ่งที่กำลังตามหา หรือแม้จะได้มาก็คงไม่เพียงพอ ดังนั้น, การเดินทางเพื่อค้นหาจึงดำเนินต่อไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด ตราบเท่าที่ยังไม่เปลี่ยนมุมมองเริ่มต้นของตนเอง

ปล. ๒ ช่วงนี้อยู่ที่ รพ.สมุทรสาคร คนไข้เยอะและงานหนักจนน่าตกใจ ในขณะเดียวกันก็เคี่ยวกรำให้โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกมาก  คนไข้ส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตกของประเทศไทย แต่เชื่อว่าคงอยู่ในประเทศไทยมานานจนซึมซับเอาความเป็นไทยไว้ได้มาก โดยเฉพาะการตอบคำถาม ซึ่งไม่ว่าจะถามอะไรไปก็ตอบเพียงแค่ว่า "มะ - เป - ราย : ไม่เป็นไร" แสดงถึงความรู้สึกช่างเกรงใจที่มีอยู่ในใจของคนไข้เกือบทุกคน แม้ว่าคนตอบคำถามจะมีเลือดไหลโซมทั่วศีรษะแล้วก็ตาม

[แล้วคุณพยาบาลที่น่ารักก็โทรตามล่ามมาโดยด่วน พร้อมกับถามคนไข้อย่างนุ่มนวลว่า "ไม่เป็นไรแล้วมาโรงพยาบาลทำไมเหรอคะ ?" - นั่นสิ หมอก็ไม่รู้เหมือนกัน]

 

...

Download file : ประวัติสโมสรนักศึกษาแพทย์ศิริราช (ส.พ.ศ.) <<จิ้ม

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

ทางเดินก็มีหลายทางจริงๆเนอะคับ

ต่อจากนี้ไป ก็คงแค่ต้องหาทางที่คิดว่าเหมาะกับตัวเองมากที่สุด..

เข้าบล็อกนี้แล้วซึ้งทุกที ~ big smile