[ฝนตกที่ริมหน้าต่าง...] 

แม้จะผ่านเข้าฤดูร้อนมาจนเกือบถึงวันสงกรานต์
แต่ดูเหมือนฤดูกาลเริ่มจะเพี้ยนๆ ไปตามเหตุบ้านการเมือง
เมื่อท่ามกลางฤดูร้อน สายฝนกลับเทกระหน่ำลงอย่างหนัก
บางแห่งเกิดพายุถล่มจนหลังคาบ้านหลุดปลิวไปตามลม
เห็นอย่างนี้แล้วชวนให้นึกขำ ว่าไม่เฉพาะคนเท่านั้นที่เพี้ยนได้
แม้ธรรมชาติเอง ก็ยังเกิดอาการงุนงงก่งก๊งได้ไม่แพ้กัน

บางสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เคยทำนายไว้ ถึงภัยธรรมชาติต่างๆ
ว่า อีกไม่นานนับจากนี้ ชั้นบรรยากาศโลกจะแปรปรวนอย่างหนัก
แกนโลกหมุนเอียงไปมากกว่ายี่สิบสามองศาครึ่ง ส่งผลต่อฤดูกาล
หนาวจะกลับร้อน ร้อนจะกลับฝน และฝนจะมาพร้อมกับลมหนาว
แม้จะบอกว่าเป็นเรื่องในอนาคต, ก็คงเป็นอนาคตอันใกล้นี้แหละ

ย้อนกลับมามองสภาพอากาศในตอนนี้, ฝนกลางฤดูร้อน,
เมื่อความเพี้ยนของฤดูกาลช่วยทำให้อากาศร้อนได้ผ่อนคลาย
กลายเป็นความเย็นสบาย ซึ่งมาพร้อมละอองฝนที่พร่างพรำ
เป็นอย่างนี้, เลยไม่รู้จะให้ยอมรับ หรือคัดค้านความเพี้ยนที่ว่านั้นดี ?

"...ฤดูร้อนที่ผ่อนคลายด้วยสายฝน, แม้จะเพี้ยนๆ ไปบ้างก็เถอะ,
คงเป็นความปราณีเล็กน้อย ที่ฟ้าอุตส่าห์มอบให้กับโลกใบนี้
เพื่อสอนให้รู้ว่า แม้ในวันที่ร้อนที่สุด ยังมีสายฝนหลั่งรินช่วยดับร้อน
เหมือนอย่างในวันที่อากาศเหน็บหนาวที่สุด ท้องฟ้ายังโปร่งเมฆ
เพื่อให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านลงมา มอบความอบอุ่นแก่เราได้..."

ส่วนเมื่อมอบความปราณีให้แล้ว จะมีการุณยฆาตใดตามมา
นั่นคงเป็นสิ่งที่เราต้องคิดหาหนทางป้องกันและแก้ไขกันเอาเอง

...

...

ว่ากันตามจริง, คนเราเริ่มใช้ชีวิตอยู่กับความเพี้ยนมากขึ้นทุกวัน
ความเพี้ยนที่ว่านี้ เรามักจะเรียกกันอย่างหรูว่า "จินตนาการ"
แม้ไม่เคยเข้าใจได้เลยว่า คำๆ นี้ต่างจาก "ความเพ้อฝัน" อย่างไร
แต่เมื่อเป็นคำที่ฟังแล้วเข้าท่า ก็เลยชอบจะหยิบฉวยมาใช้อยู่เสมอ
อย่างน้อย, ก็ช่วยให้ความเพี้ยนและเพ้อฝัน ไม่ดูน่าเกลียดจนเกินไป
อีกอย่าง, คำว่า "จินตนาการ" ยังแฝงความหวังลึกๆ ไว้ภายใน
ไม่ล่องลอยไร้จุดหมายเหมือนอย่างคำอีกสองคำที่ยกมานั้น

จินตนาการ เกิดขึ้นภายในใจ, [จินฺตน = ใจคิด, อาการ = ความเป็นอยู่]
เป็นความคิดที่กลั่นกรองจากประสบการณ์ ผสานความนึกฝันส่วนตัว
โดยศัพท์แล้ว ไม่บ่งบอกแน่ชัดว่าเป็นความคิดในทางดีหรือทางร้าย
เพียงแต่เป็น "ภาพที่สร้างขึ้นในใจ" ก็นับว่าเป็นจินตนาการได้
ฉะนั้น จึงเป็นไปได้ว่า คนที่อยู่กับเรื่องราวเลวร้ายมาตลอดชีวิต
ย่อมมีแนวโน้มที่จะคิดหมกมุ่นอยู่กับความเลวร้ายนั้นๆ อยู่เสมอ
ในที่สุด แม้การสร้างภาพในจินตนาการ ก็เป็นภาพที่เลวร้ายไม่แพ้กัน
ตรงกันข้าม, หากใครที่อยู่กับเรื่องราวที่ดีๆ หรือรู้จักปรับใจเข้ากับความดี
ใจของเขาย่อมน้อมนำสู่ความดี มีความดีเป็นเป็นที่ตั้งแห่งใจ
จินตนาการที่เขาสร้างขึ้นมานั้น ย่อมมีแต่เรื่องราวดีๆ ชวนเลื่อมใส

"...แต่ถึงอย่างนั้น, จินตนาการก็เป็นเพียงแนวโน้มภายในใจ
คนที่เจอเรื่องร้าย มักจะคิดในทางร้าย, คนที่เจอเรื่องดี มักจะคิดในทางดี,
แต่ไม่ได้หมายความว่า ความคิดที่เกิดขึ้นจะถูกบังคับให้เป็นอย่างนี้เสมอไป
แม้คนที่เจอเรื่องดีมาทั้งชีวิต ยังอาจคิดในทางร้าย กอบโกยผลประโยชน์แก่ตัว
ส่วนคนที่เจอแต่เรื่องร้ายๆ หากใจของเขาไม่เปราะบาง รู้จักมองในแง่ดีบ้าง
จินตนาการที่เกิดขึ้น อาจจะดีกว่าคนที่เจอเรื่องดีแต่ใจร้ายก็เป็นได้..."

นักวิทยาศาสตร์เอกของโลกหลายคน เคยล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน
แต่เพราะใจของเขายังตั้งมั่นในความหวัง มองเรื่องร้ายให้เป็นพลังใจ
จินตนาการของเขา จึงกลายเป็นความสำเร็จในชีวิตอย่างน่าภาคภูมิ
ตรงข้ามกับคนที่ผ่านเรื่องดีๆ มาทั้งชีวิต แต่จิตใจใฝ่ไปในทางต่ำ
แม้เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว มีชีวิตที่ดีกว่าคนอื่นๆ แล้ว ยังไม่รู้จักพอ
ยังคงคิดหาหนทางกอบโกยประโยชน์ให้เพิ่มพูนแก่ตนเองอยู่ทุกขณะ
เช่นนี้แล้ว จะแสวงหาความสุขและความสำเร็จที่แท้ในชีวิตได้อย่างไร ?

...

...

ความเพี้ยน ความเพ้อฝัน และจินตนาการ - คำสามคำนี้ทรงพลัง
อย่างที่บอกไว้แต่แรก ว่ายากจะแยกแยะความหมายจากกันได้
สิ่งที่ทั้งสามคำมีอยู่ร่วมกัน คือ เป็นอาการที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ
เมื่อเป็นเช่นนี้ พลังของคำทั้งสามจึงเป็นแรงผลักดันภายในใจ
ซึ่งอาจบังคับทิศทางความคิดและความรู้สึก ให้หมุนตามได้โดยง่าย

"...ในหลายครั้ง, ความเพี้ยนอาจทำให้เรามองโลกอย่างสนุกสนาน
ความเพ้อฝัน ก็ช่วยเสริมให้สายตาของเรามองเห็นแง่งามในชีวิต
และจินตนาการนั้น ก็ทำให้ใจของเรารู้จักสิ่งใหม่ ไม่ซ้ำซากจำเจ
หากเราเลือกใช้พลังของคำทั้งสามคำนี้ในทางที่ดี ใจย่อมเป็นสุข
และชีวิตทั้งชีวิต, ซึ่งกำหนดขึ้นโดยใจ, ก็ย่อมมีสุขได้ไม่ลำบากเลย..."

แต่หากวันใดที่ใจอ่อนล้า แล้วยังเผลอคิดไปในทางร้ายแล้ว
ผลที่เกิดขึ้น คงไม่ใช่แค่ใจเท่านั้นที่บอบช้ำยิ่งกว่าเดิม
หากแต่หมายถึงชีวิตทั้งชีวิต ที่ต้องทนกับความเจ็บช้ำนั้น - ตลอดไป

...

... 

คนที่เคยอ่านเรื่อง แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ คงรู้จัก "บ็อกการ์ต - Boggart"
สิ่งมีชีวิตในโลกเวทมนตร์ ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่เคยบอกว่า มันสามารถ -
"...take the shape of whatever it thinks will frighten us most..."
คำบอกเล่านี้ ช่วยให้เรารู้จักบ็อกการ์ตมากขึ้นอีกหน่อยหนึ่ง
ว่า นอกจากมันจะสามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้อย่างอิสระแล้ว
มันยังล่วงรู้จิตใจของเรา ว่าสิ่งใดที่เราหวาดกลัวที่สุดอีกด้วย

ในความเป็นจริง, บ็อกการ์ตไม่ได้มีพิษร้ายอะไรแม้แต่น้อย
มันเพียงแต่เล่นตลกกับจินตนาการของคน ให้กลัวอย่างไร้เหตุผล
เมื่อมันล่วงรู้จิตใจของเรา แล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นสิ่งที่เราหวาดกลัว
คนส่วนใหญ่จะเผลอวิ่งหนี โดยไม่ทันฉุกคิดว่าสิ่งที่เห็นเป็นจริงหรือลวง
เท่ากับว่า, เราหลงกลและยอมแพ้ แม้มันยังไม่ทันทำร้ายอะไรเราเลย

"...เรื่องราวที่เราพบเจอในชีวิตประจำวัน ส่วนหนึ่งก็คล้ายกับบ็อกการ์ต
ที่แอบย่องเข้ามาในใจของเรา เล่นตลกกับความคิดและจินตนาการ
เอาความเพี้ยนและความเพ้อฝันที่เรามี มาขยำยำรวมจนเสียหาย
แล้วทำให้เราเผลอคิดไปเองว่า สิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมีแต่เรื่องร้ายๆ
ความหวาดกลัวต่อสิ่งต่างๆ รอบกาย จึงก่อตัวขึ้นภายในใจของเราเอง
ทั้งๆ ที่เรื่องราวเหล่านั้น ยังไม่ทันทำร้ายอะไรเราเลยด้วยซ้ำ..."

ศาสตราจารย์ลูปิน แนะนำลูกศิษย์ของเขาในการต่อสู้กับบ็อกการ์ต
ว่า "...the thing that really finishes a boggart is laughter..."
ขอเพียงแต่ตั้งมั่นในใจ ว่าสิ่งที่มองเห็นนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา
แล้วเสกคาถา "Riddikulus - เพี้ยน !" เข้าใส่มันสักครั้งเท่านั้น
ภาพ "ลวงตา" ที่มันสร้างขึ้นมา "ลวงใจ" ก็จะลบเลือนหายไปทันที
เหลือเพียงแต่ร่างเล็กกระจ้อยร่อย ปราศจากพิษสงหลงเหลือใดๆ

...


ตัวบ็อกการ์ต - Boggart : จากเรื่อง แฮร์รี่ พ็อตเตอร์

...

โลกที่เพี้ยน ชวนใจให้ขำขัน, ความเพ้อฝัน พาใจให้ล่องลอย
และจินตนาการ ก็ช่วยปลดปล่อยความคิดไม่ให้ยึดติดกับเรื่องเดิมๆ
สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นกุศโลบายสอนใจแก่เราอยู่แล้ว
ว่า หากรู้จักมองโลกในแง่ดีเสียบ้าง หัวเราะให้กับชีวิตเสียบ้าง
ไม่พลั้งเผลอละเมอทุกข์ ไม่จมอยู่กับเรื่องราวร้ายๆ มากจนเกินไป
ใจของเราย่อมป็นสุข และพาชีวิตให้เป็นสุขไปพร้อมๆ กัน

การมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความเพี้ยน อาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป
หากเรารู้จักความเพี้ยนอย่างดี และนำมันมาใช้ในทางที่ถูกต้อง
ไม่ใช่ปล่อยให้มันครอบงำใจ จนหลุดไปจากโลกที่คนอื่นเขาอยู่กัน

"...วันใดเจอเรื่องราวร้ายๆ ให้นึกเสียว่าเป็นแค่ "บ็อกการ์ต" ที่หยอกล้อ
ลองเสกคาถา "Riddikulus - เพี้ยน !" สักครั้ง แล้วหัวเราะดังๆ ให้กับมัน
เพียงไม่นานหรอก, เรื่องราวร้ายๆ เหล่านั้นจะค่อยๆ เลือนหายไปเอง..."

...


Ichi Rittoru no Namida ~ Main Theme ~ - Susumu Ueda

...

ช่วงนี้อยู่สาขา "ประสาทศัลยศาสตร์" มีความสุขดีครับ
ทำให้รู้ว่า สมองของเรานี้เป็นมากกว่าก้อนเต้าหู้บรรจุกะโหลก
และสำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้ฝ่อไปตามกาลเวลา...

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

อ๋า า ~
พี่เรียนแพทย์ด้วยย!
น่าอิจฉาจังงง ^^ '

ชอบบทความนี้จัง !
อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆเลย ~
ถ้าทุกคนยิ้มให้กัน โลกคงสวยงามมากๆเลยเลย
Riddikulus! ^_______________^


สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ big smile

#39 By 【★ byulx.】 on 2009-04-15 21:22

เคยสงสัยเหมือนกันว่าถ้าเราเจอตัวบ๊อกการ์ตจริงๆ เราจะเห็นอะไรกันแน่ เพราะกลัวนั่นกลัวนี่ กลัวไม่มีตังใช้ กลัวสอบตก กลัวเป็นสิว sad smile กลัว ๆ ๆ !! sad smile แต่พอหันกลับมามองมันก็ riddiculus จริง ๆ

เพลงเพราะดีนะคะ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณหมอ big smile

#38 By Akirin on 2009-04-15 20:59

อ่ะ ลืมฉีดน้ำพี่หมอ

ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

ปิ้ว ปิ้ว ปิ้ววว...

ดอกมะลิ

:p

เพี้ยนเพื่อเปิดตา
แสวงหาสิ่งแปลกใหม่
ใครว่าบ้าอย่างไร
สนใจเพื่อ? ...เมื่อต้องการ

เพ้อฝัน, ให้รู้ฝัน
รู้เรื่องราวเกินกล่าวขาน
ทุกขอบรอบจักรวาล
จักรู้แจ้งชัดเจนใจ

ข้าฯรักจินตนาการ
ที่อ่่อนหวาน ที่หวามไหว
วิ่งเล่นและบินไป
ถึงสักหนบนโลกนี้

ข้าฯเพี้ยน ข้าฯเพ้อฝัน
เสริมคืนวันที่ข้ามี
โลกมิไร้ซึ่งแสงสี
แหละจินตนาการมิเคยเลือน!!
ขอบคุณมากครับ จะหัวเราะใหักับบ็อกการ์ตทุกตัวที่เข้ามาในชีวิตครับ

#35 By Mol on 2009-04-13 18:16

เข้ามาแล้วก็รู้สึกสะกิดใจทันที กับเพลงประกอบ 'Ichi Rittoru no Namida' เป็นซีรี่ส์ที่ชอบโฮก ก ก ก ก มาก >.< นางเอกน่ารัก พระเอกโคดเท่ (ไม่ใช่ละ) เนื้อเรื่องดีมากอ่า ได้ยินเพลงนี้ที่ไหนก็โดนใจตลอดเลย

ปล. อยู่ Neurosx. เข้ากันกะ Spinocerebellar degeneration พอดีเลย อิอิ ชอบเรื่องนี้โฮกก ก ก

สาดน้ำเน้อ อาท ^.^
ขันน้ำ ดอกมะลิ
ขอให้เย็นกายเย็นใจ

ปล. ลงเด็กว่าจะเริ่มงานหนังสือรุ่นละ T.T

#34 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od on 2009-04-12 17:34

บ็อกการ์ต..มีสัจธรรมข้อคิดแฝงอยู่ด้วย ตอนเด็กๆอ่านแล้วยังไม่นึกขึ้นมาค่ะ แต่พอมาอ่านแล้วก็รู้สึกว่า เออ มันจริงนะ บางครั้ง ความกลัวความเครียด ความไม่สบายทางใจก็เกิดจากเราสร้างมันขึ้นมาเองส่วนหนึ่งนะคะ..

ขอให้เรามองมันอย่างตั้วใจ มองมันอย่างความเป็นจริง บางครั้ง อะไรๆก็ไม่ได้แย่อย่างที่เราคิดเนอะ

#33 By vinn* on 2009-04-12 11:14

ธรรมชาติเพี้ยน ๆ ทำให้คนเพี้ยน ๆ ไป sad smile

สุขสันต์สงกรานนะค้