๙๖. Jazz in Different Perceptions

posted on 08 Mar 2009 18:54 by raynartz in As-the-Days-gone-by

เมื่อเย็นวันศุกร์, ลากน้องรหัสสุดเลิฟไปนั่งฟังดนตรีแจ๊ส
ตามคำชวนของส้ม, วิกและฝ้าย - เพื่อนกลุ่มสนามเด็กเส้น
เป็นการนัดพบครบรอบปี รำลึกความทรงจำในวันวาน
หลังจากที่แต่ละคนเรียนจบ รับปริญญากันไปเรียบร้อย
ถึงตอนนี้, บางคนทำงาน บางคนเรียนต่อปริญญาโท
กว่าจะมีเวลาว่างมาพบกันสักครั้งก็ยากเหลือเกิน

...

ดนตรีแจ๊สที่ว่านี้ คือ งานแสดงคอนเสิร์ต แจ๊สเปิดบ้าน
ของเหล่านักศึกษาคณะดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร
ภายใต้ชื่องานว่า "Jazz in Diferrent Perceptions"
ซึ่งจัดขึ้น ณ สวนสันติชัยปราการ ถนนพระอาทิตย์
เมื่อวันที่ 6 และ 7 มีนาคม ; 5 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน
งานนี้เปิดให้คนทั่วไปเข้าร่วมรับฟังได้ตามอัธยาศัย
[แต่สำหรับนักศึกษาแล้ว มันคือการ "สอบ" ดีๆ นี่เอง]

มาถึงสวนสันติชัยปราการ ราวหกโมงเย็นหน่อยๆ
ท้องฟ้าเริ่มสลัว สายลมยามเย็นพัดอยู่แผ่วเบา
เสียงเพลงดังแว่วมาแต่ไกล ตามจังหวะเครื่องดนตรี
ผสานเสียงร้องทรงพลัง ชวนใจให้หวั่นไหวคล้อยตาม
ถึงกับต้องรีบจับจองที่นั่ง เลือกเอาตรงหน้าเวทีนี่เลย
น่าแปลกใจเหมือนกัน ที่เพียงแค่เสียงร้องทำนองเพลง
ซึ่งหากว่ากันตามจริง ก็เป็นเพียงสิ่งที่ไร้ตัวตน
กลับส่งผลต่อจิตใจของคนได้มากมายถึงเพียงนี้
 

...

...

ดนตรีแจ๊ส เริ่มต้นจากการเล่นดนตรีของชาวแอฟริกัน
ซึ่งทำงานในไร่ของคนผิวขาวในอเมริกา เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว
นัยว่าช่วยสร้างบรรยากาศในการทำงาน สื่อสารกับพระเจ้า
และเพื่อปลดปล่อยความทุกข์ระทมของชีวิตที่ไร้อิสรภาพ
ดนตรีที่ว่านี้ แม้จะเล่นตามอย่างวิธีของนายทุนผิวขาว
แต่ก็เล่นอย่างผิดบ้างถูกบ้าง ตามแต่อารมณ์ในขณะนั้น
จึงกลายเป็นแนวเพลงประสานระหว่างดนตรีคลาสสิก
ร่วมกับทักษะในการถ่ายทอดอารมณ์อันแสนลึกซึ้ง
จนพัฒนาเป็นเพลงบลูส์, แร็กไทม์และแจ๊ส ในเวลาต่อมา

แนวทางของแจ๊ส คือการเล่นดนตรีอย่าง "Improvisation"
หรือที่เรียกว่า "คีตปฏิภาณ - Adlibitum" จากความรู้สึก
เหมือนกับการต่อเพลง หรือด้นกลอนสดอย่างฉับพลัน
โดยไม่มีการเตรียมตัว ไม่มีการบันทึกโน้ตมาก่อน
ถือเอาความรู้สึกในขณะนั้นๆ ถ่ายทอดเป็นทำนอง
เทียบเคียงกับภาพวาดแนว "Impressionism" ประมาณนั้น

แต่ทั้งนี้ พึงเข้าใจให้ชัดเจนว่า
improvisation ไม่ใช่การด้นทำนองออกมามั่วๆ
แต่เป็นการแสดงความสามารถทางดนตรีอย่างเฉียบคม
ซึ่งจะกระทำได้ต่อเมื่อเป็นนายของดนตรีอย่างแท้จริง

"...การนำดนตรีคลาสสิกมาสร้างแนวเพลงแจ๊ส
จึงเท่ากับการขัดขืนขนบดนตรีเดิมของชนผิวขาว
โดยยกความรู้สึกของผู้เล่น ขึ้นมาอยู่เหนือแนวดนตรี
เพื่อปลดแอกความเป็นทาส ยกระดับขึ้นมาเป็นนาย
นับเป็นการต่อสู้ทางวัฒนธรรมอย่างแยบยล..."

...

...

เสียงเพลงนั้น แม้ฟังคล้ายว่าไร้ความหมาย ไร้ตัวตน
ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวที่แสดงออกด้วยสมการอันยุ่งเหยิง
ทั้งไม่ใช่ปริมาณที่จะใช้มาตราใดชี้วัดอย่างแม่นยำ
แต่กลับเต็มเปี่ยมด้วยคุณค่าความรู้สึก ถ่ายทอดจากภายใน
ที่อาศัยเพียงจิตใจที่อ่อนโยนเท่านั้น เป็นเครื่องมือรับรู้
เมื่อใจได้สัมผัสความไพเราะ ในอารมณ์ที่ผ่อนคลาย
ย่อมเปรียบเหมือนกับเครื่องยนต์ได้หยุดพัก เติมน้ำมัน
พร้อมที่จะขับเคลื่อนอีกครั้งเมื่อใจของเราต้องการ

"...การฟังเพลง จึงเป็นปีติสุขเล็กๆ ในชีวิต
ที่เราอาจเลือกหยิบมาประดับห้องใจได้ไม่ยากนัก
เพียงแต่เปิดใจ, และพื้นที่ใจไม่คับแคบจนเกินไป..."

ถ้าชีวิตมันเหนื่อยนัก ลองนั่งพักสักหน่อย
เปิดเพลงฟังเบาๆ จะเป็นบลูส์ แจ๊สหรือคลาสสิก
หรือจะเป็นบทเพลงป๊อปฮิตอย่างที่เราชอบก็ได้
ขอเพียงแต่ให้บทเพลงนั้นช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย
ก่อเกิดกำลังใจที่จะเดินทางต่อไปโดยไม่ย่อท้อ

ใจที่เหนื่อยล้า จะทำสิ่งใดคงไม่อาจสำเร็จผลเต็มที่
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ยังจะฝืนดันทุรังต่อไปอีกทำไมกัน
สู้เราสละเวลาสักเพียงนิด มาพักผ่อนบ้างดีกว่าไหม
เวลาที่พักผ่อนนี้ คงไม่มากจนถึงกับเสียงานหรอก
คิดให้ดีแล้ว อาจจะเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่ากว่าด้วยซ้ำ
เมื่อใจของเราหายเหนื่อยแล้ว ค่อยเริ่มทำงานต่อ
งานที่ออกมา จึงจะสำเร็จสมบูรณ์ตามที่เราต้องการ

...

 

...

นอกจากบทเพลงอันแสนไพเราะของนักศึกษาแล้ว
ยังมีเรื่องน่าคิดบางอย่าง เกี่ยวกับคอนเสิร์ตครั้งนี้
หากนำคำว่า "different perceptions" มาพิจารณา
จะพบความหมายโดยนัยที่แอบแฝง ชวนให้ค้นหายิ่งนัก

"perception - การรับรู้" เป็นกระบวนการทางจิต
ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจาก "sensation - ความรู้สึก"
เมื่อมีสิ่งเร้ากระตุ้นอวัยวะรับสัมผัส จะเกิดความรู้สึกขึ้น
แต่ความรู้สึกที่ว่านี้ ยังไม่มีความหมายในตัวของมันเอง
ต้องอาศัยความรู้, ความจำและประสบการณ์เป็นเครื่องช่วย
เข้า "แปลค่า" และ "ตีความ" จึงจะเกิดการรับรู้ที่สมบูรณ์

เห็นได้ชัดว่า perception มีนัยะที่จำเพาะต่อตัวบุคคล
เปิดโอกาสให้แต่ละคนมีสิทธิ์ "ตีความ" ความรู้สึกด้วยตัวเอง
การใช้คำ "different perceptions" จึงกินความหมายที่ลึกซึ้ง
เพราะไม่เพียงบ่งบอกแนวทางเพลงที่แตกต่างกันเท่านั้น
แต่ยังชี้ชวนให้ตีความคุณค่าของบทเพลงที่ได้รับฟังอีกด้วย

เท่ากับว่า ผู้จัดงานได้ให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งดนตรีและผู้ฟัง
ในการสร้าง "preception" ที่จำเพาะของตนเองขึ้นมา
หลังจบงาน ไม่ว่าดนตรีจะแสดงออกมาเป็นอย่างไร
และไม่ว่าผู้ฟังจะได้รับสิ่งใดกลับไปบ้างก็ตามที
แต่ก็ถือว่า ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุดแล้ว

...

เรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ก็เหมือนกับสิ่งเร้าต่างๆ
ที่เมื่อผ่านประสาทสัมผัส ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ล้วนแต่ทำให้เกิดความรู้สึกที่ใกล้เคียงกันทั้งนั้น
แต่การรับรู้ที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน
ขึ้นอยู่กับพื้นฐานความคิด และประสบการณ์ที่มีอยู่เดิม

"...หากเราปรับพื้นฐานความคิด เก็บประสบการณ์ดีๆ ไว้
พร้อมกับค่อยๆ รื้อเรื่องราวที่คับข้องใจทิ้งไปทีละน้อย
อีกไม่นาน การรับรู้ของเราย่อมมีแต่เรื่องดีๆ อย่างแน่นอน..."

...

...

คอนเสิร์ต "Jazz in Different Perceptions" ครั้งนี้
นักศึกษาต่าง
แสดงความสามารถกันอย่างเต็มที่
เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะการแสดงนี้ถือเป็นการสอบ
แต่อีกเหตุผลหนึ่ง ย่อมเกิดจากความรักในเสียงดนตรี
เมื่อมีความรักชอบเป็นที่ตั้งอย่างนี้ ผลงานจึงออกมาดี
คะแนนสอบก็เป็นแต่เพียงผลพลอยได้เท่านั้น
สิ่งสำคัญอยู่ที่การได้ทำในสิ่งที่ตนเองรักต่างหาก

"...เมื่อได้ทำในสิ่งที่รัก ไม่ต้องมีรางวัลตอบแทนหรอก
แค่มีความสุขขณะที่ทำ ก็นับเป็นรางวัลที่เพียงพอแล้ว..."

...

นั่งฟังเพลงกันเพลินจนเกินสองทุ่ม กว่าจะนึกได้ว่าท้องยังว่าง
เลยชวนกันไปต่อที่ร้านโรตีมะตะบะ ; กินไป คุยไป ขำไป
ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ พร้อมกับความอิ่มท้องและอิ่มใจ

[ขอบคุณฝ้ายที่ช่วยขับรถมาส่งจนถึงท่าช้าง...] 

...


In A Sentimental Mood - Jazz

...

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

Comment

Comment:

Tweet

TK6fE5 <a href="http://qmduuctefbdk.com/">qmduuctefbdk</a>, [url=http://ktduwlcmizok.com/]ktduwlcmizok[/url], [link=http://wghnrytcloiz.com/]wghnrytcloiz[/link], http://tyoiossaugyj.com/

#23 By uiOnFLGCe (200.201.22.20) on 2010-06-11 23:42

ผมแอบชอบฟังดนตรีแจ๊สนะ
ฟังแล้วมัน ดูหลุดโลกดี

แถมฟังแล้วsexyสุดๆอีกด้วย!confused smile

#22 By non on 2009-03-13 20:04

เจอเพื่อนที่นานๆเจอกันที
แถมได้ฟังเพลงสบายๆ

ฟังดูรู้สึกดีคะ

confused smile

#21 By Aurorin on 2009-03-10 20:57

ชอบฟังเพลงแจ๊สค่ะ
ปกติจะเปิดฟังก่อนนอน สลับไปกับเพลงบรรเลงเปียโนอะค่ะ สบายอารมณ์ดี

big smile

#20 By Mrs. Holmes on 2009-03-10 15:59

คมหลายประโยคครับทั่นรัตนดิศร confused smile

#19 By Highwind on 2009-03-10 13:48

ขอบคุณนะครับที่แวะไปฟังและตั้งชื่อเพลงให้ ^^
และขอบคุณสำหรับแจ๊ซเย็นสบายที่เอามาแปะให้ฟังกันครับ
เห็น entry น่าสนใจหลายเรื่องเลย ไว้จะมาไล่อ่านครับ ^-^
"...เมื่อได้ทำในสิ่งที่รัก ไม่ต้องมีรางวัลตอบแทนหรอก
แค่มีความสุขขณะที่ทำ ก็นับเป็นรางวัลที่เพียงพอแล้ว..."

โดนเลย

ปล. แต้งนะค้าบ cry

#17 By icicle on 2009-03-09 22:21

อยากกินโรตีมะตะบะ ไมได้ไปแถวนั้นนานมากๆแล้ว

#16 By DeepSnowzIndy on 2009-03-09 17:59

เป็นคนฟังเพลงอะไรก็ได้ ไม่มีแนวที่ชอบชัดเจน รู้จักเพลงแจ๊ส เพราะเพื่อนแนะให้ฟัง (มันเป็นนักร้อง เลยรู้จักเพลงเยอะแยะแต่เราไม่รู้จักสักแนวเลย)

บางทีดูหนัง แล้วประทับใจเพลงในหนัง ก็ไปหามาฟังเพิ่มเติมเหมือนกันค่ะ (ดูหนังเรื่อง swinggirl ก็ไปหาเพลงจากในหนังฟัง)

#15 By NiDA MAilO on 2009-03-09 14:29

different perceptions
ถ้อยคำที่แฝงไปด้วยความน่าตื่นเต้นในตัวของมันเอง big smile

แจ๊สที่ฟังแล้วสบายใจก็คงเหมือนบล็อกนี้ที่ได้อ่านแล้วมีความสุข

อีกหนึ่งสุดยอดบทความค่ะ Hot!

#14 By ire_u on 2009-03-09 13:37

เขาว่าการฟังเพลงช่วยชะล้างฝุ่นออกจากจิตใจbig smile

#13 By redtear on 2009-03-09 11:55

น่าไปจังค่ะ เผอิญชอบเเจ๊สซะด้วย

ฟังเเล้วเบาๆ สบายๆ ดีค่ะbig smile

#12 By Ice Choco on 2009-03-09 02:16

ฟังเพลินดีค่ะ ... ขออนุญาติเิปิดเพลงทิ้งไว้ก่อนนอน

.. การได้ทำในสิ่งที่รักนี่แหละความสุขสุด ๆ แล้ว big smile
ตอนนี้ก็นั่งเปิดฟังซ้ำๆ เพราะดีงิ ขอบคุณที่เลือกสรรจ้า
โอย น่าไปจังชอบแจ๊สด้วย
วิกที่ว่านี่ อิมน รึเปล่า
ถ้าใช่ก็.....ไม่เห็นชวนหนูบ้างซิกๆ1

#9 By mutsuki on 2009-03-08 23:29

ฟังเพลง Jazz แล้ว ..สบาย สบายดีค่ะ..

รีแล๊กซ์ดี..ชอบเหมือนกันค่ะ big smile
ดนตรีนั้นคือชีวิต

ตีความคำว่า Different Perceptions โดนใจมากครับ

ที่เชียงใหม่มีอยู่ร้านหนึ่งชื่อ North Gate น่าลองมาฟังนะครับ

#7 By N/A on 2009-03-08 23:06

ขอบคุณที่มาแฮปค่า

^^

ดนตรีมักจะทำให้รู้สึกดีเสมอแหละค่ะ ^^

#6 By พา-แรว แง๊วๆ on 2009-03-08 22:47

ดนตรี..ช่วยให้ใจผ่อนคลาย..confused smile

#5 By happiness in my bag.. on 2009-03-08 22:43

ปกติจะเล่นคลาสสิก.. แต่ถ้าให้ฟัง เราเลือกฟังแจ๊สแหละ question

ชอบตอนอิมฯมาก ๆ confused smile ฟังแล้วมันเป็นอะไรที่ "สด" ( หาคำดีกว่านี้ไม่ได้ แหะ ๆ ) ไม่เหมือนฟังเทป เพราะฟังกี่ครั้ง ๆ ก็เหมือนเดิม

พูดแล้วอยากไปดูคอนเสิร์ตแจ๊สจังเลย ~

#4 By noporonVLN on 2009-03-08 22:06

ดนตรีแจ๊ส...ฟังเย็นๆ น่านอน....(ล้อเล่น)question question

#3 By ||┃Junshoku|┃||┃ on 2009-03-08 21:02

คิดว่าแนวเพลงแจ๊สเป็นแนวเพลงที่เท่มากๆ
คนที่เล่นได้ต้องเก่งมากๆ อะไรประมาณนั้น

ถึงจะฟังไม่รู้เรื่อง
แต่ฟังแล้วรู้สึกสบายใจค่ะ
แค่เปิดใจ รับฟัง สบายๆ big smile

#2 By antzzer on 2009-03-08 20:23

รู้จักดนตรีแจ๊สครั้งแรก ก็เมื่อมาอ่านถึงบทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวง และเมื่อมีนักร้องคือคุณนรีกระจ่าง ออกเทปเพลงแนวแจ๊ส

ฟังเย็นๆ สบายใจดีนะคะ big smile

#1 By ~ N ~ on 2009-03-08 19:08

Recommend