๙๕. อากาศร้อน - ใจก็ร้อน
posted on 01 Mar 2009 17:02 by raynartz in Bio-Psycho-Social-Linguistic
เมื่อความหนาวเริ่มผ่อนคลาย ความร้อนก็เริ่มคลืบคลาน
ลมแล้งที่เคยพัดผ่านผิว เริ่มชุ่มชื้นขึ้นมากขึ้นกว่าเก่า
แต่เพราะความชื้นมาปะทะกับลมร้อน กลายเป็นร้อนชื้น
ความฉ่ำชื่นที่เกิดขึ้น จึงกลายเป็นฉ่ำเหงื่อจนโทรมกาย
พอลมพัดมันก็เย็นดีนะ แต่เหนอะตัวอย่างไรไม่รู้
...
...
ช่วงนี้อากาศร้อน - ยิ่งร้อน ใจก็ยิ่งรั้น
จะคิดจะทำอะไรก็เหมือนว่าวุ่นวายไปเสียหมด
เพียงแค่จะเดินออกไปนอกโรงพยาบาล กินข้าวเที่ยง
แต่พอมองท้องฟ้าที่ไร้เมฆ มองแสงแดดที่แผดจ้า
ขาเจ้ากรรมทั้งสองข้างก็ดันหยุดประท้วงเอาเสียดื้อๆ
สุดท้าย, ต้องอาศัยขนมเก่าเก็บมาแกะกินประทังไป
เคราะห์ดีที่ว่า ยังพอมีขนมเหลือพอให้อิ่มได้อีกมื้อ
เมื่อปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์บอกว่าโลกร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ
หากอุณหภูมิเพิ่มขึ้นอีก 6 องศา จะเกิดภัยพิบัติขึ้นทั่วโลก
น้ำแข็งขั้วโลกละลายท่วมแผ่นดิน ฤดูกาลผันแปรจากที่เคยเป็น
สรรพชีวิตจะล้มหายตายจาก โลกจะถึงกาลอวสานในที่สุด
ฟังแล้วกลับมานั่งคิด ก็เห็นจะเป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ
นี่ขนาดว่ายังเพิ่มไม่ถึง 6 องศา ก็แทบจะอยู่กันไม่รอด
แล้วถ้าร้อนมากไปกว่านี้ ต่อให้เป็นกระจั๊วยังอยู่กันไม่ได้เลย
เมื่ออากาศร้อน ใจมันก็ชักจะร้อนตาม
เหมือนกับว่าอากาศจากภายนอก ร้อนเข้าไปถึงภายใน
เรื่องราวบางอย่างที่ใจคิด แม้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย
ความร้อนใจกลับช่วยขยายจนใหญ่โตขึ้นมาได้
เหมือนอย่างอากาศที่ขยายตัวเมื่อโดนความร้อนอย่างนั้น
ต่างเพียงว่า ความร้อนที่ขยายตัวนั้นเบาบาง ลอยสู่ที่สูง
แลกเปลี่ยนลมเย็นให้ลอยลงต่ำ พัดเข้ามาแทนที่
สัมผัสผิวกาย เกิดความสดชื่นเย็นสบายทดแทนกัน
แต่ความร้อนใจนั้นหนักหน่วง อัดอั้นอยู่ภายใน
ยิ่งขยายตัวยิ่งหนาแน่น แตกรากฝังลึกลงเรื่อยๆ
กว่าจะรู้ตัวอีกที ใจทั้งใจก็ไหม้เกรียมไปเสียแล้ว
"...แค่อากาศร้อนก็ทรมานมากเพียงพออยู่แล้ว
ยังจะยื้อเอาความร้อนมากอดเอาไว้กับตัวเองอีก
หัวใจของคนไม่ใช่กระติกน้ำร้อนสักหน่อย
เก็บความร้อนเอาไว้ มันจะมีประโยชน์ตรงไหนกัน..."
...
...
เมื่อต่างฝ่ายต่างร้อน เผลอโคจรมาเจอกัน
ความร้อนย่อมแผ่ผ่านไปถึงกันอย่างไม่ต้องสงสัย
รอยเกรียมไหม้นั้นเป็นสีดำ บดบังดวงตาของหัวใจ
จนไม่อาจมองเห็น ไม่อาจยอมรับความจริงที่เกิด
ขณะเดียวกัน, กลับดูดกลืนความร้อนสะสมเอาไว้
ยิ่งร้อนยิ่งเกรียม ยิ่งเกรียมยิ่งดำ ยิ่งดำยิ่งร้อน
วนเวียนอยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นวงจร
ซ้ำร้าย ยังอุตส่าห์แบ่งปันความร้อนไปสู่ผู้อื่นอีก
แล้วเมื่อไรกันเล่า ใจของเราจะได้พักเย็นๆ เสียที ?
ลองมองดูเด็กๆ ที่หยอกล้อเล่นกัน
เป็นธรรมดาที่จะเกิดมีเรื่องผิดใจกันอย่างเด็กๆ
โดยเฉพาะเมื่ออากาศร้อนๆ กลมกลืนกับอารมณ์ร้ายๆ
ถ้าเป็นลูกผู้ชาย ก็ตัดสินง่ายๆ - เจอกันหลังโรงเรียน
ต่อยกันสักหมัดสองหมัด จะแพ้หรือชนะก็ให้มันรู้กันไป
แต่ต้องสัญญากันไว้ก่อนว่า ผลการตัดสินนี้ถือเป็นที่สิ้นสุด
ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ ก็ถือเป็นเรื่องเฉพาะในครั้งนี้
ส่วนเรื่องอื่นๆ ยังนับเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
"...เพราะเด็กก็คือเด็ก เป็นชีวิตที่ยังไม่มีตัวตนผูกมัด
ความร้อนที่มีอยู่ในใจ จึงระบายออกไปได้อย่างง่ายดาย
แม้วิธีการอาจจะดูรุนแรงไปบ้าง แต่นั่นก็เป็นอย่างเด็กๆ
เมื่อได้ระบายออกไปแล้ว หัวใจก็กลับมาชื่นเย็นดังเดิม..."
นึกแล้วยังแปลกใจ ทั้งที่ผู้ใหญ่ก็เติบโตมาจากเด็ก
ทั้งยังเรียนรู้สิ่งต่างๆ มามากกว่าเด็กหลายเท่าตัว
แต่ทำไม ? ยิ่งเติบโต กลับยิ่งหลงลืมเรื่องธรรมดาๆ ไป
แล้วกลับทำเรื่องง่ายให้กลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาเสียอีก
เมื่อเป็นอย่างนี้, ตกลงว่าผู้ใหญ่เขาเรียนรู้อะไรกัน ?
...
...
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แท้ที่จริงไม่ใช่เรื่องซับซ้อนเลย
แต่ที่ยังวุ่นวายกันอยู่ เพราะเรามี "ตัวตน" เป็นที่ตั้งกลางใจ
เปรียบกับเด็กๆ ที่ยังไม่ทันสร้าง "อัตตา - ตัวตน" ที่เด่นชัด
เรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงเหมือนสายลมที่พัดผ่านมาชั่วคราว
จะร้อนหรือจะเย็น จะดีหรือจะร้าย เมื่อได้ระบายไปแล้วก็จบ
น้อยเหลือเกินที่จะผูกใจเจ็บ ทั้งที่ยังต้องพบเจอกันอยู่ทุกวัน
เมื่อเด็กกับเด็กผิดใจกัน วันสองวันจึงเล่นด้วยกันเหมือนเดิม
แต่พอเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น
พร้อมกันนั้น "ตัวตน" ก็สั่งสมมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ตำแหน่งและฐานะทางสังคมที่เลื่อนลอย
หล่อหลอม "ตัวตน" ให้ติดตรึงอัดแน่น ฝังรากลึกอยู่ภายใน
ผสานกับความร้อนที่คอยกระตุ้นให้ขยายตัวเป็นครั้งคราว
เรื่องราวใดที่กระทบ "ตัวตน" นี้เข้า จึงลุกลามใหญ่โต
"...ถ้าเราไม่หยุด "ตัวตน" นี้ไว้ ซ้ำยังเพิ่มเติมเข้าทุกวัน
วันหนึ่ง มันคงขยายตัวจนตื้นเต็มพื้นที่ใจไปทั้งหมด
เมื่อใจร้อนจนไหม้เกรียม อัดแน่นด้วยอัตตาที่พองโต
ใจคงทนอยู่ได้ไม่นาน ย่อมจะแตกสลายไปเป็นธรรมดา..."
ลองผ่อนคลายความร้อนภายในใจลงบ้าง
พร้อมกับค่อยๆ สลายอัตตาของตนลงทีละน้อย
เปิดใจรับฟัง - เอ่ยปากถาม - กล่าวคำขอโทษ
พูดจาและกระทำต่อกันด้วยความจริงใจ จากใจจริง
เรื่องราวต่างๆ คงง่ายขึ้นกว่าเดิมอีกมากทีเดียว
...
...
ทุกคนอยากเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เพื่อจะมีอิสรภาพ
และทุกคนก็ไม่อยากแก่ เพราะกลัวจะสูญเสียอิสรภาพไป
ในขณะเดียวกัน กลับพยายามสร้างกรงขังไว้ภายในใจตน
กลายเป็นว่า ยิ่งเติบโตก็ยิ่งแก่ตัวมากขึ้นทุกวัน
แม้กายยังแน่นเนื้อ แต่หัวใจกลับหย่อนยานเสียแล้ว
"...ขอให้ใช้ความร้อนรอบกาย เป็นประโยชน์แก่ภายใน
ถือโอกาสเข้าอบซาวน่า แล้วทำสปาให้กับหัวใจของตัวเอง
หลอมละลายอัตตาที่แทรกซึม ปล่อยอารมณ์ร้ายให้ผ่อนคลายลง
แล้วความตึงกระชับของหัวใจ จะกลับมาพร้อมกับความสดชื่นอีกครั้ง..."
...
...
เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

ถ้าแลกกันได้จริงมันจะดีรึเปล่าไม่รู้
อากาศร้อนนี่ถ้าจะมองให้ดีมันก็ดีนะคะ
ได้อบซาวน่ากันทุกวี่ทุกวันเลย
ภาษาสวยเสมอเลยค่ะ ชอบ
#1 By ire_u on 2009-03-01 17:28