บรรยากาศช่วงวันแห่งความรัก ชวนใจให้ฝันเพ้อไปไกล
ปีนี้ ดูเหมือนปฏิทินจะเล่นตลกกับความเชื่อของใครหลายคน
คือ ก่อนถึงวันแห่งความรัก เป็นวันศุกร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์
ซึ่งฝรั่ง, และคนที่เชื่อตามฝรั่ง, ถือกันว่าเป็นวันอับโชค
เพราะทั้งชื่อวันและเลขวัน พ้องกับเหตุการณ์ในคัมภีร์ไบเบิ้ล
เมื่อใดที่วันศุกร์และเลข ๑๓ เวียนมาพบกัน เรื่องร้ายจะเกิด
ถ้าไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้น ก็ถือว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงเมตตา
แต่หากมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นจริง ก็ยังพอมีข้ออ้างได้บ้าง
ว่า "เพราะเป็นศุกร์ที่ ๑๓ ไง ทำอะไรถึงไม่รุ่ง" - จริงเท็จไม่รู้ ?

...

... 

ถึงอย่างนั้น, ปฏิทินปีนี้ก็ยังให้ความเป็นธรรมแก่วันเวลา
เพราะวันเวลาไม่เคยทำร้ายใคร คนต่างหากที่ให้ร้ายวันเวลา
เมื่อผ่านพ้นวันศุกร์ที่ ๑๓, รุ่งขึ้นก็วันเสาร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์
วันเซนต์วาเลนไทน์ - หรืออีกนัยหนึ่ง - วันแห่งความรัก
วันที่ใครหลายคนเฝ้ารอ "ช่อดอกไม้" และ "คำรัก" มานับปี

"...ก่อนจะถึงวันที่รอคอย คงต้องผ่านวันร้ายๆ เสียก่อน
ไม่อย่างนั้น วันที่รอคอยคงไม่มีคุณค่าอะไรให้จดจำ..."

ถ้าเราเชื่อว่าประวัติของเซนต์วาเลนไทน์เป็นเรื่องจริง
ความรักที่ว่านี้ ย่อมหมายเพียงความรักของวัยหนุ่มสาว
แต่ถ้าเรามองความรัก ในมุมมองที่กว้างออกไป
ความรักที่ว่านี้ ย่อมครอบคลุมถึงสรรพสิ่งทั้งปวง

นั่นจึงเป็นเหตุผล ว่าทำไมวันแห่งความรักจึงมีความสำคัญ
เพราะไม่ใช่แค่วันที่หนุ่มสาวแสดงความรักต่อกันเท่านั้น
แต่ยังเป็นโอกาสดี ที่เราจะแผ่เมตตาให้กับทุกสรรพสิ่ง
ซึ่งคอยดำรงเกื้อหนุน อยู่ร่วมบนโลกใบเดียวกันนี้
ด้วยความรักอันบริสุทธิ์ ส่งผ่านจากใจสู่ใจ จากชีวิตสู่ชีวิต
โดยไม่ได้อาบเคลือบยาพิษแห่งความใคร่เลยแม้แต่น้อย

...

 

...

หลายคนมักตั้งคำถาม ว่า "ความรักที่แท้เป็นอย่างไร ?"
คำตอบที่ได้รับ ก็มักจะเป็นสูตรสำเร็จที่คล้ายๆ กัน
ว่า ความรัก คือ ความรู้สึกอันแสนอบอุ่นละมุนละไม
ที่ใครคนหนึ่งเก็บไว้ภายในใจ เพื่อส่งมอบให้กับใครสักคน
ซึ่งมีเพียงหัวใจที่จูนคลื่นตรงกันแล้วเท่านั้น ที่จะรับรู้

ข้อความนี้ ชวนให้กลับมานั่งคิด, ซ้ำแล้วซ้ำเล่า,
ว่า ถ้าหากความรักเป็นอย่างที่ว่านั้นจริงๆ แล้ว
ความรักคงไม่มีตัวตน ไม่อาจรับรู้ผ่านสัมผัสใดๆ
คล้ายกับว่า เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่แสนละเอียดอ่อน
ซึ่งจะรับรู้ได้ ก็เฉพาะแต่ภายในใจของคนเพียงสองคน
นอกเหนือไปจากนั้น คงยากลำบากเต็มที

เพราะเหตุนี้, แม้ว่าความรัก จะเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา
แต่ความละเอียดอ่อนนั้นเอง ที่ทำให้รักเป็นเรื่องยาก
หัวใจของคน - ซึ่งแข็งกร้าวจนเกินไป - นั้นยากจะเข้าถึง
คนจึงทำทุกวิถีทาง เพื่อเปลี่ยนความรักให้สัมผัสได้ง่ายขึ้น
เช่น เปลี่ยน "ความรัก" เป็น "คำรัก" เพื่อรับฟัง
เปลี่ยนเป็น "ดอกกุหลาบ" ให้มองเห็น ให้ดมดอม
เปลี่ยนเป็น "อ้อมกอด" ให้กายได้สัมผัสความนุ่มนวล
และหากจะมีรสชาติใดแทนความรักได้ คงชวนให้ลองชิม

"...สิ่งต่างๆ ที่ได้กล่าวมานี้ คือ 'ตัวแทน' ของความรัก
เหตุที่เราสร้างมันขึ้นมา ก็เพื่อให้รับรู้ความรักได้ง่ายขึ้น
แต่โดยตัวมันเองแล้ว ยังไม่ใช่ 'ความรัก' ที่แท้จริง
หากเราลุ่มหลงอยู่แค่ตัวแทน ซึ่งเผลอตัวสร้างมันขึ้นมานี้
เราจะรับรู้ความรักที่แท้จากจิตใจภายในได้อย่างไร..."

...

...

โลกภายนอก, โดยเฉพาะโลกทางวัตถุ, พัฒนาไปเร็วมาก
เร็วจนหัวใจของเราวิ่งตามไม่ทัน และไม่อาจรู้ทันได้เลย
ตัวแทนของความรัก ซึ่งเราพยายามสร้างขึ้นจากสิ่งต่างๆ นั้น
ทำให้เราเผลอตีความความรัก ให้มีคุณค่าเพียงวัตถุที่จับต้องได้
ทุกความรักที่มีให้กัน ต้องมีการกระทำซึ่งเป็นรูปธรรมมารองรับ
ไม่เช่นนั้น ความรักนั้นก็เป็นเพียงสิ่งลวงตา หาความจริงไม่ได้
และแน่นอน, ย่อมไม่มีค่าพอที่จะผูกพันหัวใจใคร

คงคล้ายกับเนื้อความในเพลง "ได้ยินไหม" ของ เอ็นโดรฟิน
ซึ่งคอยตอกย้ำความหมายนี้อยู่ซ้ำๆ โดยที่ผู้ฟังอาจไม่ทันรู้ตัว

... 

[วิเคราะห์เพลง - อย่างย่อ]*

เพลง "ได้ยินไหม" เป็นเรื่องราวของ [ฉัน] และ [เธอ]
ซึ่งหากมองในบริบทของเพลง ทั้งสองคนนี้เป็นคู่รักกันมาก่อน
แต่เพราะเหตุผลบางอย่าง ทำให้ทั้งสองคนนี้เหินห่างกันไป

สิ่งที่ [ฉัน] ถ่ายทอดให้ผู้ฟังรับรู้ คือความรู้สึกจากภายใน
ซึ่งเสียใจกับความดื้อรั้นดึงดันของตน ต่อคำขอของอีกฝ่าย
ที่แม้จะคบกันในฐานะคู่รัก มอบความรักให้แก่กันมานาน
แต่สิ่งที่ขาดหายไป คือ [คำรัก] ที่ [เธอ] ต้องการจาก [ฉัน]
เมื่อปราศจาก [คำรัก] ซึ่งเป็นตัวแทนกายภาพให้สัมผัสจับต้อง
[ความรัก] ของ [ฉัน] จึงไร้ความหมาย เป็นสิ่งลวงตาที่เชื่อไม่ได้
และย่อมไม่อาจใช้ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างกันอีกต่อไป
[เธอ] จึงเลือกที่จะเดินจาก [ฉัน] ไป เพื่อค้นหา [คำรัก] ที่ต้องการ

วันเวลาที่ผ่านไป ทำให้ [ฉัน] ได้เรียนรู้
ว่า [ความรัก] ของ [เธอ] มีค่าแค่เพียงตัวแทนของความรัก
หัวใจของ [เธอ] แข็งกร้าวจนเกินกว่าจะรับรู้ความรักที่แท้
จึงพอใจแค่ [คำรัก] และมองข้าม [ความรัก] ของฉันไป
แต่ถึงจะรู้อย่างนั้น, [ฉัน] กลับเลือกที่จะเดินย้อนทางของตน
ทำใจให้แข็งกร้าว แล้วกล่าว [คำรัก] อย่างที่ [เธอ] ต้องการ
ด้วยความหวังลึกๆ ในใจ ที่จะให้ [เธอ] หวนกลับคืนมา
แม้จะรู้ดีว่า มันสายเกินกว่าจะมีผู้ฟัง [คำรัก] นั้นแล้วก็ตาม

ความห่างเหินที่เกิดขึ้น แม้เพลงต้องการสื่อว่าเพราะ [คำรัก]
แต่แท้จริงแล้ว เป็นเพราะ "มุมมองความรัก" ที่แตกต่างกัน
ฝ่ายหนึ่ง - [เธอ] - ติดอยู่กับตัวแทนของความรัก (literal view)
จนไม่อาจเข้าใจความหมายแท้จริงที่ [ฉัน] ต้องการบอก
ในขณะที่อีกฝ่าย - [ฉัน] - มองความรักอย่างลึกซึ้ง (rhetorical view)
จนไม่ทันสังเกตว่า อะไรกันแน่คือสิ่งที่ [เธอ] ต้องการ
[ความรัก] และ [คำรัก] ของทั้งสองคน จึงมีความหมายไม่เหมือนกัน
เมื่อมองแตกต่างกันเช่นนี้ แม้ไม่มี [คำรัก] เป็นเหตุเบื้องต้น
ที่สุดแล้ว, คงมีเหตุอื่นเข้ามาทำลายความสัมพันธ์อยู่ดี

จนกว่า [เธอ] จะสลัดหลุดจากตัวแทนกายภาพภายนอก
และเข้าถึง [ความรัก] ภายใน อย่างที่ [ฉัน] มอบให้กับ [เธอ]
เมื่อนั้น ทั้งสองคนจึงจะกลับมาเป็นคู่รักกันได้อย่างที่ใฝ่ฝัน

...

 

(เบื้องหลัง ?) มิวสิควิดีโอเพลง "ได้ยินไหม" - เอ็นโดรฟิน 

...

ยกเพลงนี้มาเป็นอุทาหรณ์, เพียงเพื่อจะชี้ให้เห็น
ว่า ความรักมีความหมายลึกซึ้งหรือตื้นเขินมากเพียงไร
สังคมที่พัฒนาไกล ทำให้ใจของเราเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน
และในฐานะเจ้าของหัวใจ เราจะจัดการกับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร ?

หัวใจของคน นับวันจะแข็งกร้าวขึ้นทุกที
อาจเป็นเพราะต้องต่อสู้กับเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา
และต้องวิ่งตามให้ทันสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
หากเราไม่รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงนั้นแล้ว ก็น่ากลัว
เพราะวันหนึ่ง ถ้าเรามัวหลงกับภาพลวงตาของสังคม
ใจของเราอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมจนหมดก็ได้
และเมื่อถึงวันนั้น จะกลับมาโอดครวญกับอดีตที่ผ่านมา
คงไม่ต่างอะไรกับการสวดภาวนาให้แก้วที่แตกร้าวกลับคืนดังเดิม

"...ความรัก เป็นความรู้สึก, ไม่ใช่คำพูด ไม่ใช่การกระทำ,
ตัวแทนของความรักซึ่งจับต้องได้ เป็นเพียงสะพานเชื่อมฝั่ง
ให้ใจก้าวข้ามความแปลกแยก และเดินทางมาพบกันในที่สุด
แต่หากใจติดอยู่กับสะพานนั้นเสียแล้ว เมื่อไรจะข้ามไปถึง ?"

...

...

"...ขอให้วันแห่งความรัก เปี่ยมด้วยความรักสำหรับทุกคน
ส่งแทนความรู้สึกจากใจให้แก่กัน พร้อมแผ่เมตตาให้กับทุกสรรพสิ่ง
ด้วยความรัก ความปรารถนาดีอันบริสุทธิ์, จากใจของเราทุกคน,
เพื่อที่โลกของเรา จะอบอวลด้วยไอรักอันละมุนละไมอย่างแท้จริง..."

...


ได้ยินไหม - ดา เอ็นโดรฟิน

...

* บทวิเคราะห์เพลง "ได้ยินไหม" นี้ เดิมทีเขียนไว้เป็นบทความ
แต่ขอปรับย่อมาลงไว้ในบล็อก เพื่อสนับสนุนเนื้อความคราวนี้
ไม่ว่ากัน หากใครจะมองเห็นในมุมมองที่แตกต่างกันออกไป
และพร้อมรับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆ เสมอครับ

... 

ปล. มีข้อสงสัยอย่างหนึ่งว่า ในเพลงภาษาเกาหลี เราจะได้ยินคำร้องว่า "ซารัง...." บ่อยมาก, เท่าที่ทราบ คำนี้มีรูปคำหลากหลาย แต่โดยรวมผันจากคำเดียวกัน คือ "ซารางฮาตะ" แปลว่า "รัก" ส่วนจะเปลี่ยนคำ -ฮา- เป็น -แฮ-, จะแทรกคำ -นึน- หรือมีคำ -โย ตามหลังหรือไม่นั้น ก็ขึ้นกับจุดประสงค์การพูดและความสุภาพของผู้พูดเป็นสำคัญ (ข้อนี้เชิญผู้รู้ภาษาร่วมแนะนำอีกที เพราะเจ้าของบล็อกมีความรู้เพียงน้อยนิด)

แต่เมื่อฟังเพลงภาษาญี่ปุ่นกลับพบว่า คำร้องที่สื่อถึงความรัก  โดยมากใช้คำ "สึกิ" หรือ "ไดสึกิ" ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ชอบ - ชอบมาก" ส่วนคำที่แปลว่า "รัก" ในภาษาญี่ปุ่น คือ "ไอ - ไอสึรึ - ไอชิมัส" กลับไม่ค่อยพบ ที่จะมีใช้บ้างก็ในเพลงญี่ปุ่นซึ่งนักร้องเกาหลีเป็นผู้ร้องเสียเอง (เช่น TVXQ)  จุดนี้ชวนให้คิดว่า คนเกาหลีพูดคำรักได้ง่ายเหลือเกิน แม้แต่เพลงยังใส่คำรักเข้าไปเกือบทั้งหมด  ต่างจากคนญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยบอกคำรัก จะพูดอย่างมากก็เพียงแค่ชอบหรือชอบมาก (แม้แต่คำสารภาพรักในการ์ตูน ยังใช้คำว่า "ไดสึกิดาโย" แล้วก็ตกลงเป็นแฟนกัน) ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเก็บคำรักไว้บอกกันเมื่อไร ?

น่าค้นหาเหตุผลว่า ทำไมชาวเกาหลีพูดคำรักกันง่าย แต่ชาวญี่ปุ่นบอกรักกันยาก หากจะบอกว่าเพราะวิธีการใช้คำของชาวญี่ปุ่นต่างจากชาวเกาหลี ก็ชวนให้สงสัยต่อไปว่า คนทั้งสองประเทศมองความหมายของคำนี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ทำไมคำที่มีความหมายอย่างเดียวกัน/ใกล้เคียงกัน จึงกลับใช้ในต่างกรรมต่างวาระกัน  หรือแท้จริงแล้ว ความหมายของคำเหล่านี้ไม่เหมือนกันเลย ?

เป็นเพียงข้อสงสัยที่อยากทราบคำตอบ เชิญผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยครับ

...

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

Comment

Comment:

Tweet

กินใจ
ได้ใจไปเต็มๆopen-mounthed smile

#23 By BOMER on 2009-02-22 19:10

เอาเลยซิครับ ก็ถ้าอยากเป็นเด็กตอนนี้ก็ทำได้ ทำให้ช่วงเวลาที่สูญเสียหรือหมดโอกาศในตอนเด็กนั้น ทำให้มันเกิดขึ้นสิครับ ตอนนี้ผมก็ทำอยู่ ยังติดโอกาศพวกเรื่องของเล่นนี้แหละครับ

ความรักนั้นนะมันไม่ใช่เพียงคำพูดหรอกเพราะมันออกมาจากความรู้สึก แต่มันก็ต้องมาพร้อมกับความจริง ความรักมันเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์นะครับ

ขอบคุณสำหรับเม้นbig smile
Hot! Hot! Hot!

#22 By 明 ・★ on 2009-02-21 11:02

อืม...สุดท้ายความรักก็คือความรัก ไม่มีคำนิยาม ไม่มีการแปล หรือคำจำกัดความ แต่เป็นสิ่งที่รับรู้ได้หัวใจของเราสินะ

ปล. เอนทรีนี้...โดนครับโดน (เกือบทุกเอนทรีอ่ะนะ) เขียนดีอีกแล้วนะอาร์ท

Hot! Hot!

#21 By Highwind on 2009-02-20 20:42

แค่รับรู้ไว้ก็พอใจแล้ว

#20 By BOMER on 2009-02-20 18:25

ช่างวิเคราะห์แบบนี้นี่เอง
ถึงได้วิเคราะห์ได้คมมาก big smile

#19 By Mrs. Holmes on 2009-02-20 11:19

ความรักก้อมีเวลาของมัน

หมดเมื่อไหร่ ก้อเมื่อนั้น เส้าได้อิก ค่ะ



^^ขอบคุนสำหรับคอมเม้นด้วยนะคะ surprised smile

#18 By i'm drizzle =] on 2009-02-19 16:11

รักที่มีแต่ให้โดยไม่ขอ
รักจะก่อประโยชน์อันยิ่งใหญ่
ยิ่งให้เขาเราจะสบายใจ
ใครไม่เคยให้ใครลองให้ดู

(สร้อยสันติภาพ,ศิวกานท์ ปทุมสูติ,๒๕๓๒)

อายุบวร
...

#17 By ครูกานท์ on 2009-02-18 21:38

คำว่ารักนี่มีหลายความหมาย

บางทีไม่จำเป็นพูดคำหวานๆ คนเราก็รักกันได้


ปล.ขอบคุณมากคะสำหรับคอมเม้น ได้สติขึ้นเยอะเลยคะ
คำว่า "ผมรักคุณ"
ถูกแพ็คลงห่อ

เล่แจกขาย

เหมือนขนมก๊อบแก๊บห่อละ 5 บาท

#15 By FaNGoNziLLa (O_o") on 2009-02-17 15:38

ชอบเพลง เพราะชื่นชอบนักร้อง
ภาพสุดท้ายน่ารักมากๆเลยนะbig smile Hot!

#14 By pudalay on 2009-02-17 12:13

อ่านแล้ว รู้สึกอินกับประโยคบางประโยคยังไม่รู้แหะ

ความรัก อธิบายยากครับ - -*
ชอบเพลงนี้ครับ ฟังแล้วเพราะดี หนักแน่นดี

ปล.ขอบคุณที่มาคอมเม้นครับ ผมลืมไปข้อนึงจริงๆแหละ
ปล2.ว่าแล้ว ระหว่างที่พิมพ์คอมเมนต์นี้ ก็มีคนขอให้ช่วยงานอีกแล้ว - -*sad smile

#13 By Mahou on 2009-02-16 23:22

เพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงที่ชอบเหมือนกันนะคะ
ขอบคุณคะที่แวะไปเยี่ยม
ที่เดินไปไหนมาไหนคนเดียวเพราะว่าไม่มีเพื่อนนี่เองละค่ะ
เหอๆๆเบื่อ แต่ก็ไม่ได้ทุกข์ใจที่ต้องไปคนเดียวนะ มีความสุขดี
แต่คนที่มาทักกลับทำให้เรารู้สึกว่าแย่เหมือนเราผิดปกติ

#12 By namprik on 2009-02-16 13:12

ชอบดา เอนโดรฟิน ร้องเพลงช้าๆได้ไพเราะมากครับ
แต่เวลาร้องเพลงเร็วๆนี่..ผมว่าออกทะเลเลย

#11 By pudalay on 2009-02-16 12:24

ไม่มีคำนิยามให้ความรักของตัวเองเลยค่ะ
ไม่ว่ามันจะมา มันจะไป มันจะไขว่คว้าหาเรา
หรือเราเองนั่นแหละ ที่ไขว่คว้าหามัน
แต่ก็รู้สึกเพียงว่า ความรัก ก็คือ ความรัก
ที่ตัวของเราเอง ไม่อยากที่จะจำกัดความของมัน


ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ^^

#10 By ryugu on 2009-02-16 04:47

ถ้าอธิบายตามทฤษฎีใช้ได้เลยครับ แต่ความเป็นจริงคงทำได้ยาก เพราะขนาดเขาเร่งอนุภาคยังได้แค่ 99.99% เอง และคงไม่ต้องถึงความเร็วแสงด้วยซ้ำ แค่ไม่กี่มัคคนก็ตายไปแล้ว
"ขอให้วันแห่งความรัก เปี่ยมด้วยความรักสำหรับทุกคน"
ถ้าสำหรับทุกคนได้จริงๆก็ดีสินะคะ...เฮ้ออ..big smile
ป.ล. ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะเจ้าคะquestion
จริงค่ะ..ดูที่การกระทำดีกว่า..ที่จะรอให้พูดออกมา..คำพูดเป็นเพียงการยืนยันของการกระทำ..big smile

เขียนได้เข้าใจ และชัดเจนดีทีเดียวค่ะ..big smile
ไม่ว่าจะเป็นศุกร์ 13 หรือเสาร์ 14 รักก็คือรัก จะมีสักกี่คนที่ได้ยินรัก big smile
ความรักนี้ดีจังนะครับ หากรู้จักมอง ให้ดีๆbig smile

#5 By redtear on 2009-02-15 20:21

ความรักคือสิ่งมีค่าและสวยงาม..big smile

ในทุกขณะที่ชีวิตกำลังเดินทาง..big smile

เราคงได้พบความรักมากมาย..big smile

อยู่รายล้อมรอบตัว..เราคงมองเห็นหากเปิดใจ..big smile

ขอให้มีความสุขในเส้นทางแห่งความรักครับ..big smile

ขอบคุณสำหรับข้อความที่เป็นกำลังใจครับ..big smile

ยิ้มกว้างๆ..เอิ๊กๆๆ..อิอิ..big smile

#4 By happiness in my bag.. on 2009-02-15 20:19

/me ปรับมือให้กับบทความ ยอดเลยเน้อ
อืมมม มันก็น่าคิดนะครับ ที่คุณตีความเพลง ได้ยินไหม
เท่าที่อ่านมา การที่จะรักใครสักคนสักคน มันก็ต้องมีการขวนขวาย อยากได้มาเป็นเจ้าของ...

อันที่จริงก็...เต็มไปด้วยสิ่งที่ Fake ทั้งสิ้น!

หากใจเรา ไม่คิดขวยขวายอะไร ไม่ยึดติดหรือคิดให้มากมายกว่านั้น บางทีความรักมันก็จะตามมาหาเราเอง ^^

#2 By MR.NARONGRIT on 2009-02-15 18:13

หากความรักที่มีให้กัน ปรารถนาจะให้เขามีความสุขมากกว่าการคิดครอบครอง โลกคงจะสวยงามน่ารื่นรมย์มากขึ้น

#1 By ~ N ~ on 2009-02-15 17:14

Recommend