๙๑. มองทางบ้างดีไหม ?
posted on 18 Jan 2009 16:18 by raynartz in As-the-Days-gone-by
ช่วงนี้ลงงานชุมชนอยู่ที่ รพ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
ท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็นจนไม่อยากตื่นเช้าเลย
ไม่รู้ว่าช่วงเช้าๆ อุณหภูมิรอบกายเป็นเท่าไหร่
รู้แต่ว่า แค่หายใจก็กลายเป็นไอน้ำลอยเป็นทาง
...
...
ฉันออกเดินทางจากศิริราชตั้งแต่เมื่อเช้าวันจันทร์
เพื่อนๆ ทุกคนดีใจที่จะได้พักผ่อน, พูดคุยอย่างนกตื่น,
ต่างตั้งความหวังไว้ว่าจะไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ วางแผนกันถี่ถ้วน
แต่เชื่อไหม ? เพียงรถแล่นออกจากจุดนัดพบไม่ทันครบชั่วโมง
คนในรถที่ตอนแรกดูจะตื่นเต้นกับการเดินทาง กลับเริ่มโงนเงน
คงเพราะเมื่อคืนจัดกระเป๋าเดินทางจนดึกดื่น และต้องตื่นแต่เช้า
พอรถแล่นออกมาช่วงริมทางกรุงเทพฯ, จึงพากันซบคอหลับใหล
มองไปจนทั่ว จะหาคนที่ดำรงสติอยู่เหมือนเมื่อแรก แทบไม่มีเลย
นี่ถ้ามีกล้องถ่ายภาพอยู่ใกล้มือ คงมีภาพไว้ล้อกันได้อีกนาน !!
จะว่าเป็นเรื่องขำขัน หลายคนคงไม่รู้สึกขำสักเท่าไหร่
เพราะเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป ในทุกเที่ยวการเดินทาง
ความจริงของคนเป็นอย่างนี้เสมอ เป็นธรรมดาอย่างที่สุด
เหมือนว่าการเดินทางไม่ใช่สิ่งน่าอภิรมย์เลยแม้แต่น้อย
เราเลือกที่จะเดินทางออกจากชีวิตประจำวันที่แสนจำเจ
เพียงเพื่อจะได้พบกับจุดหมายปลายทางที่แตกต่างออกไป
ณ ฝั่งหนึ่งของความฝัน คือภาพบรรยากาศที่สวยงาม
เป็นความแปลกใหม่ที่ช่วยผ่อนคลายความเบื่อหน่าย
แม้ยังไม่ทันจะออกเดินทาง ใจก็ลอยไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
เมื่อเอาใจวางไว้ที่ปลายทางเสียตั้งแต่แรก
ในความคิด, จึงมีแต่เพียงจุดเริ่มต้น กับจุดสิ้นสุด
ตลอดเส้นทางที่รถวิ่งผ่าน ไม่มีความหมายมากพอให้ใส่ใจ
ตอนแรกขึ้นรถยังกระดี๊กระด๊า พอรถออกวิ่งไม่ทันไรก็หลับ
ผ่านไปนานเพียงไรไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีเมื่อคนปลุกว่าถึงจุดหมาย
เมื่อนั้นแหละ สติรับรู้จึงจะกลับมาคืนมาเหมือนเดิมอีกครั้ง
แล้วอย่างนี้ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าระหว่างทางมีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง
และกว่าจะมาถึงจุดหมายได้ ต้องผ่านเรื่องราวมามากน้อยเพียงไร
"...ถ้าออกเดินทาง แต่ไม่สนใจเส้นทาง, คิดถึงแต่จุดหมาย,
แล้วจะมองหาความสวยงามจากการเดินทางได้จากที่ไหนกัน ?
ที่สำคัญ, การที่เรามองข้ามสิ่งต่างๆ ระหว่างทางที่ผ่านมานั้น
เราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าไม่ได้พลาดความสวยงามที่สุดมาแล้ว..."
...
...
เป็นไปได้ไหมว่า ความสวยงามของจุดหมายปลายทาง
ที่ที่เราเผลอวางหัวใจ และตั้งใจจะเดินทางไปให้ถึงนั้น
แท้จริงแล้ว เป็นเพียงภาพความฝัน เพียงความคิดเห็นส่วนตัว
ที่จินตนาการขึ้นจากคำบอกเล่าของคนอื่นบ้าง จากบันทึกต่างๆ บ้าง
มีคนตีความคุณค่าเอาไว้ กึ่งบังคับให้เชื่อทั้งทางตรงและทางอ้อม
เมื่อเราได้ฟัง หัวใจก็ล่องลอยไปตามถ้อยคำหรือข้อความเหล่านั้น
แล้วก็เผลอเชื่อตามโดยไม่ทันได้คิด ไม่กล้าที่จะพิสูจน์ความเชื่อนั้น
ความรู้สึกอย่างนี้นับว่าน่ากลัว
หากทุกคนมุ่งหวังแต่จะเดินทางไปให้ถึงจุดหมาย
โดยมองข้ามบรรยากาศที่รายล้อมตลอดระยะทางไปเสีย
ความมุ่งมั่นที่มี เสมือนดันทุรังเบียดร่างเข้าไปในทางแคบ
ยิ่งมุ่งมั่นมากเพียงไร กำแพงยิ่งบีบรัดแน่นมากขึ้นทุกทีๆ
เพราะใจไม่เคยมองเห็น ไม่เคยรู้สึกถึงความสวยงามที่มีอยู่
กลับปล่อยใจใฝ่หาปลายทางที่ยังไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือเปล่า
ได้แต่เฝ้าฝัน และดันทุรังเดินทางไปเท่านั้นเอง
"...ถ้าจะฝันถึงปลายทาง ลองแบ่งใจมองรอบข้างเสียบ้าง
ใจที่ปรารถนาแต่ปลายทางที่มองไม่เห็น มันทรมานนะ
เพราะมันได้แต่เดินทาง โดยไม่มีความแน่นอนอะไรเลย
สู้ตั้งจุดหมายไว้ แล้วสนุกไปตลอดเส้นทางจะดีกว่าไหม ?
ถึงปลายทางได้เหมือนกันแหละ แต่ประสบการณ์ต่างกันเยอะ..."
...
...
ในการเดินทางแต่ละครั้ง, จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดมีความสำคัญ
จุดเริ่มต้นจะเตือนให้เราระลึกถึงตัวตน เข้าใจพื้นฐานที่แท้
ใจของเราจะเด่นชัดขึ้น เมื่อพิจารณาจุดแรกที่เรายืน
ส่วนจุดหมาย คือความท้าทายที่เราต้องเผชิญ
เพื่อพิสูจน์ศักยภาพทั้งหมดที่เรามี
แต่ถึงแม้ทั้งสองจุดจะมีความสำคัญมากเพียงไร
ก็ไม่ได้หมายความว่าการเดินทางมีเพียงแค่สองจุดนั้น
ยังมีเส้นทางอีกยาวไกล ที่เข้ามาแทรกอยู่ระหว่างกลาง
เส้นทางที่ว่านี้แหละ ที่กินเวลาเดินทางเกือบทั้งหมดในชีวิต
"...ถ้าเราต้องใช้เวลาทั้งชีวิตในการเดินทาง
จุดเริ่มต้นและสิ้นสุด ก็เพียงแค่เสี้ยวเล็กๆ ของลมหายใจ
ส่วนเวลาที่เหลือ ล้วนอยู่บนเส้นทางระหว่างสองจุดนั้น
แล้วเราจะมองข้ามช่วงเวลาเหล่านั้นไปได้อย่างไรกัน..."
การเดินทางไปที่แห่งใด, ด้วยวิธีการใด,
จุดมุ่งหมายที่อยู่ไกลออกไปนั้น เป็นสิ่งสำคัญในชีวิต
เป็นปลายทางยอดปรารถนาของนักเดินทางทุกคน
แต่หากใจของเราเฝ้าฝันแต่เฉพาะความสวยงาม ณ จุดสิ้นสุด
โดยไม่เคยมองรอบกาย, เอาแต่นอนหลับไปตลอดทาง,
เราย่อมพลาดความสวยงามที่เรียงรายอยู่ตามเส้นทางนั้น
เราจะขาดความกระตือรือร้น ไร้ความสุขอันเป็นหัวใจสำคัญ
และท้ายที่สุด, หากไม่สนใจเส้นทางแล้ว, เราจะมั่นใจได้อย่างไร
ว่าตลอดเส้นทางที่เราเดินผ่านมา เป็นเส้นทางที่ถูกต้องแล้วจริงๆ
...
...
"...เข้าใจว่าเหนื่อยล้า, เข้าใจว่าอ่อนเพลีย,
แต่ลองฝืนตัวเองสักครั้ง มองผ่านกระจกรถออกไปบ้างดีไหม ?
บางที สิ่งที่สวยงามที่สุดในการเดินทาง ซึ่งเราเฝ้าฝันมาทั้งชีวิต,
อาจจะหลบร้อนซ่อนเร้นอยู่ริมข้างทางใกล้ๆ นี่เอง..."
...
However (Guitar) - OST. Autumn in My Heart
...
เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ
)
(จะเก๊ตมุขไหมเนี่ย)


ชอบเวลาที่จะได้นั่งรถไปต่างจังหวัดไกลๆ ชอบขอเพื่อนนั่งริมหน้าต่าง เพื่อมองข้างทางที่ผ่านไป บางสถานที่อยากให้รถหยุดเพื่อลงไปเดินดูใกล้ๆ
ที่ชอบมากๆ คือ บริเวณที่เป็นทุ่งนา หรือบ้านวิถีชนบทที่ไม่อาจหาชมได้เวลาที่อยู่ในเมือง
#1 By ~ N ~ on 2009-01-18 16:34