๘๙. ทบทวนหัวใจสักครั้ง
posted on 28 Dec 2008 15:58 by raynartz in As-the-Days-gone-by
ปีใหม่กับวันหยุดยาว เป็นของคู่กัน
ใครหลายคน ยอมทุ่มเททำงานหามรุ่งหามค่ำ
อยู่เวรติดต่อกัน ทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่น
สะสางงานที่คั่งค้าง และสะสมเวลาว่างเอาไว้
ก่อนจะเก็บกระเป๋า ออกท่องเที่ยวในวันหยุดยาว
หรือกลับไปพักผ่อนอยู่ที่บ้าน พร้อมหน้าทั้งครอบครัว
เพื่อให้กายที่อ่อนล้า และใจที่อ่อนไหวมาตลอดทั้งปี
ได้หยุดพักผ่อนคลาย กลับฟื้นคืนกำลัง
และมีเรี่ยวแรงอีกครั้งในวันเริ่มต้นปี
...
...
ผ่านเรื่องราวมากมายมาตลอดทั้งปี, มากจนเกินนับไหว,
แต่ละวันที่ผ่าน ยาวนานนับเดือน จนเลื่อนเลยมาครบปี
มีหลายสิ่งหลายอย่างผ่านเข้ามา คงอยู่ แล้วผ่านไป
แล้วก็วนกลับมาเกิดซ้ำ คงอยู่ แล้วผ่านไป, ซ้ำแล้วซ้ำเล่า,
บางเรื่องที่เป็นของใหม่ ใจยังไม่คุ้นกับรายละเอียด
ย่อมพลั้งเผลอปล่อยใจล่องลอยไปบ้าง จมดิ่งไปบ้าง
สุดแต่อารมณ์ในขณะนั้นว่าเบาบาง หรือหนักอึ้งเพียงไร
แต่กับบางเรื่องที่คอยวนเวียนอยู่ซ้ำๆ จนเริ่มจะคุ้นเคย
ใจมันก็ชักจะตึงๆ ชาๆ ไป ไม่ตื่นตูมเหมือนอย่างเมื่อครั้งแรก
จะมีบ้างบางครั้งเท่านั้น ในวันที่ความหนักแน่นลดน้อยลง
อาจเป็นเพราะความเหงา หรือเพราะบรรยากาศรอบกาย
ที่เคยชินชาจึงกลับมาหวั่นไหว พอให้ใจได้คึกคักขึ้นมาบ้าง
เรามีชีวิตอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง, เร่งรีบ
การแข่งขันกลายเป็นเรื่องธรรมดาอย่างที่สุดในชีวิต
ทั้งแข่งกับเวลา แข่งกับผู้คนรอบกาย หรือแม้แต่กับใจของตัวเอง
ทุกอย่างต้องรวดเร็ว ให้ได้ปริมาณมากภายในเวลาน้อยที่สุด
ชีวิตเราจึงไม่ต่างอะไรกับนักกรีฑาที่หวังจะสร้างสถิติของตัวเอง
จะผิดกันหน่อยก็ตรงที่ นักกรีฑานั้นผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ถูกวิธี
ทุกครั้งที่ออกวิ่ง จุดมุ่งหมายจึงแน่ชัด มีสติอยู่ตลอดเส้นทาง
แต่กับคนทั่วไปที่สาวเท้าก้าวไวกันอยู่ทุกวัน ไม่เคยผ่านการฝึกฝน
กายไม่แข็งแกร่ง ใจก็แข็งกร้าว, เพียงแต่ทำตามใจ ผิดถูกอย่างไรไม่รู้
ความเร่งรีบ จึงกลายเป็นเลื่อนลอย, จุดมุ่งหมายเริ่มเลือนลาง
หลายครั้งที่ใช้ชีวิต จึงกลับหลงลืมแม้กระทั่งลมหายใจของตัวเอง
"...ถึงเวลาหรือยัง ? ที่เราจะนั่งพักเสียบ้าง
พาใจที่กระเจิดกระเจิงไปไกล ให้กลับมาเป็นของเราจริงๆ เสียที
หยุดความคิดฟุ้งซ่าน นิ่งคิดพิจารณา, ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา
ถามตัวเองว่า เรื่องราวเหล่านั้นสอนอะไรแก่เรา
มีแง่คิด มีคุณค่าอย่างไร มีประโยชน์ไหมที่เก็บมาเป็นบทเรียน..."
...
...
วันสิ้นปี จึงถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับทุกคน
เพราะเป็นเวลาที่สอนให้เรามองเห็นความเป็นจริงของธรรมชาติ
ว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนเกิดขึ้น คงอยู่ แล้วเสื่อมสิ้นสลายไปเป็นที่สุด
แม้แต่ "เวลา" ซึ่งเคยถือมั่นว่าเป็นสิ่งสัมบูรณ์ (absolute) คงอยู่นิรันดร์
ยังถึงคราวต้องสิ้นไปเสื่อมไป ผ่านปีเก่าสู่ปีใหม่ เพียงแค่ลัดนิ้วมือ
แล้วจะถือจริงจังอะไรกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในใจของคน
ที่แม้ยังไม่ทันสิ้นปี ยังเปลี่ยนแปลงกันได้ง่ายๆ วันละหลายร้อยครั้ง
หากพลั้งเผลอเอาใจเข้าไปจับ แล้วเกิดยึดติดขึ้นมาเสียแล้ว
ความทุกข์ก็คงเกิดขึ้นวันละหลายร้อยครั้ง ไม่ต่างกัน
อันที่จริง, วันสิ้นปีนั้นมีได้ทุกวัน
หากเราถือว่าความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมชาติของเวลา
เมื่อเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งช่วงลมหายใจ, ปัจจุบันย่อมกลายเป็นอดีต
และอดีตย่อมห่างไกลไปจากปัจจุบันมากยิ่งขึ้นทุกที, ไม่มีอะไรแน่นอน,
วันสิ้นปี จึงเป็นเพียงสัญลักษณ์ของการสิ้นสุด ก่อนจะเริ่มต้นใหม่
เป็นความรู้สึกที่จับต้องได้ง่าย เพียงแค่ฉีกหน้าปฏิทิน
จึงเหมาะที่จะถือเอาวันสิ้นปีเป็นวันสุดท้ายของเรื่องราวเดิมๆ
และเริ่มต้นเรื่องราวใหม่ๆ ความรู้สึกใหม่ๆ ในวันรุ่งขึ้น
แต่หากเราเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของเวลาเป็นอย่างดีแล้ว
ทุกๆ วันที่ล่วงเลยไป จะกลายเป็นวันสิ้นปีให้เราละทิ้งเรื่องราวร้ายๆ
และทุกๆ วันที่ผ่านเข้ามา จะกลายเป็นวันปีใหม่ให้เริ่มต้นสิ่งดีๆ แก่ชีวิต
"...ทุกคนมีเวลาเท่ากัน, และก้าวผ่านวันเวลามาพร้อมๆ กัน
เพียงแต่อาจจะผ่านเรื่องราวต่างๆ มาไม่เหมือนกัน
ทั้งนี้, ขึ้นกับสถานการณ์รอบกาย คนรอบข้าง และหัวใจของตัวเอง
สิ่งนี้เองที่ทำให้ความคิดพื้นฐานของแต่ละคนแตกต่างกันไป
แน่นอนว่า ย่อมทำให้แต่ละคนเลือกเดินบนเส้นทางที่ต่างกัน
และพบผลลัพธ์ของชีวิต ตามแต่ละเส้นทางที่เลือกนั้น..."
...
...
ก่อนที่ปฏิทินแผ่นสุดท้ายของเล่มจะถูกฉีกทิ้ง
และก่อนที่เข็มนาฬิกาจะขยับบอกเวลาเที่ยงคืนสุดท้ายของปี
อยากให้ลองนั่งพัก ทักทายกับหัวใจตัวเองสักครั้ง, อย่างคนคุ้นเคย,
สอบถามทุกข์สุขกันบ้าง ว่าตลอดปีที่ผ่านมา หัวใจของเรารู้สึกอย่างไร
มีเรื่องราวใดบ้าง ที่ทำให้หัวใจเจ็บช้ำ จนถึงกับต้องแอบร้องไห้อยู่คนเดียว
มีเรื่องราวใดบ้าง ที่ทำให้หัวใจเป็นสุข จนต้องเผื่อแผ่ความสุขให้แก่คนอื่นๆ
เมื่อผ่านมาจนถึงวันนี้ กับหัวใจที่เคยช้ำ - เคยชื่น ฝากร่องรอยอะไรไว้
ร่องรอยนั้นเป็นแผลเป็นที่น่าเกลียด หรือแทททูที่สวยงามอย่างไร
และเรื่องราวเหล่านั้น มีแง่คิดแง่งามอะไรแฝงไว้บ้าง
บนเส้นทางชีวิต คงไม่อาจเลือกแต่สิ่งที่ดีๆ ให้ผ่านเข้ามา
และคงยาก ที่จะมองโลกในแง่ดีได้ในทุกครั้ง
แต่เมื่อเรื่องราวเหล่านั้นผ่านไป ขอให้กลับมาทบทวน
ทิ้งเปลือก - เลือกแก่น, กลั่นกรองคุณค่าของเหตุการณ์เก็บเอาไว้
เพื่อใช้เป็นภูมิคุ้มกันใจ ในยามที่ต้องพบเจอเรื่องราวใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย
"...อย่าเพียงปล่อยให้วันสิ้นปี หมดสิ้นไปกับความสนุกสนาน
หรือหลงเพ้อไปกับแสงไฟระยับชวนหลงใหล, แม้กับถ้อยคำชื่นใจ,
แต่ขอให้แบ่งพื้นที่หัวใจเอาไว้บ้าง เก็บไว้สำหรับชีวิตในวันรุ่งขึ้น
ทบทวนชีวิตที่กำลังจะผ่านไป เตรียมพร้อมชีวิตที่กำลังจะผ่านมา
แล้วเราจะรู้ว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว มีคุณค่าแก่ชีวิตเสมอ..."
...
...
ฝัน หวาน อาย จูบ - August Band
...
บอกลาวันสิ้นปี ต้อนรับวันปีใหม่, ชีวิตใหม่,
ขอให้มีความสุขกับทุกๆ วันที่ผ่านเข้ามาครับ
...
เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ


ทบทวนในสิ่งที่ผ่านมา...
คาดหวัง..สิ่งที่กำลังจะมาใหม่...
เตรียมพร้อมกายและใจ...ให้แกร่งแข็ง...
พร้อมเผชิญเรื่องราว...นานา...
สวสัสดีปีใหม่นะครับ....
#1 By มุมเล็กๆ ของญาดา on 2008-12-28 16:12