"...หนึ่งแสงดาวพราวพร่างที่กลางฟ้า
           งามระยับประดับค่าแววตาสวรรค์
           เคยส่องแสงแรงจำรัสอัศจรรย์
           มาวูบลับดับพลัน - หวั่นดวงจินต์

           อาลัยดวงดาวเอ๋ย เคยส่องแสง
           มาแผ่วแรงเลือนหายมิวายถวิล
           ต่อแต่นี้สีสันอันคุ้นชิน
           ฤาจักหมองหม่นสิ้นทั้งวิญญาณ์

           ครั้นสิ้นรัศมีดาวคงร้าวโศก
           โลกทั้งโลกวิโยคไห้อาลัยหา
           เมื่อเหม่อมองคงหมองมานม่านน้ำตา
           ที่จักพราวระยับพร่าอยู่พร่างพราย..."

          ... 

เชื่อว่า ณ เวลานี้ คงมีอยู่น้อยคนที่ไม่เคยได้ยินชื่อ "นรุตม์"
เด็กหนุ่มวัย ๑๙ ปี จาก "เตรียมอุดมศึกษา" สายศิลป์-ภาษาญี่ปุ่น
สอบได้ "คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" ตามที่ใฝ่ฝัน
แต่ยังไม่ทันได้เข้าเรียน, กลับต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล
เนื่องจากมีก้อนเนื้อร้ายที่กระดูกสะโพกข้างซ้าย, ขนาดใหญ่พอควร

ถึงใครจะไม่เคยรู้จักถึงขั้นสนิทสนม
อย่างน้อย, หลายคนคงได้รับรู้เรื่องราวของ "นรุตม์"
ผ่านทางรายการเจาะใจ เมื่อคืนวันที่ ๒๐ พฤศจิกายนที่ผ่านมา
และคงทราบโดยทั่วกันแล้วว่า ขณะนี้นรุตม์ได้จากพวกเราไปแล้ว
เมื่อเช้าวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ที่ตึกเฉลิมพระเกียรติ รพ.ศิริราช

...

 
นรุตม์ มงคลศิริภัทรา ; นักเรียนเตรียมอุดมศึกษา
นิสิตคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

... 

ฉันมีโอกาสได้เจอนรุตม์เป็นครั้งแรกที่ รพ.ศิริราช,
แม้จะเคยได้ยินชื่ออยู่บ้าง ในฐานะของรุ่นน้องเตรียมอุดมศึกษา
และในฐานะของนักกิจกรรมตัวยง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไป
แต่เพราะเรียนกันคนละสาย, อาจจะเรียกว่าคนละขั้วก็เป็นได้,
ทำให้ก่อนหน้านี้ ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขามากนัก
จนเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา, ขณะกำลังเตรียมงานไหว้ครู
มีโทรศัพท์จาก คุณครูภารดี อึงขจรกุล, คุณครูสอนภาษาญี่ปุ่น
และเป็นคุณครูประจำชั้นของนรุตม์ เมื่อครั้งยังเรียนที่เตรียมอุดมศึกษา
ท่านบอกว่า "มีรุ่นน้องเตรียมอุดมฯ มา admit ที่ศิริราช, ชื่อนรุตม์"
อยากให้ช่วยขึ้นไปเยี่ยมหน่อย เผื่อจะมีอะไรช่วยเหลือกันได้บ้าง

เย็นวันนั้น ฉันเคลียร์งานของตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย
แล้วขึ้นไปเยี่ยมนรุตม์ที่ห้องพัก ทักทายและสอบถามอาการ
คงเพราะเราจบจากโรงเรียนเดียวกัน
เรียนกับคุณครูท่านเดียวกัน
การทำความรู้จักจึงเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าคนอื่นทั่วไป

...

หลังจากวันนั้น ได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้าง แต่ไม่ประจำนัก
เพราะงานส่วนตัวที่มีอยู่ค่อนข้างมาก จะว่างก็ช่วงเย็นๆ แล้ว
ซึ่งคงไม่เหมาะเท่าไหร่ หากจะไปรบกวนในช่วงเวลาอย่างนั้นบ่อยๆ
แต่ทุกครั้งที่พบคุณพ่อคุณแม่ของนรุตม์ใน รพ. ก็ยังคงทักทายถามถึง
คอยติดตามอาการ ทั้งจากคุณพ่อคุณแม่และจากอาจารย์หมอที่ดูแล
จนเมื่อผ่านภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์ฯ ได้มีโอกาสร่วมดูแลด้วย
จึงได้รับทราบอาการและการดำเนินโรคของนรุตม์ตลอดมา

เพียงช่วงเวลานับเดือนที่ไม่ได้ไปเยี่ยมนรุตม์
เพราะก่อนหน้านั้นทราบว่านรุตม์อาการดีขึ้น จะได้กลับบ้านแล้ว
แต่ข่าวร้ายก็ประดังเข้ามาอีกครั้ง เมื่อได้ทราบว่าระยะหลังมานี้
อาการของนรุตม์ไม่ค่อยดีนัก เพราะขนาดก้อนเนื้อใหญ่มาก
การฉายรังสีที่บริเวณสะโพก ได้ผลตอบสนองไม่ดีเท่าที่ต้องการ
เศษเนื้อร้ายบางส่วนได้ลุกลามจากสะโพก กระจายไปยังขั้วปอด
นอกจากนี้, ยังพบการติดเชื้อซ้ำเติมที่ปอดมาตั้งแต่ต้นเดือน
จนไม่สามารถให้เคมีบำบัดได้ ต้องรักษาการติดเชื้อเสียก่อน

ฉันขึ้นไปเยี่ยมนรุตม์ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน
หลังจากทราบผลการตรวจเลือด, ได้เห็นฟิล์มเอ็กซเรย์ครั้งล่าสุดแล้ว
และทราบดีว่าอาการที่นรุตม์เป็นอยู่นั้น หนักหนามากน้อยเพียงไร
ขณะที่ขึ้นไปเยียมบนหอผู้ป่วย นรุตม์นอนหลับอยู่, คงเพราะฤทธิ์ยา,
จึงได้แต่พูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ ประคับประคองใจให้เข้มแข็งเท่านั้น

...

 
ท่าน ว.วชิรเมธี ประธานในพิธีรดน้ำศพนรุตม์

...

เช้าวานนี้, ขณะกำลังทำงานอยู่ที่ตึกอัษฎางค์
ได้รับทราบข่าวว่า นรุตม์เสียชีวิตแล้ว, จากการหายใจล้มเหลว
จึงรีบโทรศัพท์หาคุณครูภารดี, เพื่อยืนยันข่าวว่าเป็นจริงหรือไม่ ?
พอรู้ว่าเป็นเรื่องจริง ก็กระหืดกระหอบลงจากตึก มายังศาลาพิธี
ขณะนั้น เวลาประมาณเก้าโมงเศษ พบกับคุณพ่อของนรุตม์
ท่านบอกว่า "...นรุตม์ไปแล้ว เมื่อเช้านี้ ตอนหกโมงห้าสิบ..."

อาการของนรุตม์เริ่มทรุดลงตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน
ประมาณสี่ทุ่ม พยาบาลเข้ามาปลุกนรุตม์เพื่อดูรายการเจาะใจ
แต่ปรากฏว่านรุตม์ไม่รู้สึกตัว สัญญาณชีพค่อยๆ แผ่วลงเรื่อยๆ
จากค่ำคืนของวันที่ ๒๐ จนรุ่งเช้า ประมาณตีห้าของวันที่ ๒๑
อาการของนรุตม์ยังไม่ดีขึ้น คุณแม่จึงโทรศัพท์หาท่าน ว.วชิรเมธี
เพื่อให้ท่านได้เทศนาธรรมแก่นรุตม์เป็นครั้งสุดท้าย

ในวันเดียวกัน ท่าน ว.วชิรเมธี เดินทางมาเป็นประธานพิธีรดน้ำศพ
ท่านกล่าวว่า ก่อนหน้าที่นรุตม์จะจากไป ท่านได้เทศนาผ่านทางโทรศัพท์
เพื่อช่วยให้ดวงจิตของนรุตม์ได้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน
น้อมระลึกถึงพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ ด้วยจิตใจบริสุทธิ์
มีลมหายใจอยู่กับพุทธธรรม อันเปรียบเสมือนธรรมชาติของทุกชีวิต
หลังจากนั้นอีกไม่ถึงชั่วโมง นรุตม์ก็ลาจากทุกคนไปอย่างสงบ

พิธีรดน้ำศพของนรุตม์ ที่ รพ.ศิริราช คราคร่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมาก
ทั้งคุณครู อาจารย์ เพื่อนๆ และรุ่นน้องของนรุตม์, ล้นเกินศาลาออกไป
รุ่นน้องเตรียมอุดมศึกษา ศิลป์-ญี่ปุ่นทั้งชั้น หยุดเรียนเพื่อมาร่วมพิธี
เพื่อนๆ นิสิตคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับกว่าร้อยคน
ทุกคนต่างพร้อมใจกันมาพบนรุตม์เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยจุดมุ่งหมายเดียว
แม้แต่คณบดีคณะนิติศาสตร์ ก็เดินทางมาร่วมพิธีครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ เพื่อหวังจะย้ำเตือนความทรงจำให้หนักแน่นลงไปอีกครั้ง
ว่า ณ ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้รู้จักเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า "นรุตม์" คนนี้
เด็กหนุ่มผู้สร้างความประทับใจ และเป็นความหวังของทุกคน

...


ผู้ร่วมพิธีน้อมจิตอธิษฐาน ถวายผ้าไตรอุทิศส่วนกุศล

...

แม้จะมีโอกาสได้พูดคุยกับนรุตม์เพียงชั่วระยะเวลาไม่กี่เดือน
และยิ่งนับว่าน้อยนิด เมื่อเทียบกับเวลาชีวิตทั้งหมดที่ผ่านมา
แต่ในทุกครั้ง ฉันรู้สึกได้เสมอว่า นรุตม์แตกต่างจากเด็กวัยรุ่นทั่วไป
ในขณะที่วัยรุ่นส่วนใหญ่ มีอารมณ์อ่อนไหวไปกับเหตุการณ์รอบกาย
เมื่อมีสุขก็เพ้อสุข เมื่อมีทุกข์ก็จมทุกข์, นั่นเป็นเรื่องของคนทั่วไป
แต่สำหรับนรุตม์แล้วไม่เหมือนกัน ซึ่งนับว่าหาได้ยากเหลือเกิน
นรุตม์รู้ตัวดีว่าตนเป็นอะไร แตกต่างจากคนทั่วไปเพียงใด
ชีวิตในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไม่อาจคาดเดาอะไรได้
แต่นรุตม์เชื่อมั่นเสมอว่า เมื่อยังมีลมหายใจ ชีวิตก็ยังมีความหวัง
หากไม่ยอมแพ้ให้กับโชคชะตา ไม่ปล่อยลมหายใจที่มีค่าให้สูญเปล่า
แม้ร่างกายจะทนทุกข์ทรมานสักเพียงใด แต่จิตใจย่อมเข้มแข็ง

ความเจ็บป่วยครั้งนี้ อาจทำให้หลายสิ่งในชีวิตเปลี่ยนไป
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ในใจไม่เปลี่ยนแปลง คือกำลังใจอันสมบูรณ์
ที่พร้อมจะต่อสู้กับชะตาชีวิต จนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะมาเยือน

...

ความฝันสุดท้ายของนรุตม์
คือการได้เรียนต่อ ในคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แม้จะเจ็บป่วยร้ายแรงเพียงไร แต่ความฝันนั้นไม่เคยเลือนลาง
ทุกความคิด ทุกถ้อยคำของนรุตม์ เต็มเปี่ยมด้วยพลังแห่งชีวิต
พลังที่จะผลักดันอีกหลายชีวิต ให้กล้าเผชิญกับอนาคตอันยาวไกล
เป็นความรู้สึกจากใจที่เปี่ยมล้นด้วยความหวัง, ทั้งของตนเองและผู้อื่น,
ความหวังว่าเรื่องราวเลวร้ายทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้น และกำลังเป็นอยู่นี้
จะค่อยๆ ลบเลือนหายไป พร้อมกับภวังค์แห่งนิทราในยามค่ำคืน
และความหวังที่จะได้ตื่นมาพบกับวันพรุ่งนี้ที่คงจะดีกว่าเมื่อวาน

เครื่องแต่งกายชุดสุดท้ายที่นรุตม์สวมใส่ ไม่ใช่ชุดของ รพ.
แต่เป็นชุดนิสิต คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ซึ่งนรุตม์เฝ้าหวังมาตลอดทั้งชีวิต และก็ได้สมดังที่หวังแล้ว
 

...

 
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

...

ชะตาชีวิตอาจจะโหดร้ายกับนรุตม์จนเกินไป
เกินกว่าที่ร่างกายอันบอบบางร่างนี้จะขัดขืนต่อสู้
นรุตม์จากไปท่ามกลางความอาลัยของทุกคนที่รู้จัก
จากไปท่ามกลางความหวังและกำลังใจจากคนทุกคน
เหลือไว้แต่เพียงความหลังที่ยังคงยั่งยืนอยู่ภายในใจ
 

"...การเกิด การตาย การพบ การลาจาก ล้วนเป็นธรรมดาของชีวิต
แม้ผู้ที่สูงศักดิ์บารมี หรือผู้ที่ต่ำศักดิ์ศรีที่สุด ก็หนีไม่พ้นกฏข้อนี้
คนที่ร่ำรวยที่สุด คนที่ยากจนที่สุด คนที่ฉลาดที่สุด คนที่โง่ที่สุด
ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร ปลายทางสุดท้ายของทุกคนก็เหมือนกัน
ยังไม่เคยเห็นสักที ว่าจะมีใครฝืนความจริงข้อนี้ไปได้..."

"...โลกนี้ไม่มีอะไรยั่งยืน มีแต่เพียงของชั่วคราว
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทึกทักว่าเป็นของเรา แท้จริงแล้วแค่ยืมมาเท่านั้น
ร่างกายก็ดี ลมหายใจก็ดี แม้แต่ความผูกพันที่เกิดขึ้นในจิตใจก็ตาม
เหล่านี้เป็นของธรรมชาติ ซึ่งเราได้หยิบยืมมาใช้เพียงชัวคราวเท่านั้น
เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม จะช้าจะเร็ว ก็ต้องส่งของเหล่านั้นกลับคืนธรรมชาติ
จะยึดยื้อไว้เป็นของตัวไปตลอด คงเป็นไปไม่ได้เลย..."

ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวไว้อย่างนั้น...

ทุกอย่างเป็นของธรรมดา เป็นเรื่องธรรมชาติ
คนเรามาพบเพื่อพลัดพราก เกิดมาเพื่อลาจาก เป็นสัจจธรรม
แต่การพลัดพรากและการจากลานั้นจะมีคุณค่ามากเพียงไร
อยู่ที่การกระทำของเราต่อผู้คนรอบกาย และต่อใจของเราเอง
เหมือนอย่างนรุตม์ที่เกิดมาเพื่อลาจาก เช่นเดียวกับทุกชีวิตบนโลก
แต่ชีวิตของเขาไม่ได้ลาจากอย่างไร้ค่า, ไม่ใช่แค่ผ่านมาแล้วจากไป
ตรงกันข้าม, กลับฝากบทเรียนชีวิตอันทรงคุณค่าเอาไว้แก่ทุกๆ คน

ก่อนที่การพบจะกลายเป็นพลัดพราก และก่อนการเกิดจะต้องลาจาก
หากเรารู้จักใช้ช่วงเวลาที่คั่นกลางให้เกิดประโยชน์แก่ทุกชีวิต
เมื่อนั้นการพลัดพรากและจากลา ย่อมทรงคุณค่ายากจะลบเลือน

...

เวลานี้, นรุตม์ได้หลับอย่างสบายแล้ว
ปลดแอกพันธนาการของโลก หลุดพ้นความเจ็บปวดที่เคยมี
การฟังธรรมะจากท่าน ว.วชิรเมธี เมื่อช่วงปลายแห่งลมหายใจ
นับเป็นกุศลกรรมซึ่งเต็มเปี่ยมด้วยจิตใจที่สงบและบริสุทธิ์
อันจะนำพาดวงจิตสุดท้ายให้ลอยพ้นความทุกข์ทรมานทั้งปวง
นรุตม์ได้คืนร่างกายและลมหายใจกลับคืนสู่ธรรมชาติแล้ว
เพื่อให้ธรรมชาติได้หล่อเลี้ยงชีวิตอื่นที่กำลังดำเนินอยู่นี้สืบไป

...

...

เพลงปิ่นหทัยที่ชาวเตรียมอุดมศึกษาร้องส่งให้กับนรุตม์, เมื่อวานนี้,
จะเป็นเพลงบทสุดท้าย ที่ยังคงกึกก้องอยู่ในใจไปตราบนานเท่านาน
แม้วันนี้ นรุตม์ได้จากพวกเราไปแล้ว, ไปสู่ภพภูมิที่ไกลออกไป,
แต่ฉันเชื่อว่า นรุตม์จะอยู่ในความทรงจำของทุกคนไปชั่วนิรันดร์

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนรุตม์ด้วยนะครับ

...

... 

...

คติธรรมจากท่าน ว.วชิรเมธี ในพิธีรดน้ำศพของนรุตม์
รูปภาพจาก hi5 ของนรุตม์
http://mashii-machugapii.hi5.com
เรื่องราวบอกเล่าจากนรุตม์และครอบครัว

...

ขอบคุณสำหรับทุก comment นะครับ

Comment

Comment:

Tweet

ไม่มีวันใหนที่ไม่รักและคิดถึงจะครบ 1 ปีแล้วนะ
พ่อรักนรุตม์นะครับ

#24 By พ่อนรุตม์ (118.172.245.101) on 2009-11-09 08:56

หลับสบายนะคะน้อง

สังขารคนเราไม่เที่ยงจริงๆ

วันนี้ตราบที่ยังมีลมหายใจ เราอย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างว่างเปล่า ... เราต้องทำคุณให้กับสังคม ให้กับโลก ให้กับชีวิต

#23 By นกจร on 2008-12-28 19:51

#22 By ขอให้นรุตม์สู่สุคติ หลับให้สบายจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดกับโรคร้ายนี่อีก หลับให้สบายนะค่ะ (210.246.184.2) on 2008-11-28 11:58

สงสารจังเลยอ่าพี่อาร์ต วันที่เค้าเสียบอมบ์สอบกรอสส์พอดี เห็นเด็กเตรียมมากันเต็มโรงบาลเลย ยังนึกอยู่ว่ามีอะไร

#21 By (202.28.180.220) on 2008-11-25 16:56


.
.
น้องน่ารัก
น้องเป็นเด็กที่ดี ..
ไม่ต้องเจ็บปวดอีกแล้วนะ ค่ะ
.
big smile
ขอให้น้องพบกับความสงบสุขสุขคติ ..

#20 By ChayaLively on 2008-11-24 23:25

เรื่องของพี่นรุตม์ ผมขอไม่พูดนะครับ
คือ ผมก็รู้สึกเช่นเดียวกับพี่ครับ
น่าเศร้า เราไม่อาจกำหนดเวลาในชีวิตได้
พูดแล้วน้ำตาจะไหลอ่ะพี่.... ขอให้พี่เค้าหลับสบายนะครับ

.............................
ประกาศผลวิชาเฉพาะแพทย์แล้วครับ
คะแนนผมก็ถือว่าโอเค แต่ปี้นี้ดูจากสถิติ คะแนนโหลดมาต่ำกว่าปีที่แล้ว
ปีนี้ คะแนนลดเยอะ ข้อสอบยากขึข้นมาก.. แหะๆ
หลับให้สบายนะครับ

#18 By on 2008-11-24 22:18

เอ่อ --" พิมไม่ได้เลย

--" บรรยายไม่ถูกเเหะ

เห้อ ทำได้มากสุดคงถอนหายใจsad smile

#17 By // S // on 2008-11-24 22:10

หลับให้สบายนะคะ พี่รุตม์

#16 By รุ่นน้อง (125.25.23.146) on 2008-11-24 21:20

บางสิ่งบางอย่างยังอยู่กับเรา...
บางสิ่งบางอย่างของเราก็ยังอยู่กับผู้อื่น...

บางทีอาจเป็นรอยยิ้ม
บางทีอาจเป็นความฝัน


ขอให้ไปสู่สคตินะครับ นรุตม์

#15 By Crozzax on 2008-11-24 00:32

ขอบคุณสำหรับคอนเมนท์ค่ะ...
หวังว่าพรุ่งนี้เช้า ...ในเเววตาจะสดใส ..

#14 By mananat on 2008-11-23 23:56

เสียใจด้วยกับครอบครัวของน้อง..ที่ต้องเสียคนอันเป็นที่รัก...
อ่านแร้วน้ำตาไหล แงๆ ๆ ๆ
ไม่รู้จักน้อง ไม่ได้อยู่ รร. เดียวกัน
แต่อ่านแร้วซึ้งง่ะ

แบบว่ามีชีวิตก็มีความหวัง ตื้นตันๆ ๆ

ขอให้น้องได้ไปในที่ที่มีแต่ความสุขค่ะ

ปล. เราซีด แล้วชอบมานั่งคิดว่า ถ้าไปเจาะเลือดแล้วเป็น Leukemia เราจะทำไง คงนั่งร้องไห้ทั้งวัน 555+

สรุป เป็น IDA question

#12 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od on 2008-11-23 06:59

ขอให้น้องเขาไปสู่สุคติภูมิด้วยกรรมดีที่เพียรทำเทอญ
อ่านแล้วเศร้า ขนลุกเลยค่ะ

แต่ก็..หลุดพ้นจากความเจ็บปวดแล้วเนอะ
ก็ขอให้หลับให้สบายนะค่ะ



ไม่ได้ดูรายการเจาะใจค่ะ แต่อ่านแล้วคุ้นๆ เลยไปถามจากน้องชาย ปรากฎว่่าน้องนรุตม์เป็นเพื่อนที่วงดุริยางค์ของน้องชาย แถมค่อนข้างสนิทอีกด้วย ยิ่งพอรู้ว่าคนนี้ติดนิติศาสตร์เลยจำได้เลยว่าคนไหน เพราะน้องก็เคยมาเล่าให้ฟังอยู่เหมือนกัน



น้องนรุตม์ไปสบายแล้วแต่พวกเรา และครอบครัวเค้าก็ยังคงต้องใช้ชีวิตต่อไป เป็นกำลังใจให้ครอบครัวน้องเค้าด้วยแล้วกันค่ะ big smile

#10 By ดินสอทราย on 2008-11-22 23:59

ไม่ได้รู้จักน้องเค้าเป็นการส่วนตัวหรอกครับ แต่ว่าน้องเพื่อนเค้ารู้จัก ก็เล่าหลายๆอย่าง เกี่ยวกับน้องรุตม์ให้ฟัง

รู้สึกประทับใจน้องเค้ามากเลยครับ น้องเค้ามีชีวิตที่ดีมากๆ ตอนแรกยังคิดเลยว่าน้องมีกำลังใจมากขนาดนี้ ยังไงก็หายแน่ๆ (ตัดสินเอาจากประสบการณ์ส่วนตัวน่ะครับ)

พอรู้ว่าน้องเสียแล้ว แอบน้ำตาซืมเลยครับ รู้สึกเสียดายจริงๆ

อยากขอบคุณน้องเค้าครับ ถึงแม้จะไม่มีโอกาสก็ตาม ที่ทำให้ผมรู้ว่าจริงๆแล้ว ชีวิตมันมีค่ามากขนาดไหน
ยังไงก็ขอร่วมแสดงความเสียใจด้วยละกันนะครับ

#9 By อั๊พ on 2008-11-22 17:50

ขอให้น้องนรุตม์ไปสู่สุคติครับ

ตอนที่น้องร้องเพลงปิ่นหทัย ฟังแล้วร้องไห้ไปกับน้องเลยครับ ฟังแล้วคิดถึงโรงเรียนเตรียมและรู้ว่าน้องเขารักโรงเรียนเตรียมมากแค่ไหน

น้องทำบุญมามากครับ จึงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานนาน

น้องเข้มแข็งมากครับ

ของแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องนรุตม์ด้วยครับ

...........

#8 By เอกรินทร์ (202.28.180.220) on 2008-11-22 17:49

เศร้าค่ะ
ขอให้น้องไปสู่สุขคติ
A.baum เหรอ....

#7 By mutsuki on 2008-11-22 16:54

ขอให้ นรุตม์ มงคลศิริภัทรา..ไปสู่สุขคติ..

หลับให้สบายน่ะ..นรุตม์...
ขอไว้อาลัย และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวด้วยครับ
ขอจงสู่สุคติครับ

#5 By บอมเบย์ on 2008-11-22 13:46


อ่านแล้วเศร้า เมื่อความหวังของพ่อแม่จากไป

ขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวน้องด้วยนะครับ

#4 By iTualek on 2008-11-22 13:44

ได้ดูรายการเหมือนกัน.... แต่ไม่คิดว่่าเค้าจะจากไป...

ในรายการเห็นคนที่เป็นพ่อกะแม่...ร้องไห้....

ดีใจที่สุดท้ายน้องเค้าได้ฟังพระเทศน์ก่อนไป..

ขอร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณนรุตม์ด้วยค่ะ

#3 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-11-22 13:38

TT____TT
อ่านแล้วเศร้าเลย

ขอให้ไปสู่สุคติค่ะ
สงสารคุณพ่อคุณแม่พี่เค้าจังเลย



#2 By HeDw!g on 2008-11-22 13:38

ขอให้หลับสนิทในสุคติภพนะคะ

นรุตม์ ไม่ต้องเจ็บปวดกับโรคร้ายอีกต่อไปแล้ว



ขอคุณพระพระคุ้มครองให้คุณพ่อคุณแม่ของนรุตม์มีกำลังใจที่เข้มแข็ง

#1 By ~ N ~ on 2008-11-22 13:27

Recommend