ถ้าหากโลกนี้ สามารถทำให้ใจสองใจผูกพันด้วยความรัก
แม้เพียงแค่พบกันในครั้งแรก อย่างที่เรียกว่า "รักแรกพบ" นั้น
ก็คงไม่แปลกอะไร หากว่าโลกใบเดียวกันนี้เอง
จะสามารถดลให้ดวงใจอีกสองดวง เกิดความรู้สึกตรงกันข้าม
กลายเป็นความเกลียดชังกันได้ แม้เพียงครั้งแรกที่สบตา

ช่วงชีวิตแห่งการแสวงหา ใจมักอ่อนไหวได้ง่ายดาย
บ่อยครั้งที่ใจเผลอฟุ้งซ่าน เลื่อนไหลล่องลอยไปตามอารมณ์
หากอารมณ์นั้นเป็นฝั่งที่ทำให้เกิดความสุข ความสบายใจ
ใจก็คงรู้สึกอิ่มเอมผ่อนคลาย ปราศจากความเร่าร้อนรุมเร้า
แต่หากใจเผลอลอยไปสู่ฝั่งตรงข้าม ซ้ำยังหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่ซ้ำๆ
ใจก็คงหม่นหมอง ขุ่นมัวเหมือนกับควันไฟสีเทาที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
แล้วลอยฟุ้ง จนกลายเป็นคราบเขม่าดำจับอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ใจ

อันที่จริง, ทุกคนย่อมรู้อยู่แก่ใจ
ไม่ว่าใครก็ตาม ล้วนหวังจะปล่อยใจให้ล่องลอยไปสู่ที่สูง
ให้ใจได้สัมผัสความปลอดโปร่ง เป็นความโล่งสบายภายใน
อันเกิดจากความรัก ความปรารถนาดี ส่งเป็นกำลังใจจากใจสู่ใจ
แต่หลายต่อหลายครั้ง ใจนั้นก็ไม่อาจควบคุมตัวเองได้
ชอบจะเผลอปล่อยใจให้ร่วงหล่นลงสู่พื้นล่าง ตามแรงโน้มถ่วง
ยิ่งครุ่นคิดในทางลบ ยิ่งเกลียดชังโกรธแค้น สั่งสมความพยาบาท
ใจที่ลอยสูงก็ยิ่งหนักขึ้นทุกทีทุกที จนไม่อาจลอยตัวอยู่ได้ต่อไป
ในที่สุด, ใจนั้นจึงร่วงหล่นลงมา กระแทกกับพื้นล่างจนบอบช้ำ
ตามกฏธรรมชาติ ของที่มีน้ำหนักย่อมหล่นลงสู่เบื้องล่าง
หากใจนั้นหนักมาก อาจจะแตกสลาย ไม่อาจฟื้นกลับคืนมาได้เลย

"...แล้วอย่างนี้ ยังจะครุ่นคิดเคียดแค้นให้หนักใจอยู่ทำไม ?
สู้ปล่อยวางความเกลียดชังนั้น ให้ใจได้ผ่อยคลายไม่ดีกว่าหรือ ?..."

...

...

เมื่อใจเกิดความรู้สึกเกลียดชัง แม้เพียงช่วงวินาทีที่พบกัน
จะเป็นเพราะกรรมเก่า เพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ หรือไม่มีเหตุผลก็ตาม
แต่ความเกลียดชังที่เกิดขึ้น ย่อมทำให้ความสงบในใจจางหายไป
ใจที่เคยสนุกสบาย จะกลับกลายเป็นคลุ้มคลั่งในทุกครั้งที่พบหน้า
ความเมตตาที่มีน้อยอยู่แล้วในใจ ก็จะยิ่งถดถอยไปมากกว่าเดิม
เมื่อเป็นเช่นนี้, ความชุ่มเย็นคงหาไม่มีอีกแล้วภายในใจ
จะมีก็แต่ความร้อนรุ่ม จากกองเพลิงที่ใจเผลอปรุงแต่งขึ้นมา
ซึ่งจะคอยเผาผลาญใจที่ก่อมันขึ้นมานั่นเอง

กองเพลิงที่ว่านั้น ไม่ใช่จะมีแต่เปลวไฟที่ลุกโชติช่วงเท่านั้น
หากยังมีกลุ่มควันสีเทา อันเกิดจากใจที่ไหวหวั่นไปตามความรู้สึก
ยิ่งเกลียดชัง ยิ่งหมั่นไส้ไม่ชอบหน้า ใจก็ยิ่งจดจ่อคอยจับผิด
บางครั้งก็ตั้งใจ discredit เอาเสียซึ่งๆ หน้า เพื่อความสะใจของตนเอง
เวลาที่ใจจะได้ผ่อนพัก จึงต้องเหนื่อยหนักกับความคิดฟุ้งซ่าน
สายตาที่ใช้มองโลก เริ่มจะฝ้าฟาง มองอะไรผิดเพี้ยนไปจากที่ควร
เพราะคอยแต่จะหาทางจับผิด หาทางคาดโทษด้วยประการต่างๆ
กองเพลิงที่ใจเผลอก่อขึ้นนั้น เมื่อโดนน้ำมันราดเข้าอีกสักแกลลอน
พลันยิ่งลุกโชนเผาผลาญบริเวณข้างเคียง จนหม่นไหม้เป็นฝุ่นเถ้า
และควันไฟที่ครอบคลุมอยู่ทั่วบริเวณ ก็จะเข้าปกคลุมหน้าต่างใจ
จับเขม่าจนหนาหนัก ปิดบังจนไม่อาจมองเห็นแสงสว่างใดได้เลย

"...คนที่ไม่ชอบหน้ากัน คนที่โกรธแค้นเกลียดชังกันนั้น
แม้เพียงแค่อีกฝ่ายหายใจเข้าออก ตามธรรมดาของธรรมชาติเท่านั้น
ก็อาจนับว่าเป็นความผิดร้ายแรง เกินกว่าจะให้อภัยได้เสียแล้ว..."

...

...

คงไม่ใช่เรื่องร้ายแรงนัก หากใจจะเผลอเกลียดชังใครสักคน
แต่ความเกลียดชังนั้น ย่อมต้องมีเหตุมีผล มีขีดจำกัดที่พอควร
ไม่ใช่ยิ่งพบหน้า ยิ่งสุมไฟโกรธแค้นให้ร้อนแรงมากขึ้นทุกที
เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ใจจะยิ่งถลำเข้าสู่ความลุ่มหลง
ชีวิตปกตินั้นมีความทุกข์ทรมานสุมในทรวงมากพออยู่แล้ว
หากไม่ตระหนักรู้ถึงความทุกข์เหล่านั้น ว่ามีอยู่มากน้อยเพียงไร
ซ้ำยังเก็บเอาความเกลียดชังเข้ามายึดถือเป็นอารมณ์
แล้วเมื่อไรเล่า ความทุกข์ที่มีในใจจะได้ผ่อนคลายเสียที ?

เหตุอันสมควรโกรธที่แท้ ไม่มีในโลก
จะมีก็แต่ใจที่เผลอเคียดแค้น ด้วยอารมณ์ยึดมั่นถือมั่น
ว่าง่ายๆ ก็เป็นเพราะใจของเราคิดฟุ้งซ่านไปเสียเอง
หากจับอารมณ์ขณะนั้นได้ทัน ระลึกรู้ในทุกขณะของจิตใจ
จากนั้น ค่อยๆ ผ่อนคลายความร้อนจากอารมณ์นั้นลงไปทีละน้อย
ด้วยความเมตตา กรุณา และความรักอันเป็นสาระสำคัญของใจ
ความโกรธเกลียดเคียดแค้น ความหมั่นไส้ไม่ชอบหน้าที่เคยครุกรุ่น
จะค่อยๆ เลือนหาย พร้อมกับความร้อนที่ผ่อนคลายลงไปเรื่อยๆ
ทดแทนด้วยความเย็นชื่นฉ่ำ ให้หัวใจได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เมื่อเราคลายความโกรธแค้น คลายความเกลียดชังลงได้
โลกทั้งโลกจะหันมายิ้มให้กับเรา หัวเราะร่วมกันกับเรา
และทุกๆ ก้าวที่เราเดิน ย่อมจะเต็มเปี่ยมด้วยความสุขอย่างที่สุด

...

...

"...สันติภาพที่แท้จริง ไม่ได้มาจากการต้อสู้เรียกร้องอันใดเลย
หากแต่เกิดขึ้นจากความสงบภายในหัวใจของเรานี้เอง..."

...

การอยู่ท่ามกลางความเกลียดชังโกรธแค้น
นับเป็นความทุกข์ยิ่งกว่าการอยู่คนเดียวเสียอีก
หากเลี่ยงได้ก็พยายามเลี่ยงเถอะนะครับ

ปล. กำลังจะขึ้นเรียนกุมารเวชศาสตร์ คงอยู่เวรกันสนุกตลอดคืน
หวังว่าคงจะมีเวลากลับมาทักทายกันบ้างนะครับ
 

ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

Comment

Comment:

Tweet

<a href="http://mbjhblkqxywadii.com">xfyacilydrzebvr</a> http://fvxfmpaozxhznut.com [url=http://iqqgoebqhtxtfmu.com]yybtixzyxowtnre[/url]

#10 By fmldyzdura (94.102.52.87) on 2010-06-10 22:11

Thanks for your excellent essay.

It turns my younger's mind

from the back to the front.

Wish you were peaceful forever.

#9 By Kianhok (180.180.74.56) on 2010-03-21 21:19

#8 By (118.173.153.22) on 2010-02-26 19:29

เอนทรี่โดนใจ

#7 By tew (118.173.153.22) on 2010-02-26 19:29

#6 By mobile (118.174.44.169) on 2008-08-15 11:44

<a href="http://glitter.kapook.com/category.php?category_id=37" target="_blank"><img src="http://i223.photobucket.com/albums/dd277/akapong/greeting1/08-08-2008_12.gif" border="0" alt="คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ..." title="คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ..."></a>

#5 By mobile fanfa on 2008-08-09 16:34

ความเกลียดชังมีแต่จะเผาผลาญใจตัวเอง.....
ต่อไปถ้าโกรธเกลียดใคร เราจะนึกถึงเอนทรี่ที่พี่เขียน
เขียนได้ดีมากๆ
หวังว่าพี่คงสบายดีนะคะ
big smile

#4 By หิมะ~หิมะ on 2008-08-04 19:48

การให้อภัยเป็นการให้ที่ประเสริฐที่สุด
เพราะคนที่จะได้รับคนแรกคือความสบายใจของตัวเราเอง big smile open-mounthed smile confused smile

#3 By kaew on 2008-08-04 10:15

ยิ่งลอยสูงมากเท่าไหร่ หากวันใดวันหนึ่งตกลงมาก็จะแรงมากขึ้นเท่านั้นนะคะ.. confused smile

ไม่ได้จะว่านะคะ เข้าใจความหมายที่ตั้งใจจะสื่อค่ะ
เพียงแต่พอดีเป็นคนที่ชอบความเรียบง่ายบนพื้นดินมากกว่าอะไรสูงๆเท่านั้นเอง big smile

แค่เพียงเราไม่หวั่นไหว ใส่อารมณ์มากไปกับสิ่งที่กระทบ
ก็จะทำให้เราสงบขึ้นมากเท่านั้น..

เรื่องเรียบง่าย ที่สำหรับบางคนแล้วดูจะยากเย็นเสียเหลือเกิน..

#2 By A Beautiful Lie on 2008-08-03 20:58

เอนทรี่โดนใจ Hot!

เรียนให้สนุกนะคะ

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-08-03 20:43

Recommend