"...ว่าถึงยุคทุกภาษาจะมาปน
ด้วยเริ่มต้นแต่ลูกสาวเจ้าลังกา..."

ย้อนไปกว่าร้อยปี ในสมัยที่สุนทรภู่ยังมีชีวิตอยู่
สมัยนั้นยังไม่เกิดสงครามโลก ความขัดแย้งเชิงพรมแดนยังไม่มี
ชาวตะวันออกอย่างเราๆ มีความสุขอยู่ตามอัตภาพ ตามวัฒนธรรม
เพราะการติดต่อสื่อสารระหว่างตะวันตกกับตะวันออกยังลำบากอยู่มาก
ที่เห็นมีอยู่บ้าง ก็เฉพาะแต่ที่เดินทางมาค้าขาย เชื่อมสัมพันธไมตรี
แม้จะมีข่าวร่ำๆ อยู่ว่า อังกฤษตีเมืองกาบ เมืองลังกา ยึดครองอินเดีย
และทำท่าจะเข้าตีพม่า มาเลเซีย เพื่อยึดเอาเป็นอาณานิคม
แต่นอกจากชนชั้นปกครองแล้ว คนส่วนใหญ่ก็ไม่ใคร่ให้ความสนใจ

...

 

... 

สุนทรภู่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามอาณานิคมมาก
จนเก็บเอาเรื่องเล่าเกี่ยวกับการสงครามของชาติตะวันตก
มาถ่ายทอดเป็นวรรณคดีการเมือง เรื่องพระอภัยมณี ในสมัย ร.๓
หลักใหญ่ใจความ อยู่ที่การทำสงครามระหว่างประเทศ
เริ่มแต่ศึกชิงนางสุรรณมาลี ระหว่างพระอภัยมณีแห่งเมืองผลึก
เสมือนตัวแทนของประเทศฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะสยามประเทศ
และคู่หมั้นเดิมของนางสุวรรณมาลี คือ อุศเรน โอรสแห่งเจ้ากรุงลังกา
ตัวแทนของชาติฝรั่งอังกฤษ เปรียบเหมือนชาวตะวันตกเจ้าอาณานิคม
การสงครามระหว่างสองกษัตริย์ เป็นไปอย่างถึงดุเดือด ถึงพริกถึงขิง
จนสุดท้าย, ด้วยอาศัยเล่ห์กล ฝ่ายพระอภัยมณีจึงเอาชนะได้
ฝ่ายอุศเรนนั้นให้รู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจเป็นยิ่งนัก จนถึงกับกระอักเลือดตาย

เมื่อข่าวการสิ้นชีพของเจ้ากรุงและโอรส แพร่ไปถึงกรุงลังกา
นางละเวงวัณฬา ธิดาของเจ้ากรุงลังกาซึ่งเหลือเพียงผู้เดียวนั้น
ก็คิดหาทางแก้แค้นพระอภัยมณี แทนพระบิดาและพระเชษฐาของตน
ด้วยเหตุที่พระอภัยมณีดูหมิ่นศักดิ์ศรี หมิ่นเกียรติภูมิชาวกรุงลังกา
ทั้งหมิ่นเดชานุภาพของพระนาง และชาวฝรั่งอังกฤษทั้งปวง
นางละเวงวัณฬาจึงป่าวประกาศหาพันธมิตรในน่านน้ำทั่วทั้งทวีป
ว่า หากเจ้ากรุงกษัตริย์พระองค์ใดอาจหาญรบศึกได้จนชนะแล้ว
นางจะยอมปลงใจถวายตัวเป็นชายา และยกเมืองลังกาให้ครอง

นั่นเป็นชนวนเหตุสำคัญ ที่ทำให้เจ้ากรุงกษัตริย์นานาประเทศ
หน้ามืดตามัว หลวมตัวเข้าอาสานางละเวงวัณฬาทำศึกกับพระอภัยมณี
จนสูญสิ้นกำลังพลนับแสน และสูญเสียแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง

...

...

มูลเหตุสงคราม ซึ่งต้องสังเวยชีวิตของผู้คนนับแสนในครั้งนี้
สืบเนื่องจากความลุ่มหลง ความรักศักดิ์ศรี รักเกียรติภูมิของตน
นับแต่พระอภัยมณีที่อาจหาญแย่งชิงนางสุวรรณมาลีจากอุศเรน
ซึ่งนางสุวรรณมาลีก็เป็นใจ ทอดสะพานช่วยเหลือทุกอย่าง
อุศเรนผู้ไม่ยอมให้ใครเหยียดหยามศักดิ์ศรีชายชาตินักรบ
นางละเวงวัณฬา ผู้กล้าทิ้งนวลสตรีเพื่อรักษาเกียรติภูมิ
และเหล่ากษัตริย์ ผู้ลุ่มหลงเสน่ห์มนตราของลูกสาวเจ้ากรุงลังกา
 

ความภาคภูมิใจในตนเอง นับเป็นกำลังสำคัญในการมีชีวิตอยู่
เป็นเหมือนแรงผลักดันให้เราต่อสู้ กล้าเผชิญกับเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา
คนที่มีความภาคภูมิใจ นับถือตนเอง ย่อมมีความสุข มีอิสระทางใจ
เพราะใจของเราย่อมเต็มเปี่ยมด้วยอำนาจ มีความเป็นตัวของตัวเอง
แต่เมื่อใดที่ความภาคภูมิใจนั้นลดลง กลับกลายเป็นความหยิ่งในศักดิ์ศรี
ทระนงในเกียรติภูมิจอมปลอม ซึ่งวาดหวังจะให้ผู้อื่นนับถือเชื่อมั่น
เมื่อนั้น ความโกรธเกรี้ยวและปัญหาความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นตามมา
การต่อสู้ด้วยกำลังเหนือสติปัญญา จึงเป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยง
เพราะเมื่อขึ้นชื่อว่าหมิ่นศักดิ์ศรีกันแล้ว จะอยู่ร่วมโลกกันต่อไปไม่ได้
เห็นจะต้องฝังร่างกันไปข้างหนึ่ง
 

"...สิ่งเหล่านี้, คงคล้ายกับเรื่องราวที่คนไทยเรากำลังเผชิญอยู่
ใช้กำลังเข้าต่อสู้ หวังแก้ไขความขัดแย้ง โดยไม่รู้จุดมุ่งหมาย
และไม่อาจรู้ทันเล่ห์กลของผู้หวังผลประโยชน์เลยแม้แต่น้อย..."

...

...

เกียรติยศและศักดิ์ศรี อาจเสริมสร้างกำลังให้กับจิตใจ
แต่กำลังที่ว่านี้ ควรประกอบด้วยความภาคภูมิใจในตนเองด้วย
การอ้างศักดิ์ศรี มีไว้เพื่อให้ตนเองรู้จักจุดยืนในการพัฒนาตน
เป็นการวางแผนเส้นทาง ว่าในอนาคตจะก้าวเดินไปยังทิศทางใด
และเพื่อเป็นกำลังใจ ให้ตนสามารถเดินไปถึงจุดมุ่งหมายที่หวังไว้นั้น
แต่หากวันใด เรานำเอาศักดิ์ศรีมาเป็นข้ออ้างในความขัดแย้ง
เอาเกียรติภูมิมาเป็นตัวชี้วัดความผิด เพื่อตีค่าความเจ็บช้ำเสียแล้ว
เหมือนอย่างพระอภัยมณี อุศเรน ละเวงวัณฬา และกษัตริย์ทั้งหลาย
ที่ยิ่งหยิ่งในศักดิ์ศรีมากเพียงไร ศักดิ์ศรีก็ยิ่งกรีดแทงใจมากเพียงนั้น
แล้วเช่นนี้ จะมุ่งหวังความสมานฉันท์ได้อย่างไรกัน

"...ศักดิ์ศรีน่ะมันหนักนะ ลองปล่อยวางมันลงบ้างดีไหม ?
ลองให้ใจได้มีโอกาสผ่อนคลายจากเกียรติภูมิที่รึ้งรัดเสียบ้าง
เผื่อว่าความเหนื่อยล้าที่เรื้อรังมานาน จะค่อยๆ บรรเทาลงไป
และให้ใจได้ยืดอก สร้างความภาคภูมิใจในตัวเองขึ้นมา
ความร้าวฉานต่างๆ ที่เกิดขึ้น จะได้กลับสมานฉันท์เหมือนดังเดิม..."

...

...

เชิงอรรถ
๑. ข้อความจาก พระอภัยมณี ตอนที่ ๓๔ นางละเวงคิดหย่าทัพ
๒. นางละเวงวัณฬา เข้าใจว่าสุนทรภู่คงหมายถึง พระนางเจ้าวิคตอเรีย
๓. ติดตามข่าวความขัดแย้งของคนไทยแล้ว รู้สึกไม่สบายใจเลย
 

...

ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

Comment

Comment:

Tweet

GvAeaf <a href="http://iqfieaurahro.com/">iqfieaurahro</a>, [url=http://byatzqezrquu.com/]byatzqezrquu[/url], [link=http://hedwxoduxttf.com/]hedwxoduxttf[/link], http://wrfykivyoigx.com/

#5 By sAwVGrML (125.209.118.245) on 2010-06-11 18:36

มันช่างพ้องกับปัจจุบันกาลเหลือเกิน

big smile big smile open-mounthed smile sad smile

#4 By Doru-Kun™ on 2008-08-02 20:54

เฮ้ย!

นี่หมออาร์ทใช่มั้ย บังเอิญเจอ
แตงโมเอง

#3 By sicknessbun on 2008-07-27 23:26

มีสติ ท่องไว้ๆ

#2 By lullscreen on 2008-07-27 21:04

ระหว่างศักดิ์ศรีกับความสงบของบ้านเมืองและความสงบสุขระหว่างบ้านพี่เมืองน้อง

เราเลือกความสงบนะ

แต่เรื่องนี้พูดเสียงดังไม่ได้
กลัวคนหาว่าไม่รักชาติ
เฮ้อ.....

#1 By >>VaRioLa on 2008-07-27 19:22

Recommend