๗๕. เสียงเพลงในหัวใจ
posted on 20 Jul 2008 22:03 by raynartz in As-the-Days-gone-by
ไม่รู้ว่ามีใครเป็นเหมือนฉันบ้างหรือเปล่า ?
เวลาทำงาน, อาบน้ำ, ซักผ้า หรืออะไรๆ ที่ใช้เวลานาน
พอทำไปได้สักพัก เบื่อๆ หน่อยก็จะเผลอตัวร้องเพลงออกมา
ทั้งที่เสียงออกจะแปร่งเหมือนเป็ดเทพ ไม่ค่อยไพเราะ
ชนิดที่ว่า...ถ้าให้ไปสมัครเอเอฟ ก็คงตกตั้งแต่รอบแรก
คงไม่มีโอกาสสร้างปาฏิหารย์ให้ผู้ชมประหลาดใจแน่
แต่ถึงอย่างนั้น ฉันยังคงพยายามสร้างมลภาวะทางเสียงต่อไป
ถือเอาความสบายใจของตัวเองเข้าว่า มันก็เท่านั้น
อาจจะเป็นเพราะอายุของฉันมันล่วงเลย ๒๐ ปีมาแล้ว (นิดหน่อย)
ประกอบกับเป็นคนชอบฟังเพลงมาตั้งแต่เด็ก
จึงมีเนื้อร้องและทำนองเพลงแทรกซึมอยู่ในสมองตั้งมากมาย
เวลาเบื่อๆ ก็เผลอร้องเพลงโน้นเพลงนี้ไปเรื่อย เก่าบ้าง ใหม่บ้าง
บางเพลงก็ทันสมัย ฮิตติดตลาดกันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
บางครั้งก็ออกจะเก่าเหลือเกิน อาจจะเมื่อสักสิบปีก่อนได้
ปากก็ร้อง, ใจก็นึกสงสัย, ว่า ทั้งที่เวลานั้นผ่านมาแล้วตั้งหลายปี
ทำไมเนื้อร้องและทำนองเพลงเหล่านั้น จึงยังติดอยู่ในความทรงจำ ?
และทุกครั้งที่ร้องเพลงนั้น อารมณ์ความรู้สึกทุกอย่างที่เคยมี
ซึ่งแทนที่จะลบเลือนหายไปตามตัวเลขของกาลเวลาที่เพิ่มขึ้น
กลับยังคงแจ่งชัดเหมือนเมื่อคราวที่ได้ฟังครั้งแรก ไม่ต่างกันเลย
...
...
เคยตั้งคำถามกับเพื่อนร่วมห้อง ว่า "อะไรทำให้นายชอบเพลงนี้ ?"
เพื่อนตอบอย่างง่ายๆ ว่า "เราชอบฟังเพลงที่ตรงกับความรู้สึกของเรา"
ทุกๆ ครั้งที่เวลาผ่านไป หลายสิ่งหลายอย่างรอบกายเปลี่ยนแปลง
อารมณ์ ความรู้สึก ความคิดและความทรงจำที่เกิดขึ้นย่อมแตกต่างกันไป
ณ ขณะหนึ่ง เราอาจมีความรู้สึกอย่างหนึ่ง มีอารมณ์อย่างหนึ่ง
เพลงๆ หนึ่งที่สอดรับกับความรู้สึกในขณะนั้น จึงเป็นเพลงที่มีคุณค่า
เพราะมันตอบสนองความต้องการของเราได้ดีกว่าเพลงอื่นๆ
เปรียบเหมือนกับว่า เรามีเพื่อนอีกคนที่รู้ใจคอยเคียงข้าง
และจะเดินร่วมทางกับเราตลอดไป ไม่ทอดทิ้งไปกลางครัน
เราเลือกฟังเพลง เพราะเราอยากจะฟัง
เราชอบเพลงใดเพลงหนึ่ง ก็เพราะเพลงนั้นตรงกับความรู้สึกของเรา
และความรู้สึกที่มีนั้นเอง ที่ทำให้เรารับเอาเพลงนั้นเข้ามาเป็นอารมณ์
ทุกครั้งที่ฟัง ทุกครั้งที่ร้อง เพลงนั้นจะค่อยๆ ฝังลึกลงในใจ
เมื่อฟังซ้ำ ร้องซ้ำ ยิ่งเป็นการย้ำเตือนคุณค่าและความหมาย
จนในที่สุด เพลงนั้นก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ
ที่เพียงแต่เกิดความรู้สึกขึ้นมา ก็สามารถถ่ายทอดเป็นบทเพลงได้ทันที
นั่นจึงเป็นคำตอบ ต่อคำถามที่ค้างคาใจมานาน
ว่า ทำไมเรื่องบางเรื่อง เราจึงหลงลืมไปได้อย่างง่ายดาย
เพียงแค่เวลาผ่านไปไม่กี่วัน เรื่องราวเหล่านั้นก็จางหายไปจนหมดสิ้น
ในขณะที่เรื่องบางเรื่อง ทั้งที่ใจอยากจะลืมเลือนไปให้มากที่สุด
แต่ยิ่งพยายามลืมสักเพียงไร ก็คล้ายจะยิ่งแจ่มชัดขึ้นเพียงนั้น
จนกลายเป็นความทรงจำลึกๆ ที่ตราตรึงหัวใจของเราอยู่ตลอดเวลา
เพราะบางเรื่องราว เรารับรู้สิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาด้วยหัวใจ
เหมือนกับการฟังเพลง ที่ฟังด้วยอารมณ์ที่เคลื่อนไหวคล้อยตาม
และเหมือนกับการร้องเพลง ที่ร้องด้วยความรู้สึกลึกๆ ภายในใจ
สิ่งที่จดจำ จึงไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ภายในสมองก้อนเล็กๆ นี้เท่านั้น
เพราะหากเป็นเช่นนั้น เพียงไม่กี่วันหรอก เราก็หลงลืมไปหมดแล้ว
เปรียบเทียบกับเมื่อคราวท่องหนังสือสอบนั่นปะไร, คืนเดียวก็ลืมได้,
ตรงกันข้าม, หากเราใช้หัวใจเข้าจดจำ เสมือนว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ตราตรึงในอารมณ์ ผูกพันกับทุกความรู้สึกที่มี หยั่งลึกในหัวใจ
ย่อมย้ำเตือนความทรงจำเหล่านั้นให้ยืนยาว ไม่ลางเลือน
และใจย่อมสามารถสัมผัสเรื่องราวเหล่านั้นได้ในทุกครั้งที่นึกถึง
...
...
"...ความทรงจำ ก็เหมือนกับเนื้อร้อง เหมือนกับทำนองเพลงที่ถูกเก็บเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจ ด้วยความรู้สึกที่เรามี
ความทรงจำเหล่านั้น, บทเพลงเหล่านั้น, ทั้งที่แสนหวานและขื่นขม
จึงยังทรงคุณค่า ยังคงแจ่มชัดอยู่ทุกขณะ ไม่ลบเลือนหายไป
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไรก็ตาม..."
...
ตัวอย่างเพลง ในช่วง ๕ ปีแรกของชีวิต จำกันได้ไหม ?
...
ปล. จะสอบวิชา "ออร์โธปิดิกส์" ในปลายสัปดาห์นี้แล้ว
คงต้องกลับไปฟื้นฟูความรู้กายวิภาคศาสตร์ และเพิ่มเติมความรู้ใหม่
หลังจากทุ่มเทเวลาและความคิดให้กับงานรับน้องข้ามฟากที่ผ่านมา
ทำเพื่อน้องไปมากมาย ถึงเวลาต้องทำเพื่อตัวเองบ้างแล้ว
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ


ขอให้ข้อสอบง่ายเหมือนหมูหมักนะ...เนื้อนิ่มอร่อย
#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-07-20 22:21