เมื่อก้าวขึ้นท่า เจ้ากับข้าพี่น้องกัน

        ประเพณีรับน้องข้ามฟาก ศิริราชรุ่น ๑๑๘ 
                      พุทธศักราช ๒๕๕๑

                            ๑ขวัญเอย ขวัญเจ้า
              ขวัญยามเช้า ยามสาย ยามบ่ายเอ๋ย
              ขวัญยามค่ำ ยามคืน ยามคุ้นเคย
              ขวัญเจ้าเอย มาเชยชื่นดวงชีวัน ฯ

                            ๒๏ สถิตดลหนใดในแหล่งหล้า
              ขอเชิญมาร่วมรับประทับขวัญ
              มาน้อมคุณหนุนค่าสถาบัน
              มาร่วมฝันร่วมใฝ่ร่วมไมตรี

                            ๓ศิริราชพยาบาล สถานศึกษา
              งามครรลองผ่องจรรยาสง่าศรี
              เกลียวเชือกฟั่นสัมพันธ์รักสามัคคี
              สัมพันธ์ผองน้องพี่ที่พ้องพาน ฯ

                            ๔๏ จะคอยเคียงข้างน้องประคองขวัญ
              ก้าวผ่านคืนผ่านวันเวียนผันผ่าน
              ในระหว่างทางเดินนานเนิ่นนาน
              ขอดวงมานคงมั่นอย่าสั่นคลอน ฯ

                            ๕๏ ขวัญเอย ขวัญมา
              ขวัญเจ้าเคยเหนื่อยล้ามาแต่ก่อน
              เคยเปลี่ยวเหงาเปล่าร้างบนทางจร
              เคยอาวรณ์ไหวหวั่นวันเวลา ฯ

                            ๖๏ จงค่อยผ่อนใจพิงลงอิงพัก
              ในห้วงรักหนักแน่นแผ่นภูผา
              ใจพี่ยังยืนยันคำสัญญา
              "เมื่อก้าวขึ้นท่า เจ้ากับข้าพี่น้องกัน"

                                                        ศิลปวัฒนธรรม
                                     สโมสรนักศึกษาแพทย์ศิริราช
                                      (อดิศร รัตนโยธา : กรองคำ)

...

"ประเพณีข้ามฟาก" หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "รับน้องข้ามฟาก"
คือ ประเพณีต้อนรับนักศึกษาแพทย์ศิริราชน้องใหม่
ซึ่งย้ายสถานที่เรียนจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
เข้ามาเรียนในชั้นปีที่ ๒ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ที่โรงพยาบาลศิริราช ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แห่งนี้

ปูมประวัติประเพณีรับน้องของประเทศไทย เริ่มต้นที่ศิริราช
จากเหตุผิดใจกันระหว่างนิสิตเตรียมแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
กับนิสิตแพทย์ จุฬาลงกรณ์ (ศิริราช) ในการแข่งขันกีฬาภายใน
(สมัยนั้น แพทย์ศิริราช คือ คณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
ตอนแรก, นิสิตแพทย์คิดจะแก้แค้นนิสิตเตรียมแพทย์ผู้ก่อเรื่อง
แต่เพราะเห็นว่าเป็นน้อง ซึ่งต้องย้ายมาเรียนที่ศิริราชร่วมกันในปีถัดมา
การใช้อารมณ์เข้าแก้ไขปัญหา คงไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย
นิสิตแพทย์จึงตกลงกันว่า จะไม่คิดติดใจเอาความกับสิ่งที่น้องได้กระทำ
ตรงกันข้าม, ควรจะจัดกิจกรรมขึ้นรับรุ่นน้องเหล่านั้นเสียด้วย
เพื่อแสดงให้เห็นว่า พี่ๆ แพทย์ไม่ได้ถือสาในเรื่องที่น้องทำผิดไป
ทั้งยังพร้อมจะให้อภัย และให้โอกาสน้องๆ ได้ปรับปรุงตัว

"...มูลเหตุเช่นนี้เอง ที่เป็นต้นเค้าของประเพณีรับน้องข้ามฟาก
ซึ่งในเวลาต่อมา ได้กลายเป็นประเพณีรับน้องของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และแพร่หลายไปยังสถาบันอุดมศึกษา ตลอดจนโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศไทย..."

แต่ปัจจุบัน กิจกรรมรับน้องใน สถาบันอื่น ได้เปลี่ยนแปลงไป
จากความหมายของการให้อภัย กลายเป็นความสุขของรุ่นพี่
พี่ไม่เคยรู้จักน้องมาก่อน แต่แสร้งอวดแสดงภูมิว่าตนนี้รู้ดีกว่า
เอาความอาวุโส, ซึ่งคงจะมีแต่ตัวเลขอายุ, เข้าบังคับ ข่มขู่สารพัด
บางสถาบันใช้วิธีการพิเรน หรืออาจจะถึงขั้นวิตถาร อนาจาร
สั่งให้น้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ หากไม่ทำตามจะลงโทษรุนแรง
สนองตัณหาของรุ่นพี่ เพื่อความสะใจ สุขใจ บำเรออารมณ์ของตน
โดยไม่เคยรับรู้ความหมายที่แท้ของการรับน้องเลยแม้แต่น้อย

แต่สิ่งเลวร้ายอย่างนั้น ยังไม่เคยปรากฏในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชมาก่อน
เพราะชาวศิริราชได้ธำรงประเพณีอันดีงาม ซึ่งสืบทอดต่อเนื่องมาแต่ต้น
ประเพณีรับน้องของชาวศิริราชเคยงดงามอย่างไร ก็ยังคงงดงามอยู่อย่างนั้น
คุณค่าที่สั่งสมไม่เคยลบเลือนหาย แต่กลับจะเพิ่มพูนขึ้นทุกขณะ
แม้กาลเวลาจะผ่านมานานกว่าศตวรรษแล้วก็ตาม

ประเพณีรับน้องข้ามฟากศิริราช นับเป็นนิมิตหมายแห่งการให้อภัย
สิ่งใดที่น้องเคยทำผิด จะด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือด้วยเหตุใดก็ตาม
แต่เมื่อน้องได้ข้ามฟากเจ้าพระยามหานที มายังท่าศิริราชแห่งนี้แล้ว
พี่ๆ ศิริราชทุกคนย่อมพร้อมที่จะให้อภัยในความผิดเหล่านั้น
เพื่อให้น้องได้มีโอกาสเริ่มต้นวันใหม่ ชีวิตใหม่ อนาคตใหม่
ในฐานะชาวศิริราชอย่างสมภาคภูมิ

"...ยินดีต้อนรับน้องใหม่ 'ศิริราช รุ่น ๑๑๘' ทุกคนครับ..."

...

...


เพลง ทวาทศทศวรรษศิริราช

ดาวน์โหลดเอกสาร

ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

Comment

Comment:

Tweet

หนูก็มีเพื่อนเรียนศิริราชรุ่น 119 ค่ะ

พี่เขียนได้ดีมากเลย

ขอแอดไว้นะคะ

หนูเรียนคณะวิทยาศาสตร์ มหิดลค่ะ

#10 By fuchi (^^) on 2009-05-26 21:17

ว้าว อยากเรียนอ่ะ
อ่านแล้วขนลุก

#9 By inthebee on 2009-05-25 19:19

(พิมพ์ผิด)รับ "เพื่อนใหม่" ครับ

#8 By pudalay on 2009-02-18 22:15

ข้ามฟากจากท่าศิริราชไปท่าพระจันทร์
ที่นั่นมีการรับน้องเพื่อนใหม่ ที่งดงามปานกัน..แต่ยุคหลังๆนี่ ชักเขวๆไปเพราะโซตัสในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี..เป็นกำลังใจให้ศิริราชธำรงคุณค่า ความหมาย และประเพณีอันดีงามนี้ ตลอดไปครับ

#7 By pudalay on 2009-02-18 22:14

ชื่นชมจิตวิญญาณศิริราชครับ

"นิสิตแพทย์จึงตกลงกันว่า จะไม่คิดติดใจเอาความกับสิ่งที่น้องได้กระทำตรงกันข้าม, ควรจะจัดกิจกรรมขึ้นรับรุ่นน้องเหล่านั้นเสียด้วยเพื่อแสดงให้เห็นว่า พี่ๆ แพทย์ไม่ได้ถือสาในเรื่องที่น้องทำผิดไปทั้งยังพร้อมจะให้อภัย และให้โอกาสน้องๆ ได้ปรับปรุงตัว"

ตำนานการรับน้องที่งดงามจริงๆครับ

แล้วเดี๋ยวนี้ รับน้องลอกเลียน แต่เลวร้ายกว่าต้นฉบับเสียอีก..ปฏิรูปใหม่

#6 By pudalay on 2009-02-18 22:08

ขนลุกค่ะ

...
ชอบจังเลย คนรักสถาบัน รักประเพณีเนี่ย
เพราะฉันเองก็เป็นคนประเภทที่ว่าเหมือกกัน

ชื่นชมค่ะ surprised smile
โอโห้........เจ๋งสุดดดดดดดด

อยากเข้าคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลด้วยจัง
confused smile confused smile big smile big smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile
กลอนเพราะดีจัง ชอบๆ confused smile
อ้อเมื่อวานนี้เห็นหมอออร์โธใส่เสื้อเขียวมา round ward กันเต็มไปหมด

#3 By kaew on 2008-07-13 18:44

เป้นอะไรที่ทำให้รู้สึกดีจังเลยค่ะ

แค่อ่านยังรู้สึกดีแบบนี้

คนที่ร่วมกิจกรรมก็น่าจะรู้สึกอบอุ่นมากเลย

big smile

อยากให้ทุกมหาลัยเป็นแบบนี้จัง

#2 By Kay on 2008-07-13 09:09

ประเพณีรับน้อง น่าจะมาจาก ประเพณีรับน้องของศิริราชนี่แหละ

เป็นประเพณีที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นพี่น้องโดยแท้จริง

ปล.มดไม่ได้เข้าexteenนานเลย confused smile

#1 By antzzer on 2008-07-12 22:16

Recommend