เป็นเรื่องธรรมดา ที่จะต้องติดต่อสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ ซึ่งรายล้อมอยู่รอบกาย
ระหว่างตัวเรากับสิ่งของเครื่องใช้ เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย
ทั้งกับสัตว์เลี้ยง และที่ไม่ได้เลี้ยง แต่เผลอเดินไปเหยียบหางเอากลางทาง
หรือแม้แต่กับคนด้วยกัน ซึ่งก็แปรปรวนจนเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้
ปัญหาและความขัดแย้งจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไม่เว้นแต่ละวัน

บางครั้ง, เราอาจตื่นมาพร้อมกับอารมณ์ที่ขุ่นมัว ไม่แจ่มใส
เพราะเมื่อคืนนี้นอนไม่ค่อยหลับ หมอนใบเดิมดันไม่นิ่มเหมือนอย่างเคย
เข้าห้องน้ำ กลับพบว่าโฟมล้างหน้าหมดหลอดไปตั้งแต่เมื่อคืนวาน
แถมครีมอาบน้ำก็ดันมาหมดเอาพร้อมๆ กันเสียอีก, นี่มันอะไรกัน ?
ใครบางคนอาจถึงกับต่อว่าต่อขานสิ่งที่เกิดขึ้น -
What the hell on earth !
โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ออกไปทำงานพร้อมกับเพลิงอารมณ์ที่สุมอยู่ในใจ

ไปถึงที่ทำงาน แทนที่จะได้นั่งพักในห้องแอร์เย็นๆ ผ่อนคลายอารมณ์
แอร์เจ้ากรรมดันเสียขึ้นมาเฉยๆ  คอมเพรซเซอร์เกิดระเบิดขึ้นกลางครัน
แถมเพื่อนร่วมงานที่ไม่ถูกชะตาด้วย ดันมาพูดจากระแนะกระแหนเข้าให้อีก
พร้อมกับความโชคร้าย ปะปนกันจนไม่สบอารมณ์ ตามมาอีกเป็นกระบวน
กลายเป็นว่า วันทั้งวันแทบจะหาความสุขใจไม่ได้เลย แม้สักช่วงวินาทีเดียว

"...อาจมองคล้ายกับว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ เป็นเรื่องตลกขำขัน
แต่หากมันเกิดขึ้นจริงแล้ว คงไม่มีใครกล้าหัวเราะให้กับตัวเองเป็นแน่..."

...

...

เมื่อเราต้องใช้ชีวิต ต้องติดต่อสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ อีกมาก
จึงเป็นธรรมดาที่จะเกิดปัญหาในความสัมพันธ์ต่อสิ่งนั้นๆ ตามมา
เพราะคงไม่มีสิ่งใด หรือใครคนใดที่จะสนองความต้องการของเราได้ครบทุกอย่าง
ทำนองเดียวกัน, เราก็ไม่อาจทำให้ใครคนอื่นพอใจไปได้ซะทุกคนเช่นเดียวกัน
ย่อมต้องมีสิ่งที่เราพอใจร่วมกัน สำเร็จประโยชน์ตามต้องการร่วมกันทั้งสองฝ่าย
และย่อมต้องมีเรื่องที่ถูกใจไม่ตรงกัน หรือรุนแรงถึงขั้นขัดแย้งกันได้
ไม่ว่าเป็นเรื่องระหว่างเรากับเขา หรือระหว่างเรากับอะไรบางอย่างก็ตาม

เมื่อเป็นอย่างนี้, ปัญหาจึงเกิดตามมา
ว่า ถ้าหากความขัดแย้งเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายแล้ว
ความผิดพลาดนั้น, ทั้งเรื่องเล็กน้อยและรุนแรง, จะเกิดขึ้นจากฝ่ายใดกันแน่
การที่เรานอนไม่หลับ เป็นเพราะหมอนไม่นิ่ม หรือเป็นเพราะเราคิดมาก
โฟมล้างหน้า, ครีมอาบน้ำหมด เป็นเพราะมันหมดเอง หรือเพราะเราลืมซื้อ
คอมเพรซเซอร์แอร์ระเบิด เพราะเครื่องห่วย หรือเพราะเราใช้งานมากเกินไป
และการที่เพื่อนมาพูดจาไม่เข้าหู เป็นโดยนิสัยของเขา หรือเพราะใจเราเอง ?

เพราะปัญหาเกิดขึ้นระหว่างสิ่งสองสิ่ง, คนสองคน,
สาเหตุจึงอาจเกิดขึ้นจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือทั้งสองฝ่ายร่วมกัน
แต่ส่วนใหญ่ เราไม่มองอย่างนั้น, เรามักคิดว่าเราไม่ผิด ฝ่ายตรงข้ามผิด
ซึ่งการโทษ "มัน" หรือ "เขา" เพียงฝ่ายเดียวนั้น ไม่ยุติธรรมเลย
เป็นไปได้ไหม ว่า ปัญหาที่เรามั่นใจว่าเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอก
แท้จริงแล้ว, เป็นเพียงกลไกป้องกัน ที่ปกปิดปัญหาจากภายในใจของเรา ?

...

...

แก่นแท้ของการแก้ปัญหา คือการมองให้ถ้วนทั่วทั้งสองฝ่าย
ตรวจสอบสาเหตุให้ละเอียดลออ ทั้งจากภายนอกและภายใน
เมื่อใดก็ตามที่เราเผลอคิดไปว่า สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะผู้อื่น
ปัญหานั้นอยู่ที่สิ่งของรอบกาย หรืออยู่ที่อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ตัวเรา
เมื่อนั้นสายตาของเราก็จะพร่ามัว มองหาหนทางแก้ไขอะไรไม่ได้เลย
นอกจากการคาดโทษ ซึ่งยิ่งทำให้ปัญหาบานปลายไปมากกว่าเดิม
เราจะกลายเป็นผู้พิพากษา เป็นผู้วิพากวิจารณ์ เป็นผู้สร้างความร้าวฉาน
และในที่สุด เราก็จะหลุดเข้าไปเป็นตัวปัญหาเสียเอง

เมื่อเจอปัญหา ลองหยุดอารมณ์แล้วคิดสักนิด
อย่าตัดสินด้วยความวู่วามชั่วขณะ แรงร้อนด้วยเพลิงอารมณ์ที่ลุกลาม
เพราะเพลิงย่อมเผาผลาญทุกสิ่งที่ทุกอย่าง แม้แต่ใจของเราเอง
เราจะมองไม่เห็นหนทางอื่นใด นอกเสียจากกำแพงไฟที่เราสร้างขึ้น
ดังนั้น, ขอให้มองปัญหาให้เห็นทั้งสองด้าน ด้วยเหตุผล ด้วยความเป็นจริง
ใช้ "ปัญญา" ที่เรามีอยู่แล้วในภายตัว เข้าตี "ปัญหา" ให้แตก
ปรับเปลี่ยนท่าทีจากผู้พิพากษา เป็นผู้ถือประทีปส่องทาง
เปลี่ยนจากผู้วิพากวิจารณ์ มาทำตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น
และเปลี่ยนความร้าวฉาน ให้กลับมาสมานฉันท์เหมือนดังเดิม
ในที่สุด เราจะหลุดออกจากปัญหา และชี้นำทางออกให้ผู้อื่นเดินตาม

"...ขอเพียงพิจารณาเหตุปัจจัยให้กระจ่าง ทั้งภายนอกและภายใน
หยิบจับปัญหาที่แท้ขึ้นมาแก้ไข ทุกอย่างย่อมสำเร็จได้ด้วยดี..."

...

 

ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ  

Comment

Comment:

Tweet

อยู่ที่ใจ .. เหมือนเดิม

ภาพประกอบสุดท้ายน่ารักดีค่ะ confused smile

#8 By antzzer on 2008-07-12 22:17

ขอบคุณบ้านหลังนี้ที่มอบแต่สิ่งดีๆ ให้เสมอ big smile
แจกดาวให้ด้วยค่ะ Hot!

#7 By kaew on 2008-06-27 09:53

กำลังผันสถานะตัวเองให้เป็นผู้สังเกตการณ์อยู่ครับbig smile

จะได้มองอะไรได้ง่าย

มองหาทางออกได้ง่ายกว่าเก่า

ป.ล.ตามที่เดอะบลูบอก นั่นเป็ฯหนังสือของท่านหรอกรึ??????embarrassed

#6 By Doru-Kun™ on 2008-06-21 12:52

ถ้าเราคิดว่ามีปัญหา มันก็คือมีปัญหา

ถ้าคิดว่าไม่มี มันก็ไม่มี

ปล.ซื้อหนังสือ ฝนตกเป็นรอยยิ้มของท่านแล้วนะคะ^^

#5 By non on 2008-06-09 19:49

อ่า นี่เป็นเรื่องที่ถูกต้องเลย
อะไรก็ช่วยเราไม่ได้ ถ้าเราไม่ช่วยตัวเอง
เราคิดมาก ก็เพราะความคิดเรา
เพราะฉะนั้น เพี่ยงแค่เราเปลี่ยนความคิด
อะไรๆก็ดีขึ้ได้ง่ายๆ
ที่สำคัญกาโทษคนอื่นไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา
เมื่อเกิดปัญหาก็แก้กันไป
ที่สำคัญ ใช้เหตุผลอย่าใช้อารมณ์surprised smile

#4 By Kay on 2008-06-09 15:24

ปัญหามันอยู่ที่ว่าเราชอบคิดว่าสิ่งนั้นเป็นปัญหาอะครับ

#3 By หูใหญ่ on 2008-06-09 08:08

ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่า

เราจะเปิดใจได้กว้างแค่ไหน
และเราจะมองมันได้ดีเพียงใดมั้งคับ

และที่ยากที่สุด ผมว่ามันก็คือ การรู้ว่าความพอดีอยู่ตรงไหน...

#2 By Crozzax on 2008-06-08 22:37

ปัญหามันอยู่ที่ใจเรา ...ขาดสติ / ไม่มีปัญญาค่ะ

ปล.ตอนนี้มีปัญญาอยู big smile แต่มีนะ ที่ขาดสติ/ปัญญาเป็นอย่างผู้ชายข้างบนเลย sad smile sad smile cry

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-06-08 21:48

Recommend