๗๐. ใครๆ ก็เคยเหงา
posted on 01 Jun 2008 14:34 by raynartz in Bio-Psycho-Social-Linguistic
เมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว มีอีเมล์จากน้องคนหนึ่งส่งมาหา
ถามว่า "ทำไมอริสโตเติล ถึงได้กล่าวว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม"
ก็เลยตอบอย่างพาซื่อไปว่า เพราะมนุษย์มักจะอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ
เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้แก่กัน เกิดเป็นสายสัมพันธ์อันซับซ้อน
ลึกซึ้งเกินกว่าที่สัตว์อื่น, หรือแม้แต่มนุษย์ด้วยกันเอง, จะเข้าใจ
เมื่อตอบคำถามไปแล้ว ก็กลับมานั่งคิด
ว่า บนพื้นฐานของคำว่า "สังคม" และความเป็น "หมู่คณะ"
ลึกๆ ในหัวใจของคนเรา กลับมี "ความเหงา" แทรกซึมอยู่ทั่วไป
หลายคนปลีกตัวออกมาอยู่คนเดียว ท่ามกลางความว้าเหว่
เพราะเหนื่อยล้ากับเรื่องราวในชีวิต ผิดหวังกับความสัมพันธ์ที่เคยมี
บางคนไม่เคยคิดปลีกตัว แต่พอใจที่จะอยู่กับความรู้สึกฟุ้งซ่านของตน
ปิดล็อกประตูใจ แล้วกลับหวังจะมีใครสักคนงัดแงะสลัดกลอนเข้ามา
เฝ้ารอ, แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คน, ก็ยังคงอ้างว้างอยู่ตลอดเวลา
เหมือนอย่างที่ฝรั่งเขาเรียกว่า, "Loner in the Crownd"
...
...
บทเพลงแห่งความเหงา ยังคงบรรเลงแผ่วเบาในความรู้สึก
อาจจะแฝงตัวลึกๆ หรือปรากฏอย่างแจ่มชัดในหัวใจ
ทุกๆ จังหวะที่บรรเลง เรายังคงรู้สึกถึงมันได้ตลอดเวลา
เพียงแต่อาจจะแรงบ้าง เบาบ้าง หรือกลางๆ สลับสับเปลี่ยนกันไป
จนหลายคนบอกว่า "ความเหงาเป็นจังหวะหนึ่งของชีวิต ที่ทุกคนต้องผ่าน"
ถ้าไม่รู้จักความเหงา ไม่เคยสัมผัสความอ้างว้างเลยแม้สักครั้งในชีวิต
แล้วเราจะรู้จัก "ความหวัง" และ "กำลังใจ" ได้อย่างไร ?
แต่ถึงจะรู้อย่างนั้น, รสชาติของมันกลับขมขื่นเกินกว่าที่ใจจะยอมรับ
ความเหนื่อยล้าจากความเหงาที่เกาะกินใจ ช่างมากมายเหลือเกิน
จนใครหลายคนที่เผชิญกับมันอย่างซึ่งหน้า มักจะยอมแพ้ตั้งแต่ต้น
บ้างก็เสาะหาใครสักคนมาไว้ข้างกาย เพียงเพราะต้องการคลายเหงา
แต่แล้วกลับพบว่า มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย
มีคำฝรั่งบอกไว้ว่า "You are what you think" - คุณคือสิ่งที่คุณคิด
ไม่ว่าเราจะคิดอย่างไร เราย่อมได้รับผลอย่างที่เราคิดไว้นั้น
ยิ่งถ้ารู้ว่าคิด แล้วยังเผลอคิดซ้ำๆ ตอกย้ำความรู้สึกเดิมๆ อยู่ตลอดเวลา
นั่นเท่ากับว่า เราค่อยๆ ปลูกความคิดให้หยั่งรากลึกลงไปในใจของเรา
จะเห็นว่า, เมื่อเปรียบเทียบความคิดกับความเหงา ก็คงไม่ต่างกัน
ทันทีที่เราเริ่มรู้สึกว่าเหงา ไม่ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุใดก็ตาม
แล้วเราก็ยังเผลอคิดซ้ำๆ ว่า เราเหงา เราเหงา เราเหงา...
ความเหงาก็จะยิ่งเพิ่มพูนในหัวใจ มากขึ้นทุกที ทุกที ทุกที
จนสุดท้าย ความเหงานั้นก็จะซึมซ่านไปทั่วหัวใจ จนลบล้างมันไปไม่ได้เลย
ความเหงานั้นเป็นความคิดฟุ้งซ่านของหัวใจ
เกิดจากความรู้สึกลึกๆ ที่คิดว่าตนเองขาดอะไรบางอย่าง
กลัวที่จะอ้างว้าง กลัวการอยู่คนเดียว กลัวไม่มีใครเดินผ่านเข้ามา
แล้วก็จินตนาการเติมต่อ ว่าเหงาแล้วจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
ทำไมเราไม่เป็นอย่างเขา ทำไมเราไม่มีอย่างเขา ทำไมเราต้องอยู่คนเดียว
ทำไม ทำไม และทำไม, เกิดคำถามตอกย้ำซ้ำๆ อย่างนั้น
ใจที่โหยหาจึงค่อยๆ จมดิ่งลงในทะเลแห่งความเหงา ลึกลงไปเรื่อยๆ
กว่าจะรู้ตัวอีกครั้ง ก็ลอยกลับขึ้นมาไม่ได้เสียแล้ว
...
...
ใครๆ ก็เคยเหงา...
แต่เมื่อรู้สึกว่าเหงา หรือเมื่อเรา "คิด" ว่าเราเหงา
ขอให้มองย้อนกลับมาที่หัวใจของเรา มองให้ลึกถึงก้นบึ้งของหัวใจ
และเข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าแท้จริงแล้วความเหงาก็เป็นเพียงความคิดเท่านั้น
เราเหงา เพราะเราคิดว่าเราเหงา และเราเหงาซ้ำๆ ก็เพราะเราคิดซ้ำๆ ว่าเราเหงา
หากเราหยุดความคิดนี้ได้เมื่อไหร่ ความเหงาที่เกาะกินใจก็จะเลือนหายไปเอง
ชีวิตของคนเรา ยังมีคุณค่า มีสิ่งดีๆ แอบแฝงอยู่อีกมาก
มากเกินกว่าจะมัวเสียเวลาไปกับความอ้างว้าง หรือฟุ้งซ่านกับความเหงา
ลองค้นหาคุณค่า ให้ความสำคัญกับชีวิตของตัวเราเอง
สร้างความหวัง กำลังใจ และความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในจิตใจ
"...เมื่อเราภูมิใจกับตัวของเราเองได้ ความเหงาจะทำอะไรเราไม่ได้เลย..."
...
ช่วงนี้งานเยอะจริงๆ (บ่นทุกครั้งที่อัพบล็อก) เลยหายหน้าไปนาน
ถึงเวลาจะมีน้อย แต่จะพยายามกลับมาทักทายเพื่อนๆ เสมอครับ
รักเพื่อนๆ เสมอ...!!!
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ


ตรองตรึก.... แต่ความหลัง
เหมือนสิ้น...... แรงกำลัง
เพราะยัง.......... ไม่อยากเดิน
จะเหงา.. ก็ไม่ใช่
แค่ใจ..... ดูห่างเหิน
กลัวการ..... ต้องเผชิญ
ก้าวเดิน........ ตามลำพัง
มนุษย์ ไม่ชอบอยู่คนเดียว
#1 By ~ N ~ on 2008-06-01 14:52