๖๙. หายเหนื่อยหรือยัง ?
posted on 11 May 2008 17:54 by raynartz in As-the-Days-gone-by
เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา แทบจะหายหน้าไปเลย
เพราะเพิ่งเปิดเทอมใหม่ หลายอย่างยังไม่ค่อยเข้าที่
ทั้งยังมีงานที่ต้องทำ มีเรื่องที่ต้องคิดอีกเยอะ
ซึ่งก็ดันมาเจอะเข้าพร้อมๆ กัน อย่างไม่ทันตั้งตัว
โธ่...ฉันก็เป็นคนธรรมดา เหมือนอย่างคนอื่นทั่วไป
เมื่อเจออะไรต่อมิอะไรเข้าถาโถม มันก็หงุดหงิดได้เหมือนกัน
อย่างที่ใครหลายอาจเห็น และเป็นห่วง
ว่าเมื่อเดือนที่ผ่านมา อารมณ์ฉันไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย
ออนเอ็มทีไรก็มีแต่บ่น พูดคุยด้วยก็ชักจะหัวเสียเอาง่ายๆ
ถึงตอนนี้ คงไม่หวังอุทธรณ์ขอความเห็นใจกับความผิดที่ผ่าน
เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในครั้งนั้น
ล้วนแล้วแต่เป็นเพราะใจของฉันเอง
แต่ประสบการณ์เพียงเดือนเดียวที่ผ่านมานั้น
ก็เป็นอีกครั้งที่ทำให้ฉันได้มองเห็นความมหัศจรรย์ของใจ
ว่า แท้จริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวมากมาย
มันจะดีจะร้าย ก็อยู่ที่ใจของเรานี่แหละ เป็นผู้คิดเอาเอง
เราเป็นผู้ตีความประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา
และเป็นผู้ให้คุณค่าจากการตีความนั้นแก่ชีวิตของเรา
เมื่อภายในใจของเราขุ่นมัว โลกก็มัวหมองไปตามใจ
สายตาที่เคยแจ่มใส ก็เริ่มฝ้าฟางพร่าหม่นขึ้นทุกที
สุดท้าย เมื่อความขุ่นมัวในใจมันเพิ่มมากขึ้น จนดูดกลืนทั้งใจ
สายตาของเราก็จะบอดสนิทในทันที มองอะไรดีๆ ไม่เห็นเลย
"...ในทางตรงกันข้าม หากใจของเราสดใส
โลกทั้งใบก็จะพลอยยิ้มอย่างร่าเริงไปกับเราด้วย
นัยน์ตาเราจะมองเห็นแต่สิ่งดีงาม และชีวิตก็จะเป็นสุข..."
...
...
ฉันเก็บความหงุดหงิดเอาไว้กับตัว
แอบระบายกับเพื่อนบ้างในบางครั้ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
บางสิ่งที่ยังหลงเหลือ ทำให้ใจของฉันอ่อนล้า
พาลให้ร่างกายอ่อนแอไปด้วย หวิดจะเป็นหวัดอยู่หลายครั้ง
จนกระทั่งวันหนึ่ง มีโอกาสได้พูดคุยกับรุ่นน้องที่ห้องประชุม
พอพูดเสร็จ ก็เลยนั่งฟังเพื่อนพูดบ้าง, ด้วยใจล่องลอย,
แล้วก็มาสะดุดกับคำพูดของเพื่อนในครั้งนั้น
"...คำว่าเหนื่อย ใครก็เป็น ใครก็พูดได้
เดี๋ยวนี้คนเหนื่อยกันง่าย เจออะไรนิดหน่อยก็บ่นว่าเหนื่อยแล้ว
แล้วอย่างนี้ มีใครบ้างล่ะที่ไม่เหนื่อย ? ทุกคนก็เหนื่อยเหมือนกัน
แต่ในความเหนื่อยนั้น ถ้าทุกคนเอาแต่พูด เอาแต่บ่นว่าเหนื่อย
ก็อยากถามกันตรงๆ ว่า บ่นแล้วมันหายเหนื่อยหรือเปล่า ?
มันยังมีทางอื่นอีกไหม, นอกจากบ่น, ที่จะทำให้หายเหนื่อยได้
ยังมีทางอื่นอีกไหม ที่เปลี่ยนคำว่า" เหนื่อย" ในความหมายเชิงลบ
ให้กลับกลายเป็นคำว่า "เหนื่อย" ที่มีความชื่นใจแอบแฝง
แน่นอน มันยังมีทางที่ว่านั้น ซึ่งไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย
ขอเพียงแต่ฝ่ายหนึ่งกล้าเปิดปาก และอีกฝ่ายยอมเปิดใจ
แม้จะเหนื่อยด้วยกันทั้งสองฝ่าย, อ่อนล้าด้วยกันทั้งสองใจ,
แต่แทนที่จะเอาแต่บ่นว่าเหนื่อยใส่กันและกัน
ลองเปลี่ยนคำว่า "ฉันเหนื่อยนะ" เป็น "เธอเหนื่อยบ้างไหม ?"
และเปลี่ยนคำว่า "เธอช่วยฉันบ้างสิ" เป็น "มีอะไรให้ฉันช่วยไหม ?"
พูดด้วยใจจริงที่จริงใจ มอบความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน
เพียงเท่านี้ เชื่อว่า โลกที่เคยหม่นหมองเพราะใจที่ขุ่นมัว
ย่อมจะกลับสว่างสดใสขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนฟ้าหลังฝน
แล้วความเหนื่อยล้าที่เคยเกาะกินใจนั้น ก็จะพลันหายไปในทันที
อย่าเพิ่งเชื่อ เพียงเพราะคำพูดนี้ฟังดูดี
แต่อยากให้เก็บเอาไปคิด แล้วลองทำดูก่อน
แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเชื่อดีหรือเปล่า ก็คงยังไม่สายจนเกินไป..."
นิ่งอึ้ง, นั่งฟังเพื่อนพูด,
แม้จะเป็นคำพูดที่พูดเพื่อรุ่นน้อง แต่โดนใจฉันเข้าเต็มเปา
อาจเพราะใจของฉันมันอ่อนล้า จนเผลอปิดประตูใจของตัวเองไป
หรืออาจเพราะสายตาของฉันเริ่มฝ้าฟางไปมากเสียแล้ว
จึงทำให้มองไม่เห็นความจริงข้อนี้มาตั้งนาน
...
...
ฉันอาจจะเหนื่อยก็จริง, แต่ฉันไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนที่คอยไถ่ถาม คอยให้ความช่วยเหลือ
เพียงแค่เปิดใจ มองข้ามความเหน็ดเหนื่อยตรงหน้า
เพื่อพบกับความรู้สึกดีๆ สัมผัสความห่วงใยที่มีให้กัน
รู้อย่างนี้แล้ว ฉันจะเอาความเหนื่อยมาบังกั้นความสุขไว้ทำไม ?
"...ความสุขนั้นมีอยู่แล้วใกล้ๆ ตัวของเรา, ใกล้ๆ ใจของเรา,
เพียงแต่เราอาจมองไม่เห็น เพราะความขุ่นมัวมันบังใจเราไว้
ขอเพียงแต่เราเปิดใจ มองข้ามความขุ่นมัวนั้นไป
โลกทั้งใบก็จะสดใสอยู่ภายในใจของเรานี้เอง..."
...
...
Special Thx : โน้ต สำหรับถ้อยคำข้อคิดดีๆ
และ เพื่อนๆ ทุกคน ที่คอยห่วงนะครับ
...
ขอบคุณสำหรับทุก comment นะครับ

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ..ที่ทำให้หายเหนื่อยไปอีกนิดนึงนะคะ
#1 By vinn* on 2008-05-11 18:51