๖๔. ความไว้ใจ

posted on 16 Mar 2008 14:21 by raynartz in Bio-Psycho-Social-Linguistic

เมื่อครั้งที่ยังเรียน ม.ปลาย, ที่เตรียมอุดมศึกษา,
ด้วยความที่บ้านอยู่ไกล, จากบึงกุ่มมาปทุมวัน,
การเดินทางจึงค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะช่วงเย็น
ซึ่งรถมักจะติดแหง็กอยู่บนถนนเป็นนานสองนาน
แน่นอนว่า นั่นทำให้การเดินทางกลับบ้านด้วยรถเมล์
สำหรับฉันแล้ว เป็นอะไรที่ทรมานเหลือเกิน 

พยายามหาทางกันอยู่นาน จนสองปีหลังจึงค้นพบ
ว่าจากสะพานหัวช้าง มีเรือล่องในคลองแสนแสบ
ส่งตรงถึงตลาดบางกะปิ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง
ตั้งแต่นั้นมา, ทุกเย็นฉันจึงเลือกที่จะโดยสารเรือกลับบ้าน

ถึงแม้ว่าน้ำในลำคลองอาจจะไม่โสภาสักเท่าไหร่
แต่มันก็ดีกว่าการยืนหลังแข็งเป็นเวลาเกือบสามชั่วโมง

...

...

สมัยนั้น, ใครที่โดยสารเรือในคลองแสนแสบ คงทันได้สังเกต
ว่าที่ด้านหลังพนักพิง หรือตามโครงไม้บังตัวเครื่องกลางลำ
จะมีสติกเกอร์ติดอยู่ทั่วไป เป็นข้อความเชิงออนวอน
ว่า "กรุณาจ่ายค่าโดยสาร, พวกเราอยู่ร่วมกันด้วยระบบเกียรติยศ"
และมีคำภาษาอังกฤษในวงเล็บว่า "Honesty System"
ถึงตอนนี้, ฉันก็จำข้อความเต็มๆ ไม่ได้แล้ว เพราะมันล่วงเลยมานาน
และไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า สติกเกอร์นั้นยังคงมีอยู่หรือเปล่า ?
แต่ที่แน่ๆ คำว่า "ระบบเกียรติยศ" หรือ "Honesty System"
มันติดอยู่ภายในใจของฉันตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา

บอกตามตรง ฉันรักคำว่า "Honesty System"
แม้คำแปลไทยที่ใช้จะดูเลิศหรูจนฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ
และหากแปลกันตรงตัว จะแปลว่า "ระบบความซื่อสัตย์" ก็ตาม
แต่สำหรับฉันแล้ว ฉันพอใจที่จะเรียกว่า "ระบบความไว้วางใจ"
และฉันก็มักจะหยิบยกเอาคำนี้มาใช้อยู่บ่อยๆ ในเวลาทำงาน
เพราะรู้สึกว่า เวลาพูดคำนี้แล้ว มันฟังดูอบอุ่นใจ
ก็ในเมื่อเราทำงานด้วยกัน ร่วมเหน็ดเหนื่อยด้วยกันมา
ความไว้เนื้อเชื่อใจ จึงเป็นหัวใจสำคัญของทีม
ที่จะร้อยดวงใจของทุกคนเอาไว้ให้เป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน

เพราะ เมื่อมีความซื่อสัตย์ประจำใจแล้ว
ย่อมต้องมอบความไว้วางใจให้แก่กันไปด้วย
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ฉันเลือกใช้คำว่า "ความไว้วางใจ"
แทนที่จะใช้คำว่า "ความซื่อสัตย์" ตรงตามตัว

ถ้าหากเป็นทีมเดียวกันแล้ว แต่ต่างคนต่างทำงานของตัวเอง
แม้จะมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต่องาน ต่อผู้อื่น
แต่กลับปราศจากความไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้ว
มันจะมีประโยชน์อะไร สู้แยกทีมกันไปเลยคงจะสบายใจกว่า
ดีกว่ามาเผชิญหน้าท่ามกลางความหวาดระแวงเป็นไหนๆ

...

...

อันที่จริง จะว่าไป,
ก็คงไม่เฉพาะแค่การจ่ายค่าโดยสารเรือ หรือการทำงานหรอก
ที่ต้องการ "Honesty System" หรือ "ระบบความไว้วางใจ"
แม้คนทุกคนที่อยู่ร่วมกัน ก็ต้องการ "ความไว้วางใจ" เหมือนกัน
โลกเป็นสังคมใหญ่ มีผู้คนอาศัยอยู่ร่วมกันหลายพันล้าน
ถ้าหากทุกคนต่างอยู่กันด้วยความเคลือบแคลงสังสัย
ไม่มีความไว้วางใจกัน และไม่ทำตัวให้เป็นที่ไว้วางใจแล้ว
สังคมนี้, โลกใบนี้, มันจะดำรงอยู่ต่อไปได้อย่างไร ?

ลองจินตนาการ,
ว่า เมื่อเราเดินออกจากบ้าน เจอคนเดินสวนทางมา
ในใจก็คิดฟุ้งไปว่าเขาจะเข้ามาทำร้ายบ้าง เขาจะ...บ้าง
ส่วนคนที่เดินสวนทางมาก็มีความคิดอย่างเดียวกัน
ต่างคนต่างหวาดกลัว หวาดระแวง ไม่ไว้ใจกันและกัน
ท่ามกลางความรู้สึกอย่างนี้, ความวิตกกังวลอย่างนี้,
จิตใจที่บอบบางของเราคงจะอ่อนล้าเอาการ

"...แล้วเราเลือกที่จะอยู่อย่างเคลือบแคลง หวั่นวิตก
หรือจะอยู่อย่างสบายอกสบายใจ ? ลองเลือกดู..."

...

...

"ความซื่อสัตย์" เป็นคุณธรรมพื้นฐานของมนุษย์
และฉันเชื่อว่า มันแทรกซึมอยู่ในทุกอณูหัวใจของทุกคน
เพื่อที่จะรักษาความเป็น "มนุษย์" ของพวกเราเอาไว้
แต่เหนือสิ่งอื่นใด มนุษย์ต้องมี "ความไว้วางใจ" ควบคู่กันไป
ความไว้วางใจ ไม่ใช่แค่เชื่อในความซื่อสัตย์ของอีกฝ่าย
แต่กินความหมายถึงความเชื่อมั่นในตัวของเขาด้วย
หากคนเรามีเฉพาะความซื่อสัตย์ แต่ไม่ไว้วางใจกันและกัน
การอยู่ตัวคนเดียว ต่างคนต่างอยู่ อาจจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมกว่า
เพราะหากขาดความไว้วางใจกันไปเสียแล้ว เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร ?

จากวันนี้, ลองมอบความไว้วางใจให้แก่กันดูบ้าง
ถ้ายังไม่คุ้น อย่างน้อยก็มอบมันให้กับคนข้างกายเสียก่อน
ถือเป็นความปรารถนาดีที่เรามีให้กัน จากใจสู่ใจ
หากเขาไม่แล้งน้ำใจจนเกินไป ก็คงตอบกลับความหวังดีนั้นแน่นอน

เมื่อเราทุกคนมอบความไว้วางใจให้แก่กัน
และต่างคนต่างทำตัวให้เป็นที่น่าไว้วางใจแก่อีกฝ่ายแล้ว
ปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากความเคลือบแคลง ก็จะเริ่มคลี่คลาย
ความหวาดระแวงในใจ ก็จะบรรเทาเบาบางลงไปทุกขณะ
ในที่สุด สังคมของเรา, โลกของเรา, ก็จะเต็มเปี่ยมด้วย สันติสุข อีกครั้ง

...

ปล. การนั่งอยู่ในเรือ แล้วโดนน้ำในคลองสาด
ช่างเป็นประสบการณ์ที่ "ระทึกใจ" จริงๆ - -"

... 

 

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต 

ขอโทษที่หายหน้าหายตาไปนาน
เพราะสัปดาห์ที่แล้ว มีงานล้นมือจนแทบหมดแรง
เพิ่งจะเคลียร์งานได้เรียบร้อยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้เอง
ก่อนจะเริ่มงานใหม่ในวันจันทร์ต่อไป (โอ...ชีวิต !!!)

...


ฟังเพลงนี้แล้วแอบคิดลึก (- -")

...

ประชาสัมพันธ์ "สนามเด็กเส้น : Text and the City"
ติดตามรายละเอียดการประชุมเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ได้ที่
http://www.oknation.net/blog/textandthecity
 

...

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์นะครับ 

Comment

Comment:

Tweet

<a href="http://srpbotakktyfsdi.com">chlvvsfcxqdynzl</a> http://fxupmmyrffgqtwh.com [url=http://mjsbgyisqyrgkpr.com]stxzqtxfisliiyw[/url]

#23 By zxpcoqlhax (94.102.52.87) on 2010-06-07 23:02

ย้อนเรื่องไปยังวันวาน

#22 By peeate on 2008-03-21 17:47

"Honesty System"
เป็นคำที่น่าสนใจมาก ๆ เลยค่ะ ใช้ชีวิืตรวมปีนี้เข้าย่างเข้าปีที่ 18 แล้ว เพิ่งเคยได้ยินคำนี้นะคะ

แต่เรารู้สึกว่ามันดูน่าสัมผัสมากกว่า ระบอบประชาธิปไตยอีกนะคะ ...

ระบอบประชาธิปไตยให้สิทธิกับคนทุกคน
แต่ระบบความไว้วางใจให้ "ใจ" กับคนทุกคน

: ]

#21 By {CODE;4079} on 2008-03-20 23:12

ขอบคุณค่ะที่เข้าไปอ่านเรื่องพระจันทร์สวยขอบคุณที่ให้กำลังใจค่ะ คลองแสนแสบ ก็เคยใช้บริการเหมือนกันค่า blog สวยนะคะ ชอบคำว่า "ไว้ใจ"เหมือนกันค่ะ

#20 By Ying on 2008-03-20 21:03

แวะมาบอกว่า ตอบ faqแล้วนะค้า ^^

#19 By vinn* on 2008-03-20 19:30

เข้ามายิ้มให้ครับ
ผมเคยขี่เรือเร็วครั้งหนึ่ง
เร็วมาก คิดว่าตายไปแล้ว
บังเอิญดี เราก็อยู่เตรียมเหมือนกัน บ้านไกลเหมือนกันเลย ต้องเผชิญรถติดแทบบ้า แต่สามปีผ่านไปไวชะมัด

ความไว้ใจเป็นสิ่งที่ดี แต่บางที โลกมันก็มีเรื่องเลวร้ายให้คิดจริงๆนั่นแหละ จนเราไม่อาจไว้ใจได้
อยากจะยิ้มเหมือนตอนเป็นเด็กไม่รู้อ่ะไร มองโลกในแง่ดี

#17 By only human on 2008-03-19 23:50

เขียนอะไรของคุณหนะ? ... :)

#16 By บีน on 2008-03-19 22:21

ื่ความซื่้อสัตย์และจริงใจ
ถ้าคนในสังคมเรามีให้กันเยอะๆ ก็คงดี

big smile big smile