[หมายเหตุ : เอ็นทรี่ย์นี้แอบ เครียด เล็กน้อย]

ช่วงนี้ออกไปใช้ชีวิตในโรงพยาบาลชุมชน
ที่ รพ.แสวงหา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง
ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีในการศึกษาชุมชน เรียนรู้ชีวิต
ได้ใกล้ชิดและเข้าใจพื้นฐานของสังคมมากกว่าที่เคย

...

...

การแพทย์ เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์
ที่ว่าเป็น "ศาสตร์" ก็เพราะเต็มไปด้วยเนื้อหาข้อมูล
มีข้อเท็จจริง มีทฤษฎี และระเบียบวิธีการมากมาย
จะทำอะไรต้องมีหลักฐาน (Evidence) ที่แน่ชัดยืนยัน
ถึงขนาดที่เรียนรู้กันทั้งชีวิต ก็อาจจะยังไม่ได้ถึงเสี้ยวเลย
ส่วนที่ว่าเป็น "ศิลป์" ก็เพราะการแพทย์นั้นซับซ้อน
ภายใต้คำว่าศาสตร์ มีข้อมูลมากมายเกี่ยวโยงกันไปมา
แพทย์จึงต้องมีศิลปะในการใช้ความรู้ให้เหมาะสม
เปลี่ยนศาสตร์ที่ซับซ้อนให้เป็นศิลป์ที่เข้าถึงได้
มองเห็นผู้ป่วยทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน
รู้จัก
ใช้ศาสตร์รักษากาย ใช้ศิลป์รักษาใจ
เพื่อให้เกิดความสุขแก่ทั้งสองฝ่าย

แพทย์จึงต้องมีทั้ง "ศาสตร์" และ "ศิลป์" ควบคู่กัน
เคียงข้างอย่างสมดุล จะขาดสิ่งใดไปไม่ได้เลย

การแพทย์สมัยใหม่ เน้นการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม
ว่าให้หรู ก็คือ "Holistic Approach" คือ มองผู้ป่วยเป็น "คน"
มองให้เห็นมิติชีวิตที่แฝงอยู่เบื้องหลังฉากความเจ็บป่วย
ไม่ใช่มองเห็นเป็นแค่ "ก้อนโรค" ที่เดินหรือพูดคุยได้เท่านั้น
จึงเป็นข้อแนะนำว่า ถ้ามีคนเจ็บไข้ได้ป่วยเดินเข้ามาหา
หน้าที่ของแพทย์ย่อมไม่ใช่แค่ตรวจรักษา จ่ายยาแล้วก็จบ
เพราะการทำเช่นนั้น ก็คงไม่ต่างอะไรกับช่างซ่อมรถ
ที่เพียงแค่ "ซ่อม" ให้ดีชั่วคราว ไม่นานรถก็พังซ้ำได้อีก
แพทย์ที่ดี จะต้องรู้จักการ "สร้าง" สุขภาพขึ้นทดแทน
ให้ผู้ป่วยกลับมาใกล้เคียงปกติ และดูแลตัวเองได้
อย่างนี้สิ ถึงจะเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

แพทย์คือผู้ "ซ่อมความทุกข์" และ "สร้างความสุข"
นี่แหละ คือ สิ่งที่ชาวบ้านทุกคนต้องการ

การที่จะซ่อมความทุกข์ได้นั้น แพทย์ต้องมีความรู้
นั่นคือ มีศาสตร์ที่เพรียบพร้อม เต็มเปี่ยม
ส่วนการจะสร้างความสุขได้ แพทย์ต้องมีหัวใจ
และมีความสุขในหัวใจที่มากพอจะเผื่อแผ่
นั่นคือ มีศิลปะ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างสุข
ก็ถ้าหากว่าตัวแพทย์เองยังหาความสุขในใจไม่ได้
แล้วจะเอาความสุขที่ไหนไปมอบให้กับชาวบ้านกันล่ะ ?

...

...

ชาวบ้านเป็นรากฐานของชุมชุน
และชุมชนก็ถือเป็นรากฐานของสังคม, เป็นลำดับ,
สุขภาวะที่เกิดขึ้นในครอบครัว หมายถึงสุขภาวะของชุมชน
และสุขภาวะของชุมชน ก็ถือเป็นสุขภาวะของสังคมต่อเนื่องกันไป
วิธีการที่ง่ายที่สุด ที่จะสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในสังคม
คือการมอบความสุขให้แก่ชาวบ้าน ให้แก่ครอบครัว
ด้วยการประยุกต์ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ดังที่ได้กล่าวไป
แล้วชักชวนให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสุขด้วยตนเอง
เสมือนว่า สอนคนให้รู้จักจับปลา แทนที่จะมอบปลาให้อย่างเดียว
เมื่อครอบครัวหนึ่งมีความสุข ชักนำให้อีกครอบครัวมีสุขตาม
จากนั้น ครอบครัวที่สาม สี่ ห้า ก็จะมีความสุขตามไปด้วย
อย่างนี้แล้ว ความสุขของชุมชนและสังคมจะหนีหายไปไหนกัน ?

"ความสุขของสังคม เริ่มต้นในใจของทุกคน" 

ความสุขในใจนั้นสำคัญนัก
ลองนึกภาพตามนะ ว่าอาการของโรคหลายอย่างที่เกิดขึ้น
หากมองเพียงผิวเผิน ก็คงคิดว่าต้องรักษาด้วยยา
ต้องสืบค้น ต้องลงมือลงไม้ทำหัตถการจนบอบช้ำ
อาการดังกล่าวจึงจะหายไป, ไม่งั้นไม่สบายใจ,
แต่เชื่อไหม ? บางทีอาการที่คิดว่าน่ากลัวนั้นน่ะ
เพียงแค่เราเปลี่ยนความคิด สร้างความสุขขึ้นในจิตใจ
ความรุนแรงมันก็ลดลงไปได้มากกว่าครึ่งแล้ว
เผลอๆ อาจจะหายเป็นปลิดทิ้งเสียด้วยซ้ำไป

อย่างที่เคยได้ยิน
ว่า
"แค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยนแล้ว"
ถ้าเราคิดดี เชื่อมั่นในสิ่งที่ดี อะไรดีๆ ก็จะเกิดขึ้นกับเรา
แต่หากเราคิดไม่ดีเสียแล้ว จะหวังให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นก็คงยาก

ร่างกายจะดีได้ ใจของเราต้องมีความสุขเสียก่อน
สมดังคำกล่าวที่ว่า
"สุขภาพดีเริ่มต้นที่ใจ"
แพทย์มีหน้าที่ซ่อมทุกข์ และสร้างสุขให้แต่ละคน
และอาจสอนให้แต่ละคนสร้างสุขได้ด้วยตัวเอง
ซึ่งนั่นเท่ากับว่า สามารถสร้างสุขภาพที่ดีขึ้นมาได้แล้ว
เมื่อทุกคนรู้จักวิธีการสร้างสุข ประคับประคองความสุขในจิตใจ
และมีความสุขมากเพียงพอที่จะมอบให้แก่กันและกันแล้ว
ครอบครัวก็ดี ชุมชนก็ดี หรือแม้แต่ในระดับสังคม
สิ่งที่ทุกคนได้รับ ก็คือความสุขที่เกิดจากใจของตน
แลกเปลี่ยนกับความสุขที่ต่างคนต่างมอบให้แก่กัน
สังคมของเราจะอบอุ่น โลกของเราจะอ่อนโยน
และชีวิตของเราจะสงบเย็น เปี่ยมด้วยความอิ่มเอิบใจในที่สุด

...

...

ขอบคุณ แนวคิดดีๆ จากพี่เล็กและพี่ปราณี
พยาบาลและเจ้าหน้าสถานีอนามัย ต.วังน้ำเย็น
ร่วมกับเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ เดอะ ซีเคร็ต
และบทความต่างๆ ของอาจารย์หมอประเวศ วะสี

เพลงไม่ค่อยเกี่ยวกับเนื้อหาสักเท่าไหร่ แต่ลงไว้เพราะชอบ

ของแถม สำหรับน้องๆ ที่ต้องสอบ ศรว. ขั้นที่ ๑
สรุปเนื้อหา Gross Anatomy เรื่อง Lower Limb
เชิญ download เพื่ออ่านทบทวนได้ตามสบาย

ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

Comment

Comment:

Tweet

เห็นหัวข้อบลอกนี้ เลยแว้บมาดูซะหน่อย
เห็นแล้วแอบละอายใจ กะว่าจะอัพเรื่องที่มีสาระในการออกชุมชนมานาน ไปๆ มาๆ อัพได้แต่เรื่องของกิน

งานยังไม่เสร็จเลยอ่ะ
มัวแต่งมกะสถิติ .. ความรู้นี่ half life มันสั้นจิงๆ นะเนี่ย sad smile

#13 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od on 2008-02-22 02:20

ชาวบ้านหรือคนเมือง...ก็คือคน

ทุกคนต่างก็มีความสำคัญ



ต้องรู้จักให้ความสำคัญ.....



อาจไม่เท่าเทียม




แต่ก็ต้องพยายามให้มากที่สุด







เป็นกำลังใจให้แก่คุณหมอในอนาคตนะครับ ^^big smile

#12 By Doru-Kun™ on 2008-02-12 19:08

รักษาใจได้ กายก็ไม่ยากเกินbig smile

#11 By on 2008-02-11 18:18

เป็นกำลังใจให้อยู่ในอุดมการณ์ตลอดไปครับ

#10 By book on 2008-02-10 23:58

แพทย์ต้องเก่งก็เพราะอย่างนี้แหละค่ะฝ้ายว่านะ

ต้องรักษาและเยียวยา ไม่ใช่สักแค่ให้คนไข้หายแต่ต้องแนะนำการป้องกัน ให้ความรู้ไว้ด้วย

จะว่าไปแพทย์ก็ต้องการการใช้จิตวิทยาไม่น้อยเลย

เป็นแพทย์ถึงได้ยาก แต่มีคุณค่าค่ะ ^^

#9 By vinn* on 2008-02-10 22:18

เห็นด้วยอย่างยิ่ง สุขได้เท่าใจคิด
ไม่เพียงเฉพาะการแพทย์
หากการอื่นๆ ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ควบคู่กันไป คงจะดี

เพลงเพราะค่ะ

ครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศ โลก
โดยส่วนตัว คิดว่าสิ่งสำคัญอยู่ที่ใจ
ทั้งปัญหา สาเหตุ และการแก้ไข
หากผู้คนมีจิตใจที่เข้มแข็งล่ะก็ คงจะดี sad smile

#8 By antzzer on 2008-02-10 21:14

ผมมีปณิธาน...
จะสืบสานงานแพทย์ศาสตร์ด้วบมาดมั่น
แม้เหนื่อยยากลำบากแสนแค้นชีวัน
จักไม่ขอทิ้งฝัน อันตั้งใจ....

ถ้าผมสอบหมอได้ ผมจะตั้งใจเป็นหมอที่ดีคับ
ถ้า...ทุกคนล้วนแต่เกิดจากจิตใจเจ็บป่วย
คงดี...ถ้าเราต่างช่วยเยียวยาซึ่งกันและกัน
ให้...การป่วยไข้เป็นสายใยผูกพัน
ก่อ...เกิดพลังให้ทุกใจได้เดินทางต่อ

#6 By เงา on 2008-02-10 20:05

ชอบมากครับ big smile

ชอบประโยคนี้

ความสุขของสังคม เริ่มต้นในใจของทุกคน"

#5 By หูใหญ่ on 2008-02-10 19:17

ร่างกายสัมพันธ์กับจิตใจควบคู่ไปกับความคิด แบบนี้ใช่ไหมคะ ?

อ้อ...
big smile อ่านเอนทรี่นี้แล้วรู้สึกรักคุณหมอจังค่ะ

#4 By ire_u on 2008-02-10 18:27

ทุกอาชีพต้องปรับให้เข้าได้กับทุกสถานการณ์จึงจะถือว่า สำเร็จค่ะbig smile

#3 By เหว่าจัง on 2008-02-10 16:34

โลกอ่อนโยน เพราะมีคนอ่อนโยนเช่นคุณ
อิ่มเอมใจกับบทความค่ะbig smile

#2 By ฉันเอง on 2008-02-10 16:22

จริงคะการเป็นแพทย์พยาบาลต้องเก่งทั้งศาสตร์และศิลป์คะ ต้องเก่งทั้ง Art and Science ที่สำคัญงานนี้ทำงานไปด้วยทำบุญไปด้วยนะคะ อิอิ ขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอคนเก่งคะbig smile big smileทุกอย่างจะดีได้ต้องอยู่ที่ใจคะ ใจคนไข้จะได้ดี ถ้าเราให้ใจเค้าก่อน เมื่อคนไข้รู้สึกดี การรักษาก็จะเป็นเรื่องง่าย ภาวะจิตใจคนไข้สำคัญที่สุดคะ big smile big smile

Recommend