มะเร็งทำอะไรเราไม่ได้ในด้านจิตใจ
ก็ใช้คาถาเดียวนี่แหละ
: ตามดู รู้ทัน วางอุเบกขา

หนึ่งถ้อยคำ ที่ ป้าหมอ ศ.เกียรติคุณ พญ. สุมาลี นิมมานนิตย์
ให้สัมภาษณ์ไว้กับหนังสือพิมพ์
The Nation ฉบับที่ ๗๑๓
ภายหลังทักทายกับ
คุณมะเร็ง มาเป็นเวลากว่าปี

...

...

หลายคนคงจำได้ ว่า ฉันเคยเขียนถึงท่านอาจารย์สุมาลีไปแล้ว
ตั้งแต่เมื่อครั้งแรกที่ได้ทราบข่าวอนิจกรรมของท่าน, หลายเดือนก่อน,
ครั้งนี้ ขอเขียนเพิ่มเติม หลังจากที่ได้ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพของท่าน
ณ วัด เทพศิรินทราวาส เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๒ ธันวาคม ที่ผ่านมา

...

อาจารย์สุมาลีเขียนบันทึกเอาไว้ ก่อนที่จะลาจาก
เก็บเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของท่าน ในแต่ละช่วงเวลา
ตั้งแต่เมื่อแรกรู้จักกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ซึ่งท่านเรียกว่า
คุณมะเร็ง

ผ่านการตรวจ การรักษาหลายต่อหลายครั้ง จนร่างกายบอบช้ำ
กระทั่งวันที่อาการของท่านทรุดหนักเต็มที
เหตุผลนั้นเพื่อเป็น
มรณานุสติ
แก่ตัวของท่านเอง
ให้ระลึกรู้ถึงความเปลี่ยนแปลง ความเจ็บป่วยต่างๆ ที่ปรากฏ
ว่า มันหนักหน่วงหรืออ่อนโยน โศกเศร้าหรือปีติเพียงไร
และเป็น
อุทาหรณ์
แก่ผู้คนทั่วไป ให้ได้รับรู้
ว่า คนใกล้ตายนั้น มีความรู้สึกอย่างไรกัน

โรคมะเร็งที่เข้ามาทักทายอาจารย์สุมาลีนั้น
เป็นมะเร็งชั้นราชา ที่ย่องมาทำร้ายท่านอย่างแยบยลที่สุด
เริ่มจากมีน้ำในช่องปอดเพียงเล็กน้อย พอให้หายใจขัด
และเจ็บแปลบที่ชายโครงขวา ร้าวไปถึงหัวไหล่ จับจุดไม่ชัด
นอกจากนั้นแล้วไม่มีอาการอื่นใดเลย ยังกินอิ่มนอนหลับ
ร่างกายแข็งแรงดี สามารถทำงานได้อย่างปกติ

แต่ใครเลยจะรู้...
ว่า บททดสอบที่หนักที่สุดกำลังคืบคลานเข้ามาในชีวิตของท่าน
หลังจากผ่านการตรวจร่างกายอย่างหฤโหด ด้วยเครื่องมือมากมาย
จนถึงขั้นลงมีดผ่าตัดเปิดหน้าท้อง เพื่อค้นหาความจริง
แต่กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร คุณมะเร็งนั้นก็แผลงฤทธิ์ไปมากเสียแล้ว
มันเริ่มต้นที่เยื่อบุช่องท้อง ส่วนที่ติดอยู่กับกระบังลมด้านขวา
เรียกชื่อหรูๆ ว่า
“Primary Peritoneal Serous Carcinoma : PPSC”

แล้วกระจายไปตามเยื่อบุช่องท้องบริเวณอื่นๆ และส่วนอื่นของร่างกาย
ซึ่งนั่นเป็นบทสรุปที่ชัดเจนว่า คุณมะเร็งได้ลุกลามจนถึงขั้นที่ ๔ แล้ว
!!!

ท่านกล่าวไว้เป็นทำนองเรื่องขำขัน
ว่า เมื่อเพื่อนของท่านได้ทราบว่าท่านเป็นโรคมะเร็งชนิดใดแล้ว
ถึงกับเอ่ยปาก ว่า
เป็นโรคได้สมศักดิ์ศรี
เพราะพบได้น้อยมาก
เหมือนกับคลื่น
ท์ซึนามิ
ที่เกิดได้ยาก มาโดยไม่บอกกล่าว
แต่เมื่อมาแล้วก็ทำลายทั้งบ้านเรือนและชีวิตนับแสนได้ในชั่วพริบตา

เพราะความที่เป็นมะเร็งชนิดร้าย
ผลการรักษาจึงไม่ดีอย่างที่หลายคนต้องการ
ช่วงเวลาเพียงแค่ ๒ ปีกว่า ภายหลังจากมีอาการครั้งแรก
อาการของท่านก็ทรุดหนักลง โดยที่ยาดีเพียงใดก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย

แต่ความเจ็บป่วยครั้งนี้ ก็ทำให้ท่านได้เรียนรู้
และถือเป็นโอกาสให้ท่านได้ใช้ความรู้ของพระพุทธเจ้า
ซึ่งท่านได้ฝึกปฏิบัติมาอย่างดีแล้ว ให้เกิดประโยชน์จริง
นั่นคือ การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ตามหลักพระพุทธศาสนา
ท่านได้
ตามดู รู้ทัน วางอุเบกขา กับสิ่งที่ท่านเป็น
กำหนดรู้สิ่งที่เกิดขึ้น ติดตามความเปลี่ยนแปลง
และยอมรับสิ่งเหล่านั้นอย่างสงบ เป็นธรรมชาติที่สุด
จิตของท่านจึงเป็นอิสระจากความเจ็บป่วย
และเบิกบานอยู่ในทุกขณะของลมหายใจ

จากสิ่งต่างๆ ที่ได้ในครั้งนี้
ข้าพเจ้าจะไม่ขอบคุณ
คุณมะเร็ง แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

ที่มาเยือนข้าพเจ้าได้อย่างไร ?
,
ท่านกล่าวไว้เช่นนั้น

...

บ่อยครั้ง ที่คนไข้มักมองว่าหมอไม่น่าเจ็บป่วย
เพราะเห็นว่าหมอทำงานในด้านนี้ น่าจะมีวิธีป้องกันตัวเอง
และในทางตรงกันข้าม หมอที่ไม่เคยเจ็บป่วย
ก็อาจไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกที่คนไข้มี
เมื่อเป็นอย่างนี้ ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน
และนำไปสู่ความขัดแย้งกันในที่สุด

อาจารย์สุมาลีท่านได้ลงทุนทำวิจัย ด้วยชีวิตของท่านเอง
ท่านได้แสดงให้เห็นแล้วว่า หมอก็เจ็บป่วยได้
เพราะหมอนั้นก็เป็นคน ไม่ได้ต่างไปจากคนไข้
และแม้ขนาดตัวของหมอเอง บางครั้งยังรักษาตนเองไม่ได้
แล้วจะหวังให้รักษาทุกโรคที่คนไข้เป็นได้อย่างไร

และในทางกลับกัน ท่านก็ได้แสดงให้เห็นแล้วเช่นกัน
ว่า ความรู้สึกของคนที่ต้องเจ็บป่วยนั้นเป็นอย่างไร
ร่างกายที่บอบช้ำจากการตรวจและรักษาด้วยวิธีการต่างๆ
ทั้งด้วยความพลาดพลั้ง และด้วยเหตุสุดวิสัย
ความเจ็บปวด และประสบการณ์เฉียดตายของท่าน
ล้วนเป็นแง่คิดแก่หมอผู้ทำการรักษาคนไข้ทั้งสิ้น
ว่า ถ้ารู้จักแต่จะรักษากาย แต่ไม่รักษาใจแล้วไซร้
การรักษานั้นจะสมบูรณ์ไปไม่ได้เลย

บางครั้ง, สำหรับหมอ, การถามคนไข้ด้วยประโยคธรรมดา
ว่า
รู้สึกกังวลบ้างไหม ?, มีเรื่องอะไรหนักใจหรือเปล่า ?
อยากให้หมอช่วยเหลือเพิ่มเติมไหม ?
, ด้วยความจริงใจ
เพียงเท่านี้ อาการของคนไข้ก็ดีขึ้นกว่าครึ่งแล้ว, มิใช่หรือ ?

...

ความทุกข์นั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากในโลก
ไม่เฉพาะแต่ความตาย ซึ่งเป็นแค่เพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ
เมื่อเทียบกับท้องทะเลทุกข์ที่ท่วมท้นจิตใจของคนเรา
รอบกายเรา มีแต่เกลียวคลื่นทุกข์ที่ต้องคอยแหวกว่ายอยู่ไปมา
เมื่อเป็นเช่นนี้ ความทุกข์จึงเป็นสิ่งธรรมดาธรรมชาติอย่างที่สุด
ไม่มีใครที่จะหลีกพ้นความทุกข์ไปได้ แม้เพียงกระเบียดนิ้ว
หนทางในการดำรงชีวิต คือ การอยู่กับความทุกข์ให้เป็น
มองให้เห็นความทุกข์ ทำความรู้จักและเข้าใจมันอย่างถ่องแท้
เพื่อเตรียมใจของเราให้พร้อม กับความทุกข์ที่คาดเดาไม่ได้
เผื่อว่าสักวันถึงคราวที่เราหมดแรง และจมลงสู่ท้องทะเลทุกข์นั้น
เราจะยิ้มรับมันได้อย่างมีความสุข

...ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่าตนเองจะตายอย่างไร
ได้แต่หวังหว่าจะมีสติบ้างตอนตาย
แต่ก็ได้อย่างไรก็เป็นอย่างนั้น
ขอลาทุกคนไปก่อน ขอบคุณสำหรับทุกๆ อย่าง
รักทุกคนมาก...

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายของบันทึกฉบับนี้
ขอให้อาจารย์มีความสุขในสัมปรายภพนั้น เทอญ

...

ในวันเดียวกัน ได้ไปร่วมงาน Bluebell Party ส่งท้ายปี ๒๕๕๐
ที่ร้าน Sofa So Good กลางซอยอารีย์ ๕ พหลโยธิน
เสียดายที่ไม่ได้หยิบกล้องติดมือไปด้วย
จึงขอยืมรูปจากคุณอั๊ส - Asuka : http://asuka111.exteen.com

มาแปะไว้ท้ายบล็อกนี้ละกัน, ขอบคุณคุณอั๊สมากครับ

"Merry Christmas & Happy New Year"
("~.~) ขอให้มีความสุขทุกคนครับ (~.~")

Comment

Comment:

Tweet

<a href="http://mbjhblkqxywadii.com">xfyacilydrzebvr</a> http://fvxfmpaozxhznut.com [url=http://iqqgoebqhtxtfmu.com]yybtixzyxowtnre[/url]

#9 By fmldyzdura (94.102.52.87) on 2010-06-10 22:11

<a href="http://srpbotakktyfsdi.com">chlvvsfcxqdynzl</a> http://fxupmmyrffgqtwh.com [url=http://mjsbgyisqyrgkpr.com]stxzqtxfisliiyw[/url]

#8 By zxpcoqlhax (94.102.52.87) on 2010-06-07 23:02

ชอบประโยคนี้จังค่ะ อ่านแล้วโดน

"หนทางในการดำรงชีวิต คือ การอยู่กับความทุกข์ให้เป็น
มองให้เห็นความทุกข์ ทำความรู้จักและเข้าใจมันอย่างถ่องแท้เพื่อเตรียมใจของเราให้พร้อม กับความทุกข์ที่คาดเดาไม่ได้"

ถ้าทำได้ตามนี้แม้จะทุกข์มากซักเพียงใดคงสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

big smile big smile big smile

#7 By kaew on 2007-12-26 18:28

ขอให้มีความสุข X-mas เช่นกันครับ

^_^

#6 By d[^_^]b on 2007-12-25 01:31

แวะมาเยี่ยมครับผม พี่อาท
ขอแอดบล็อกพี่นะครับ ^^
ส่วนรูปงานแบบใหญ่เดี๋ยวผมส่งให้ทางอีเมล์นะ


เมอร์รี่คริสมาสต์ด้วยครับ confused smile

#5 By asuka111 on 2007-12-25 00:19

ผมกลัวว่าผมจะเป็นมะเร็ง
เดี๋ยวนี้คับ
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์นะคะ , ดีมากเลยค่ะ
แต่ถ้าเธอเข้าใจเขาอยู่ฝ่ายเดียวมันก็คงเหนือยจนเกินไป

ยินดีที่ได้พบเจอใน exteen นะคะ x'mas ค่า
big smile

#3 By uibweb on 2007-12-24 21:27

เข้ามาบล็อกนี้ทีไรมันตรึงใจเหลือเกินครับ
ทั้งเนื้อเพลงและข้อความ
เขียนได้ดีจริงๆครับ
ใช่เลยครับ มะเร็งสอนเราหลายอย่างจริงๆ

#2 By on 2007-12-24 15:54

อ่านแล้วเศร้าๆแต่ก็มีกำลังใจแฝงไว้ในบันทึก
คุณป้า warmnessเสียด้วยโรคมะเร็งเหมือนกัน
เข้าใจความรู้สึก ความเจ็บปวด ทรมาน
แต่กำลังใจที่ดี ทำให้ผู้ป่วย
จากโลกนี้ไปได้อย่างไม่กังวลและหวาดกลัว

แวะมา สุขสันต์วันคริสมาสนะคะ
ขอให้มีความสุขมากๆจ้า
big smile open-mounthed smile confused smile

#1 By warmness on 2007-12-24 13:31

Recommend