๔๓. สายรุ้งคนละตัว
posted on 16 Sep 2007 17:04 by raynartz in Bio-Psycho-Social-Linguistic
ฟ้าหลังฝนมักจะสดใส
เพราะก้อนเมฆครึ้มที่คลุมฟ้า ดำทะมึนไปทั่ว
ได้ปล่อยหยาดฝนที่มันอุ้มเอาไว้ลงมาจนหมด
คล้ายปล่อยวางภาระ สร้างความชุ่มฉ่ำให้ชีวิต
ตัวมันจึงโล่งเบา และลอยเบิกแสงสว่างแก่สรรพสิ่งบนโลกใบนี้
ภายหลังฝนซาเม็ด, หากใครอยู่ในที่โล่ง คงจะพอเห็น
สายรุ้งเจ็ดสี พาดร่างจากฟ้าฝั่งซ้าย เป็นสะพานโค้งยาวสู่ฝั่งขวา
เหมือนอย่างตำนานฝรั่งบอกเอาไว้ ว่าที่ปลายสายรุ้งข้างหนึ่ง
จะมีทองคำ และสมบัติจำนวนมากมายวางกองอยู่ที่นั่น
แต่คนที่ออกค้นหา ยังไม่มีใครเคยพบเห็นขุมสมบัติที่ว่านั้นเลย
อาจจะเป็นเพราะออกตามหากันคนละเส้นทาง
เพราะต่อให้คนสองคนที่ยืนอยู่เคียงข้างกัน
ทอดสายตาระดับเดียวกัน บนท้องฟ้าผืนเดียวกัน
แต่สายรุ้งที่พวกเขามองเห็น เป็นรุ้งคนละตัว
หากตามเริ่มตามหาจากสายรุ้งที่ต่างตัวอย่างนั้นแล้ว
ก็คงไม่แปลก ที่ต่างคนต่างหาสมบัติที่ว่านั้นไม่เจอ
...
เรื่องธรรมดาของธรรมชาติ
การเกิดรุ้ง เป็นผลจากดวงอาทิตย์ที่ฉายแสงผ่านละอองน้ำ
แล้วสะท้อนเป็นแถบสี (spectrum) กลายเป็นสายรุ้งให้เราเห็น
เมื่อมองจากคนละจุด แม้จะต่างกันเพียงไม่กี่ช่วงนิ้วมือ
องศาหักเหแสงก็จะเปลี่ยนไป สะท้อนแถบสีออกมาคนละทาง
คนสองคนที่มองอยู่นั้น จึงเห็นรุ้งต่างตัว ต่างองศาแสงกัน
ธรรมชาติ, ครูผู้ยิ่งใหญ่ของสรรพสิ่ง, ได้สอนเรา
ผ่านความลับเล็กๆ ของละอองน้ำและลำแสงหักเห
กลายเป็นเรื่องราวที่มีหลากหลายมิติทับซ้อนกัน
มากกว่าแกน x, y และ z ในเรขาคณิตวิเคราะห์ที่พวกเราเคยเรียน
การเกิดรุ้งต่างตัว ที่แม้จะมองจากจุดที่อยู่ใกล้เคียง
ไม่ต่างอะไรกับความคิดของคนต่างคน ต่างจิตใจกัน
ที่แม้จะยืนอยู่ใกล้ชิดกันเพียงไร ก็ยังมีความเห็นที่ต่างกันได้
อย่างที่พวกเรามักจะบ่นกันละว่า "นานา จิตฺตํ - เอวํ ก็เปนอย่างนี้"
เพราะเมื่อคนสองคน, หรือมากกว่า, มองเหตุการณ์หนึ่งที่เกิด
แต่ละคนย่อมมีพื้นฐานความคิด มีประสบการณ์ที่แตกต่าง
ความคาดหวัง บทรับรู้และตีความคุณค่าของเหตุการณ์นั้นจึงต่างกัน
เหมือนอย่างที่คนสองคนมองเห็นรุ้งคนละตัว
ทั้งที่เป็นแสงอาทิตย์ดวงเดียวกัน ละอองน้ำหยดเดียวกัน
และเกิดเป็นรุ้งในช่วงเวลาเดียวกัน
เมื่อมองจากคนละมุม ต่างพื้นฐานประสบการณ์
สิ่งที่มองเห็น คุณค่าที่ตีความ ก็ย่อมต่างกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพราะรับรู้จาก "sensory association cortex" ที่ต่างกัน
การจะบังคับให้คนสองคนมีความเห็นตรงกันทุกเรื่อง
จึงเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย
...
คนบางคน, หรืออาจจะหลายคน,
มักยกเอาเรื่องที่มีความเห็นไม่ตรงกันนี้ มาเป็นข้ออ้าง
แล้วบอกกับอีกคนว่า "เราคงไปด้วยกันไม่ได้"
เพราะไปสร้างกำแพงความคิดเอาไว้เสียตั้งแต่ต้น
ว่า คำว่า "ไปด้วยกันได้" คือต้องลงเอยตรงกันทุกอย่างไป
หารู้ไม่เลยว่า นั่นเป็นความคิดที่ผิดไปไกล
เพราะแม้แต่ภายในใจของคนๆ เดียว, ในบางโอกาส,
ก็ยังเกิดความแตกต่างกันขึ้นมาเองได้
แล้วจะหวังอะไร เมื่ออยู่ด้วยกันถึงสองคน ?
คำว่า "ไปด้วยกันได้" จึงไม่ใช่การเห็นตรงกันทุกอย่างหรอก
แต่มันคือ ความเข้าใจในสิ่งแตกต่าง ที่แต่ละคนมองเห็นต่างหาก
ถ้าแค่มีความเห็นต่างกันในบางเรื่อง
อย่าให้ต้องถึงกับ "ไปกันไม่ได้" เลย
เพราะแม้แต่ธรรมชาติเอง ก็ยังมีความแตกต่างกันภายในตัว
แต่ธรรมชาติได้สอนให้เรารับรู้ และยอมรับในความแตกต่างนั้น
"ความแตกต่าง" ไม่ใช่ความ "ขัดแย้ง" สักหน่อย, จริงไหม ?,
หากเรารับรู้และเข้าใจมันอย่างดีแล้ว โลกนี้จะสดใสขึ้นอีกเยอะ
เราจะมีเรื่องราวความคิดที่หลากหลาย รู้จักเข้าใจกัน
เหมือนอย่างสายรุ้ง ที่แม้แต่ละคนจะมองเห็นกันคนละตัว
แต่ทุกคนก็มองเห็นความสวยงามของมันเหมือนๆ กันนั่นเอง
lign="right">
ประชาสัมพันธ์
สุมาลี โรยร่วงร้างลอยหาย
นิม นิ่มพลันฤทัยสลาย สลดหล้า
มาน เหมือนหม่นหมองหมาย มัวหมด มานเอย
นิตย์ เนื่องพระคุณเปรียบฟ้า กว่าฟ้าดินเสมือน
กำหนดสวดพระอภิธรรมศพ ศ. พญ. สุมาลี นิมมานนิตย์
อดีตหัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
วันที่ ๑๔ - ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ; เวลา ๑๙.๐๐ น.
ณ ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร
ภาควิชาอายุรศาสตร์ เป็นเจ้าภาพในวันจันทร์ที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐
| เรื่อง: | ฝนตกเป็นรอยยิ้ม |
| เขียน: | รัตนาดิศร |
| ภาพประกอบ: | สิ้มกิ้ว |
| ISBN: |
978-974-8003-50-4 |
| ความหนา: | 104 หน้า |
| ราคา: |
95 บาท |
|
สำนักพิมพ์ Bluebell |
ขอบคุณทุก comment เห็นครับ

#1 By Mr.show on 2007-09-16 22:06