ณ สำนัก ติ๋นหงวนจื้อ มีต้นไม้วิเศษต้นหนึ่ง
ต้นไม้ต้นนี้เกิดขึ้นก่อนที่ดินและฟ้าจะแยกออกจากกัน
เรียกว่า ยิ่นเซียมก๊วย หรือ ผลไม้ให้พลัง
สามพันปีจะออกดอก สามพันปีติดผล และอีกสามพันปีผลจึงสุกงอม
ร่วมหมื่นปีจึงใช้กินเป็นยาวิเศษ เพิ่มพลังชีวิตได้
และในแต่ละรอบหมื่นปี ยิ่นเซียมก๊วยจะติดผลเพียง ๓๐ ผลเท่านั้น
ติ๋นหงวนจื้อ - เจ้าสำนัก ได้สั่งศิษย์เอาไว้ก่อนที่ตนจะออกไปบำเพ็ญพรต
ว่า หากคณะผู้เดินทางไปชมพูทวีปผ่านมาถึง ให้เชิญเข้าพักยังสำนัก
เก็บผลยิ่นเซียมก๊วยสัก ๒ ผล แทนเครื่องรับรอง
ถวายแด่ พระถังซำจั๋ง และศิษย์อีกทั้ง ๓ คน

พระถังซำจั๋ง เมื่อแลเห็นผลยิ่นเซี่ยมก๊วยแล้วก็นึกรังเกียจ
เพราะลักษณะผลยิ่นเซียมก๊วยเมื่อสุกงอม คล้ายกับเด็กแดงแรกเกิด
ท่านถึงกับหลุดปากรำพึง ว่าท่านเจ้าสำนักช่างใจไม้ไส้ระกำเหลือเกิน
"...จะให้อาตมาฉันเด็กแดงนี้ได้อย่างไรกัน, บาปกรรม บาปกรรม..."

ภาพยนตร์จีน ไซอิ๋ว : 西游记

...

วรรณกรรมจีน เรื่อง ไซอิ๋ว : 西游记
ถือเป็น ๑ ใน ๔ ยอดวรรณกรรมจีนคลาสสิก
นอกเหนือจาก สามก๊ก ซ้องกั๋ง และกิมปังบ๊วย ที่พวกเรารู้จักกัน
ไซอิ๋ว ประพันธ์โดยท่าน อู๋ เฉิงเอิน : 吴承恩 กวีในสมัยราชวงศ์หมิง
เก็บความจากบันทึกการเดินทางของภิกษุ เหียนจัง ในสมัยราชวงศ์ถัง
จากเมืองซีอานไปยังชมพูทวีป เพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎก
กลับมาถวายแด่พระเจ้า ถังไท่จง - พระเจ้ากรุงจีนในสมัยนั้น

อาจจะเหมือนเป็นเพียงแค่วรรณกรรมเพลิดเพลิน
ที่ผู้ประพันธ์หยิบเอาเรื่องจริงผสมปนเปกับจินตนาการ
ถ่ายทอดเป็นเรื่องราวอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เหนือฟ้า ใต้บาดาล
แต่ใครเลยจะทันคิดว่า โดยเนื้อแท้ของวรรณกรรมจีนเรื่องนี้
คือ "พุทธธรรมสัญลักษณ์" ที่ลึกซึ้งแยบคาย
หากกระเทาะเปลือกความสนุกสนานในเรื่องราวนั้นได้
แก่นสารภายในก็ล้วนประเทืองจิตใจยิ่งนัก

อู๋ เฉิงเอิน : 吴承恩 กวีในสมัยราชวงศ์หมิง

...

ยิ่นเซียมก๊วย ออกผลครั้งละ ๓๐ ผล
เปรียบเหมือน บารมีธรรม ๓๐ ประการ
คือ บารมี ๑๐, อุปบารมี ๑๐ และปรมัตถบารมี ๑๐
หมื่นปีผลจึงสุกงอม เพราะบารมีทั้ง ๓๐ นี้บำเพ็ญเพียรได้ยาก
แต่หากใครหมั่นบำเพ็ญรักษาไว้ได้ครบ
จิตใจของคนผู้นั้นก็จะชุ่มชื่น มีพละกำลังเข้มแข็ง
เสมือนได้ยาอายุวัฒนะมาบำรุงร่างกาย

อุบายของยิ่นเซียมก๊วย อยู่ที่ผลสุกงอม
เด็กแดงแรกคลอด คือ สิ่งแทนความไร้เดียงสา ไม่ยึดติด
การที่ยิ่นเซียมก๊วยออกผลเป็นเด็กแดงอันบริสุทธิ์นั้น
หมายความว่า บารมีทั้ง ๑๐ ที่บำเพ็ญมานับหมื่นปี
สุดท้ายก็สรุปได้เป็นเพียง "ความไม่ยึดมั่นถือมั่น"
ดังคำว่า "สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย"
คือ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น, แม้แต่พระธรรมเองก็ตาม
อุปมาเหมือนเมื่อลอยแพข้ามฝั่งน้ำแล้ว ก็จงทิ้งแพนั้นเสีย
จะลำบากแบกแพขึ้นฝั่งไปอีกทำไมกัน ?

พระถังซำจั๋ง เปรียบเป็นขันติ สัจจะ และอธิษฐาน
ท่านเป็นภิกษุเคร่งวินัย เชี่ยวชาญพระไตรปิฏก
ก็เหมือนกับนักวิชาการคงแก่เรียนทั้งหลาย
ท่านจึงไม่กล้าฉันผลยิ่นเซียมก๊วย เพราะไม่กล้าปล่อยวาง
และยังทำใจไม่ได้ หากต้องบำเพ็ญบารมีอย่างเด็กแดง
ที่เท่ากับว่า บำเพ็ญมาแทบตาย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลย

คนทั่วไปก็เป็นอย่างนี้เสมอ, ไม่เฉพาะแต่พระถังซำจั๋ง
ความรู้ที่มากล้น ก็เหมือนกับเสือร้ายที่กำลังคะนอง
มีพละกำลังมหาศาล สามารถขย้ำเหยื่อให้ตายคาที่ด้วยเพียงอึดใจ
แต่คนโดยมาก เมื่อมีความรู้ - กระโดดขึ้นขี่หลังเสือ
ครั้นจะลงก็กลับหาทางลงไม่ได้ เพราะรู้จักแต่ขึ้นเท่านั้น
จึงจำต้องเชิดหน้าเกาะหลังเสือร้ายต่อไป, ด้วยใจหวั่น,
เพราะกลัวว่า หากลงเหยียบพื้นเมื่อไร เสือจะขย้ำเอาตาย

ไม่ได้ตั้งให้ทุกคนสละทิ้งความรู้ ไม่สนใจขวนขวาย
เพียงแต่คิดว่า เมื่อขึ้นขี่หลังเสือแล้ว ก็อยากให้รู้จักกำราบเสือ
ก้าวลงจากหลังเสือให้เป็น และเดินเคียงเสือตัวนั้นอย่างสง่างาม
ความรู้ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิตก็จริง
แต่ความเบาสบายของจิตใจก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
หากรู้จักใช้ความรู้ที่มีอย่างเหมาะสม ไม่อวดดีถือตัว
และรู้จักวางมันลงบ้างเมื่อรู้สึกเมื่อยล้า ผันผ่อนความหนักอึ้ง
ชีวิตคงชุ่มชื่น มีความสุข ก่อเกิดพละกำลังทั้งร่างกายและจิตใจ
เสมือนการได้กินผลยิ่นเซียมก๊วยแสนวิเศษ อย่างนั้น...


ขอขอบคุณ :

อาจารย์ ยงยุทธ์ โรจนวรเกียรติ
รองผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
ที่ปรึกษาพิเศษ ชมรมศิลปและวัฒนธรรมไทย ต.อ.
ผู้แนะนำหนังสือ "เดินทางไกลกับไซอิ๋ว" ฉบับพิมพ์ครั้งแรก
ซึ่งขณะนี้พิมพ์ใหม่ในชื่อ "ลิงจอมโจก" โดยท่าน
เขมานันทะ
ให้ได้อ่านตั้งแต่ครั้งยังเรียนอยู่ชั้น ม.๖, หลายปีผ่านไป,
เมื่อ ๒ - ๓ วันที่แล้ว นึกย้อนเรื่องราวขึ้นมาได้บ้าง
เลยเก็บความมาเป็นแกน เพื่อต่อเติมและเล่าสู่กันฟัง


เพลงประกอบภาพยนตร์จีนชุด ไซอิ๋ว (ภาคไหนก็ไม่รู้แฮะ)

เชิงอรรถ :

ยิ่นเซียม น่าจะเป็นสำเนียงแต้จิ๋วของคำว่า 人参 ซึ่งอ่านสำเนียงจีนกลางว่า rén shēn (เหยินเซิน) แปลว่า โสมคน (人 = คน,参 = โสม)เพราะโสมชนิดนี้มีลักษณะที่ประกอบด้วยส่วนหัว ลำตัว แขนและขา มองดูคล้ายตัวคน มีสรรพคุณเป็นยาชูกำลังอย่างดี เข้าใจว่าท่าน อู๋ เฉิงเอิน คงเล็งเห็นลักษณะพิเศษของพืชชนิดนี้ จึงนำมาผูกเข้าเป็นผลไม้เซียนในเรื่องไซอิ๋ว จะต่างก็เพียงโสมเป็นพืชที่มีส่วนหัวฝังอยู่ในดิน แต่ยิ่นเซียมก๊วยเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ออกผลห้อยย้อยลงคล้ายกับต้นมะม่วงในบ้านเรา

ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

Comment

Comment:

Tweet

<a href="http://mbjhblkqxywadii.com">xfyacilydrzebvr</a> http://fvxfmpaozxhznut.com [url=http://iqqgoebqhtxtfmu.com]yybtixzyxowtnre[/url]

#9 By fmldyzdura (94.102.52.87) on 2010-06-10 22:11

...ขอบคุณมาค่ะ

..

#8 By Coffee mania on 2007-09-08 17:56

โอ้ว ล้ำเลิศ

#7 By wHo aM i ? on 2007-09-07 00:37

มาขอบคุณกำลังใจดีๆค่ะ

#6 By ~eVe~ on 2007-09-06 11:58

โห ขอบน่ะไซอิ้วอ่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรแฝงมากขนาดนี้

#5 By Mr.show on 2007-09-05 16:51

ยากจัง

#4 By มิตสึกิ on 2007-09-04 07:51

มาเม้นจ้า
.
.
.
เพลงอ่ะ จีน เลย

#3 By ....l ซ J.... on 2007-09-03 23:38

"พุทธธรรมสัญลักษณ์" เพิ่งเคยได้ยินเลย

#2 By cmupark on 2007-09-03 20:25

มาติดตามอ่านสาระในนิยาย

Recommend