๓๙. Qana : ปรอยหิมะ
posted on 19 Aug 2007 17:00 by raynartz in Bio-Psycho-Social-Linguistic
เกล็ดหิมะโรยร่วงจากฟากฟ้า ท่ามกลางความหนาวเย็น
ค่อยคลุมร่างทับถม เพิ่มพูน จนขาวโพลนไปทั่วลานสายตา
ซากปรักหักพัง, ผลจากสงคราม, ยังคงนิ่งสงบ
ยอมรับในสภาพกรรมของตน
สายลมพลิ้วเอื่อย...
โชยเกล็ดหิมะให้ไหวระลอก เป็นระบำกลางอากาศ
หวิวหวามในความนิ่ง ไหวติงอย่างเงียบสงบ
โรยตัวปะปนกับเหล่าภูตหิมะตัวน้อย ที่ล่องลอยรื่นเริง
ภูตเหล่านี้เอง ที่คอยโปรยเกล็ดหิมะเมื่อยามที่อากาศเหน็บหนาว
สองปีกของเหล่าภูต กระพือพลิ้วราวกับผีเสื้อป่า
ประดับร่างน้อยที่งดงาม ประดุจนางฟ้าจากสรวงสวรรค์
มือหนึ่งกำเกล็ดหิมะ อีกมือหยิบโปรย
พร้อมกับร่ายรำนาฏกรรมแห่งฤดูกาล
แต่ ณ พื้นเบื้องล่าง, ใต้ชายคาของซากปรักหักพัง
หนึ่งสาวน้อย นั่งอยู่เดียวดาย สายตาเหม่อมองท้องฟ้าไกล
เธอสวมเสื้อคลุมตัวเก่า ปลายแขนและชายเสื้อขาดเป็นริ้ว
นั่งกอดเข่าทั้งสองข้าง สองมือกุม เป่าลมหายใจ
ทว่าสายตากลับชุ่มชื่น ประดับใบหน้าด้วยเรียวปากฉ่ำยิ้ม
ภูตน้อยตนหนึ่ง เกิดความสงสัยในท่าทางของเธอ
จึงค่อยๆ ร่อนร่างลงต่ำ เข้าไปข้างกายเธอ แล้วกระซิบถาม
"สาวน้อยเอ๋ย, หนาวเย็นจนจับขั้วหัวใจ
ไฉนเจ้ายังทนอยู่ท่ามกลางสภาพเช่นนี้อีกเล่า
เหล่าข้านั้นโปรยเกล็ดหิมะกันหนักนัก
และดูเจ้าก็ใช่ว่าจะฝืนทนกับความเหน็บหนาวคราวนี้ได้ไม่
แล้วไยเจ้ายังคงนั่งยิ้ม ทั้งที่กายสั่นสะท้านถึงเพียงนี้ ?"
"ภูตน้อย", สาวน้อยตอบคำ
"ขอบคุณในความห่วงใยของเธอ แต่ฉันไปไหนไม่ได้หรอก
เพราะฉันไม่มีบ้าน ไม่มีญาติหรือคนรู้จักที่ไหนอีกแล้ว
เธอคงเห็น ว่าสงครามคราวนี้ร้ายแรงเพียงไร
พ่อแม่ของฉัน คุณปู่คุณย่า ถูกทหารนาซีฆ่าตาย
จนแม้ฉันเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด
แล้วอย่างนี้จะให้ฉันกลับไปที่ไหนกัน ?"
"โธ่เอ๋ย...สาวน้อย, น่าสงสารเหลือเกิน
ข้ามิเคยนึกฝันเลยว่า สงครามจะโหดร้ายถึงเพียงนี้
หน้าที่ของเหล่าข้า มีเพียงแค่โปรยเกล็ดหิมะ
และคอยร่ายรำท่ามกลางเหมันตฤดูอันเงียบเหงา
ช่างเขลานัก ที่ข้ามิเคยเข้าใจอารมณ์ของเหล่ามนุษย์เลยสักครั้ง...
"แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามเถิด, สาวน้อย,
ก็ชีวิตของเจ้านั้นเดียวดายและโหดร้ายถึงเพียงนี้
เหตุใดเจ้ายังคงยิ้ม ยังชื่นชมกับความแข็งกร้าวของโชคชะตา
ฤๅเจ้าพอใจกับสภาพที่เจ้าเป็น กระนั้น ?"
"หิมะ, หิมะไงล่ะ ภูตน้อย !", เธอตอบ
ท่ามกลางสีหน้างุนงงของภูตน้อย ที่ไม่เข้าใจความหมาย
"หิมะอันใดกัน ?"
"ปรอยหิมะที่กำลังโปรยปรายนั่นแหละ ที่ทำให้ฉันยิ้มได้
ฉันไม่ใช่คนโปแลนด์หรอก ฉันเกิดที่แถบเหนือของสแกนดิเนเวียร์
ที่บ้านเกิดของฉัน มีหิมะตลอดปีเลย, เธอเชื่อไหม ?,
หิมะที่กำลังล่องลอย ฉันเรียกมันว่า 'Qana'
ต่างจาก 'Aput' ที่หมายถึงหิมะเมื่อหล่นถึงพื้นแล้ว
Qana นั้นสวยงาม เป็นระบำฟ้าในหน้าหนาว
คือตัวแทนของความฝัน ความหวัง และความงดงามในชีวิต
แม้ Qana จะทำให้เธอหนาวกายก็จริง แต่เธอจะรู้สึกอุ่นใจอยู่เสมอ
เสมือนว่า ตราบเท่าที่เธอตื่นขึ้นมา และพบเจอ Qana
นั่นคือชีวิตของเธอยังคงมีความหวัง มีพลังเพียงพอให้ต่อสู้ต่อไป...
"เปล่าประโยชน์, ภูตน้อย, ที่จะมัวเศร้าโศกกับโชคชะตา
ชีวิตคงไร้ค่า หากมัวจมอยู่บความโดดเดี่ยวและเดียวดาย
ตัวฉัน แม้ยากเต็มทีที่จะหวังอยู่พ้นความเหน็บหนาวในคราวนี้
แต่...เมื่อฉันได้เห็น Qana อย่างนี้ ฉันจึงยังเชื่ออยู่เสมอ
ว่า วันพรุ่งนี้ ความโหดร้ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะจบลง...ด้วยดี..."
เวลาผ่านไปนานเพียงไรไม่รู้
ท่ามกลางความเหน็บหนาวจับขั้วหัวใจ
ดวงอาทิตย์ที่ปริ่มเทือกเขา ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว
ความมืดหม่นของราตรี ค่อยคลืบคลานเข้าครอบคลุมทั่วบริเวณ
ปรอยหิมะยังคงร่วงหล่นอย่างเลื่อนลอย แผ่วเบา
ปกคลุมซากปรักหักพัง ท่วมหนา ขาวโพลน
ภูตน้อยค่อยๆ ลอยร่างสูงขึ้น ห่างจากสาวน้อยไปทุกที
กลับไปทำหน้าที่โปรยเกล็ดหิมะและร่ายรำเหมือนดังเดิม
ส่วนสาวน้อยนั้น ยังคงนั่งกอดเข่า ที่ใต้ชายคา
คลุมร่างด้วยเสื้อตัวเก่าที่ปลายแขนและชายเสื้อขาดวิ่น
บนใบหน้า ประดับด้วยรอยยิ้มที่ฉ่ำหวานในความหวัง
ทว่าหลับใหล ปราศจากลมหายใจแห่งชีวิต
อธิบาย : คำ qana และ aput ตามที่ได้กล่าวไว้ในเนื้อเรื่องนั้น เป็นคำศัพท์ที่มีใช้ในหมู่ชาวเอสกิโม ซึ่งปัจจุบันนักภาษาศาสตร์เรียกว่าภาษา Inuktitut ภาษานี้มีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับหิมะอยู่มากในความหมายที่แตกต่างกันไป เช่น
- aput = snow on the ground : หิมะที่ตกลงมาแล้วอยู่บนพื้น
- qana = falling snow : หิมะที่กำลังตกลงมาแต่ยังไม่ถึงพื้น
- piqsirpoq = drifting snow :หิมะที่ถูกพัดพาลอยเคลื่อนที่ไป
- qimuqsuq = snow drift : หิมะที่ถูกพัดไปกองอยู่ด้วยกัน
ชาวเอสกิโมมีวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับหิมะอยู่ตลอดเวลา การรับรู้ในเรื่องหิมะจึงค่อนข้างละเอียดอ่อน และถ่ายทอดออกมาเป็นคำศัพท์ได้อย่างละเมียดละไม

#1 By ~*LuCReZiA*~ on 2007-08-19 23:22