ประมาณต้นบ่ายปลายเที่ยง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ขณะนั่งทำงานอยู่ใต้หอชาย - มหิตลาคาร สมเด็จพระราชปิตุจฉา
รุ่นน้องคนหนึ่งที่คุ้นเคยกัน วิ่งเข้ามาหาและถามด้วยความร้อนรน,

"พี่อาร์ท ไปรดน้ำอาจารย์หรือยัง ?"
"รดน้ำอาจารย์ท่านไหน ?"
"ก็รดน้ำอาจารย์ภูเก็ตไงพี่ ท่านเพิ่งเสียเมื่อเช้า..."
"หา ?!!?"

...

 

...

ข่าวมรณกรรมของ ศ.นพ. ภูเก็ต วาจานนท์, หรือ "อาจารย์ภูเก็ต",
ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทกายวิภาคศาสตร์ และอักษรศาสตร์ไทย
แทรกผ่านสายฝนช่วงเที่ยงวันนั้นมาเข้าหูโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
หลังจากที่โรคระบบประสาทได้บั่นทอนสุขภาพของท่านมานานหลายปี
นับตั้งแต่ ๒ - ๓ ปีก่อนเกษียณอายุราชการ (พ.ศ. ๒๕๓๐)
และเป็นหนักขึ้น จนระยะหลังนี้ท่านต้องพักรักษาตัวที่ศิริราชเรื่อยมา
ทางศิริราชได้ดูแลรักษาท่านอย่างเต็มกำลังฝีมือ
กระทั่งท่านได้จากไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ตัวผมเองอาจจะไม่ได้รู้จักท่านอาจารย์ภูเก็ตเป็นการส่วนตัว
เพราะเมื่อผมได้ข้ามฟากมาเรียนที่ศิริราช ท่านก็เข้ารักษาตัวเสียแล้ว
แต่ก็ได้รู้จักผ่านผลงานของท่าน, ที่เปรียบเสมือนเพชรน้ำงามของวงวิชาการ,
ทั้งทางด้านประสาทกายวิภาคศาสตร์ และด้านอักษรศาสตร์ไทย
และเห็นจะเป็นงานอย่างหลังมากกว่า ที่ทำให้ฉันได้รู้จักท่านมากขึ้น
การถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์ที่ซับซ้อน ให้เป็นเรื่องอย่างง่าย
ความพิถีพิถัน ลุ่มลึก งดงามทางภาษา ด้วยวิญญาณครูของท่าน
เป็นแบบอย่างให้ผมยึดถือดำเนินตามเสมอมา

ศ.นพ. ภูเก็ต วาจานนท์, ท่านเป็นคนภูเก็ต,
เป็นบุตรคนที่ ๙ ในจำนวน ๑๑ คน 
ของท่านอำมาตย์ตรี พระพิเนตสุขประชา (นิ่ม วาจานนท์)
กับนางพิเนตสุขประชา (ฝรั่ง วาจานนท์)
แต่ท่านเข้ามาเรียนที่พระนคร ตั้งแต่ชั้นประถม
จบจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แห่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
เข้าเรียนต่อชั้นเตรียมแพทยศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
ก่อนจะข้ามฟากมาเรียนที่ศิริราช และจบแพทยศาสตรบัณฑิต ในปี พ.ศ. ๒๔๙๔

เมื่อคราวที่ท่านเป็นนักศึกษาแพทย์ศิริราช
ท่านได้รับตำแหน่งสาราณียกร สโมสรนักศึกษาแพทย์ศิริราช
มีผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ในทางอักษรศาสตร์หลายชิ้น
หนึ่งในนั้นคือ "ทูลกระหม่อมสดุดีอศิรวาท" สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙
คำฉันท์ถวายบังคมพระรูปสมเด็จพระราชบิดาฯ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๓

...

...

อาจารย์ภูเก็ตท่านเป็นคนเรียนเก่ง ประวัติการศึกษาดีเลิศ
หลังจากที่ท่านจบแพทยศาสตรบัณฑิต ท่านก็ได้รับทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อ
ท่านศึกษาปริญญาโทและเอก ทางด้านประสาทกายวิภาคศาสตร์
ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน เมืองแอนอาร์เบอร์ สหรัฐอเมริกา
โดยใช้เวลารวมไม่ถึง ๓ ปี

ท่านกลับมาเป็นอาจารย์สอนประสาทกายวิภาคศาสตร์ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๓
รับหน้าที่ต่อจาก ศ.นพ. สุด แสงวิเชียร, ปรมาจารย์กายวิภาคศาสตร์ของไทย,
ท่านได้จัดการเรียนการสอน ปรับปรุงเนื้อหาให้ง่ายต่อการเรียน
เขียนเอกสารและตำราภาษาไทย บรรยายเองตลอดหลักสูตร
ด้วยความที่ท่านเชี่ยวชาญทางภาษาไทยอยู่แต่เดิม
การบรรยายของท่านจึงแจ่มแจ้ง เข้าใจง่าย สามารถติดตามได้เป็นอย่างดี

การบรรยายวิชาประสาทกายวิภาคศาสตร์ของท่านอาจารย์ภูเก็ต
ได้รับการถ่ายทำและตัดต่อเป็นวิดีทัศน์ จำนวน ๓๒ ตอน รวม ๓๖ ชั่วโมง
เพื่อเป็นสื่อการเรียนของ นศพ., แพทย์ประจำบ้าน ทั้งที่ศิริราชและสถาบันอื่นๆ
กระทั่งโรงเรียนแพทย์ในประเทศเพื่อนบ้าน ในเขตอาเซียน

มิเพียงแต่งานด้านประสาทกายวิภาคศาสตร์เท่านั้นที่เป็นเลิศ
แม้งานด้านอักษรศาสตร์ไทยของท่านก็สูงค่าไม่ด้อยไปกว่ากัน
งานวิจัยและบทความค้นคว้าทางภาษาไทยของท่าน มีอยู่เป็นจำนวนมาก
และยังคงใช้อ้างอิงในวงวิชาการเรื่อยมาจนปัจจุบัน
ท่านได้แสดงให้เป็นเป็นประจักษ์แก่สายตาแล้วว่า 
วิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ มิใช่สิ่งที่อยู่ตรงข้าม
หากแต่เป็นสิ่งที่อยู่เคียงข้าง ไม่เคยห่างแม้แต่ก้าวเดียว

ตลอดชีวิตของท่าน ท่านได้สร้างคุณประโยชน์นานับประการ
ทั้งต่อวงการแพทยศาสตร์และอักษรศาสตร์ควบคู่กันไป
การจากไปของท่านในคราวนี้, ออกจะกระทันหันในความรู้สึก,
จึงถือเป็นการสูญเสียปูชนียบุคคลที่สำคัญของไทย 
อย่างที่ไม่อาจจะหักความอาลัยได้เลย
จึงขอใช้โอกาสนี้ ระลึกถึงคุณของท่าน ด้วยความรักและศรัทธาจากใจจริง

ขอดวงวิญญาณของท่านอาจารย์ภูเก็ต วาจานนท์, ผู้เป็นที่รักของศิษย์,
จงสถิตในห้วงสุคติฤดี ณ เบื้องบรมสัมปรายภพนั้นเทอญ

...

...

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗, 
อาจารย์ภูเก็ตเคยเขียนบทความเกี่ยวกับความฝันของตัวท่านเอง
ท่านกล่าวว่า หลังจากที่เข้ารับราชการเป็นอาจารย์ที่แผนกกายวิภาคศาสตร์
ท่านมักจะฝันซ้ำๆ ในเรื่องเดิมๆ ว่าเข้าสอบชั้นปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต
และทุกครั้งที่เข้าสอบ, ในความฝัน,ผลสอบที่ออกมาก็คือ สอบตก !!!

ตัวท่านเองก็รู้สึกแปลกใจ ว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงฝันซ้ำๆ อย่างนั้น
ทั้งที่เมื่อครั้งเป็นนักศึกษาแพทย์ ท่านก็ไม่เคยรู้สึกเครียดอะไรมากมาย
สามารถสอบผ่านปีสุดท้ายมาได้โดยไม่ต้องพยายามทุมเทจนเกินไป
แต่กลับต้องมาเครียดกับความฝันอย่างนี้ เรื่อยมานับเป็นเวลาสิบๆ ปี

จนเมื่อใกล้เกษียณอายุราชการ ท่านก็ฝันว่าเข้าสอบอีกครั้งแต่ครั้งนี้
ปรากฏว่าท่านสอบได้, นับจากนั้นก็ไม่เคยฝันว่าสอบตกอีกเลย

ท่านทิ้ง ปล. เอาไว้ข้างท้ายว่า
เมื่อเกษียณอายุราชการแล้วหลายปี ท่านกลับมาฝันว่าเข้าสอบอีกครั้ง
คราวนี้สอบได้ และทางรัฐบาลจะให้ทุนไปศึกษาต่อ, ท่านไม่พอใจอย่างมาก
เพราะอยู่จนเกษียณอายุราชการแล้ว ยังจะให้ทุนไปเรียนต่ออีกหรือ ??

"ไม่เอาแล้ว !!", ท่านบอกอย่างนั้น

...

 

...

ข่าวฝากประกาศขณะนี้ ร่างของท่านอาจารย์ภูเก็ต วาจานนท์ตั้งบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรม ที่ วัดมกุฎกษัตริยาราม ราชวรวิหาร ศาลา ๖ ตั้งแต่วันที่ ๒๕กรกฎาคม -๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ และในวันที่ ๑ สิงหาคมนี้ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จะเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรม

ปล. จะสอบอีกแล้ว...แง....!!!

Comment

Comment:

Tweet

ดีจังเลยที่มีชึนชอบปู่ผมbig smile big smile

#6 By new (125.24.133.188) on 2007-10-20 14:54

วันนั้นก็เพิ่งรู้เหมือนกันตอนบ่ายๆ..
แต่ว่าติดทำจิตอาสาต้องขึ้นwardก็เลยไม่ได้ไปครับ...

#5 By ArMKunG on 2007-08-06 15:07

ดาวร่วงลงอีกหนึ่งดวง
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะค่ะ


ขอให้มีสมาธิในการอ่านหนังสือและการทำข้อสอบนะค่ะ

#3 By ดินสอทราย on 2007-07-31 14:08

เสียใจที่ประเทศไทยได้สูญเสียปูชนียบุคคลที่มีความสามารถไปอีกคนนึงค่ะ

เป็นกำลังใจให้พี่อาร์ทนะคะ ตั้งใจทำข้อสอบนะ...ทำได้อยู่แล้วล่ะ
ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งคับ

Recommend