หมายเหตุ : เรื่องที่นำมากล่าวถึงนี้ เป็นเรื่องสมมติ

...

๑.

เด็กสาวมัธยมปลาย หลงรักชายหนุ่มวัยเดียวกัน
เธอรักเขามาก มากเสียจนยอมยกใจและพลีกายให้กับเขา
แต่...เมื่อเขาได้สัมผัสสิ่งที่สัญชาตญาณต้องการ เพียงไม่กี่ครั้ง
เธอหมดลีลาที่จะผูกมัดใจเขาได้ หรือเขาอาจจะคุ้นเคยจนเบื่อหน่ายเสียแล้ว
ในที่สุด เขาก็จากเธอไป, เหลือไว้เพียงอดีตที่เสียวซ่านหวานซึ้ง
กับความจริงในปัจจุบันที่ขมขื่นเกินจะทน

คุณค่าที่เธอเคยประคับประคองเอาไว้ จากเด็กจนสาว
หมดไปกับช่วงเวลาแห่งความสุขซ่าน เพียงไม่นาน
ตอนนี้ เธอคิดแล้วว่า เธอไม่มีอะไรที่จะเสียไปได้มากกว่านี้
เธอจึงตัดสินใจ ใช้ร่างกายของเธอเป็นเครื่องมือ
เพื่อแสวงหาความสุขซ่านนั้นอีกครั้ง
แม้ว่าต่อจากนี้ เธอจะไม่มีวันได้สัมผัสความสุขซึ้งอีกเลยก็ตาม

...

๒.


เด็กสาวมหาวิทยาลัย เธอใฝ่ฝันอยากเป็นดารา
เพราะความที่หน้าตาสะสวย รวยเสน่ห์ มีคนหลายคนชื่นชม
หนุ่มๆ มากหน้าหลายตา คอยรุมล้อมเธออยู่ไม่เว้นวาง
แต่เพราะความมั่นใจ, แกมหยิ่มผยอง, เธอจึงไม่เคยชายตามอง
ไม่ว่าชายนั้นจะเข้ามาเพียงเพราะแรงขับดันภายใน
หรือเพราะความรักที่จริงใจก็ตาม

จุดมุ่งหมายของเธอ อยู่ที่มีคนชื่นชม
หากเธอตกลงปลงใจกับใคร คุณค่าของเธอก็จะลดลง
เธอจึงปฏิเสธ แล้วแสวงหาหนทางที่จะทำให้เธอเป็นดาราดังอย่างไม่ย่อท้อ
น่าเสียดาย ที่ไม่ว่าเธอจะเทสต์หน้ากล้องคราวใด
ผลลัพธ์ที่ออกมา ก็ทำให้เธอผิดหวังเสียทุกที

วันหนึ่งขณะที่เธอเดินซื้อของอยู่แถวสยามสแควร์
แมวมองคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเธอ อย่างมีเลศนัย
พูดจาชื่นชม ว่าเธอเหมาะสมจะเป็นนางเอกให้กับหนังที่เขาสร้างได้
ขอเพียงเธอรับคำ และทดลองไปเทสต์หน้ากล้องกับเขาสักครั้ง
หากลีลาท่าทางของเธอดีพอ ตำแหน่งนางเอกคงไม่หนีไปไหน

แน่นอน...เธอตกปากรับคำเขาทันที...

ในสตูดิโอโอ่โถง ตั้งอยู่ในมุมลึกกลางใจเมือง
หลอดไฟ ฉากสะท้อน และกล้องถ่ายวิดีโอ เตรียมพร้อมไว้แล้ว
มีชายหนุ่มช่างเครื่อง และตากล้องอีกสองสามคนรออยู่
แมวมองบอกให้เธอลองสวมบทอาจารย์มหาวิทยาลัย, สุดเซ็กซี่,
ซึ่งเธอก็ทำได้ดีจนน่าประหลาดใจ คล้ายกับว่าเป็นตัวของเธอจริงๆ
นักศึกษาชายในเครื่องแบบ, ที่มาเทสต์หน้ากล้อง, เริ่มทยอยเข้าฉากทีละคน
จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม และกลายเป็นสิบในเวลาไม่นาน

ทันใดนั้น, หนึ่งในสิบนักศึกษา ก็เดินเข้ามาหาเธอ
และพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา,
อาจารย์ที่รักของผม...

ยังไม่ทันที่จะตั้งตัว สองมือชายหนุ่มเริ่มลูบไล้ไปตัวเนื้อกายของเธอ
และค่อยตะโบมกอดรัดแน่นขึ้นทุกที ทุกที
เธอพยายามขัดขืน ดิ้นรน ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
อนิจจา..,แทนคำตอบ, เหล่านักศึกษากลับเดินเข้ามาฉุดกระชากเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่
มันค่อยๆ หลุดไปทีละชิ้น ทีละชิ้น พร้อมๆ กับเรี่ยวแรงที่เธอมี ก็ลดลงไปทุกที
สุดท้าย, ทั้งตัวเธอ และเหล่านักศึกษาทั้งสิบ ก็ปราศจากเครื่องปิดบังกาย...

เดี๋ยวนี้ เธอได้เป็นดาราสมใจ
และอาจจะเป็นดาราดังข้ามประเทศเสียด้วยซ้ำ...

...

นั่นเป็นเรื่องราว ที่แสนจะคุ้นชิน
ท่ามกลางการ (พยายามทำใจ) ยอมรับของสังคม
และตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของคนในยุคปัจจุบัน

เมื่อวันเวลาผ่านไป
ยุคที่คนทั่วไปเรียกกันว่า ยุคใหม่ ที่ทันสมัย
กำลังก้าวเข้ามาแทนที่ ยุคเก่า ที่ล้าสมัย ทีละน้อย ทีละน้อย
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ค่อยสะสมมากขึ้น จนล้น
และสุดท้าย ก็กลายเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
เหมือนจะเชื่องช้า ทว่ารวดเร็ว จนยากจะรับได้ทัน

ความรุนแรงของสังคม มาพร้อมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
สัญชาตญาณดิบ ที่คนเคยควบคุมและแสดงออกอย่างเหมาะสม
กลับค่อยๆ มีอำนาจอยู่เหนือศีลธรรมอันดีงาม
ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์, หรือแม้แต่หนังสือที่ขายอบู่บนแผง
เรื่องอย่างว่านี้ ล้วนพบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน

คงเป็นเพราะค่านิยมของสังคมนั้นเปลี่ยนได้ไว, จนน่าตกใจ,
เหมือนอย่างที่นักสังคมศาสตร์ทั้งหลายมักกล่าวว่า
สังคมคือสิ่งที่คงที่ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง
คือ มันจะมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่ ณ ชั่วขณะหนึ่ง
แต่ในขณะเดียวกัน มันก็พร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา (ฟังแล้วงงแฮะ)
เป็นไปตามกฏธรรมชาติ ที่ค่อยๆ เดินเข้าหาความวุ่นวาย
ก่อนที่สังคมนั้นจะล่มสลายไปในที่สุด

ฉันเคยถามเพื่อน เกี่ยวกับเรื่องนี้
เพื่อนบอกว่า ที่ญี่ปุ่น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ปกติในสังคม
สื่ออนาจาร เป็นสิ่งถูกกฎหมาย, และดารา AV ก็ถือว่ามีเกียรติ
ไม่เห็นจะมีใครไปตามจับ หรือประจานอะไร, เขายอมรับกันมานานแล้ว
ก็เหมือนกับการคลายเครียด ไม่ต่างไปจากการเล่นเกม หรือแข่งกีฬา
และทุกคนก็เข้าใจ ว่ามันเป็นแรงขับดันตามธรรมชาติของคนทั่วไป
ที่ย่อมต้องหาทางระบาย และคงไม่มีใครกล้าเอ่ยปากปฏิเสธได้เลย

เพื่อนบอกอย่างนั้น...

เป็นไปได้ ที่สังคมไทยกำลังคลานตาม, อย่างกระชั้นชิด,
กำลังเตาะแตะ ไปสู่ความศิวิไลซ์, กล้าเผยแรงขับดันอย่างไม่ปิดบัง
ค่อยๆ ลื่นไถลไปตามกาลเวลาและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
ค่านิยมเดิมๆ เชยไปเสียแล้ว มันล้าสมัย
เดี๋ยวนี้มันต้องกล้าแสดงออก กล้าได้ กล้าเสีย
และกล้า ได้เสีย อย่างไม่ระมัดระวังตน
ตอบสนองสัญชาตญาณตน ไม่ยับยั้งชั่งใจ
คุณค่าของจิตใจ ไม่จำเป็นอีกแล้ว

นี่กระมังที่เขาเรียกว่า Retro-evolution ของสังคม !!


Comment

Comment:

Tweet

QIFRlc <a href="http://sdvzczwapawi.com/">sdvzczwapawi</a>, [url=http://pdbrvpggnltu.com/]pdbrvpggnltu[/url], [link=http://ihngqueiifox.com/]ihngqueiifox[/link], http://jrdyxdkmydhs.com/

#8 By JdqbrHjEvdGVdt (202.108.50.72) on 2010-06-11 15:40

เบื่อสังคมปัจจุบันมากค่ะ ไม่เข้าใจว่าทำไมวัยรุ่นสมัยนี้
ถึงได้อยากเด่ดอยากดังกันนัก ทั้งๆที่มันไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง

#7 By papermoonly on 2009-06-22 00:51

เคยนั่งคิดอยู่คนเดียว และบางครั้งที่คุยกับเพื่อนถึงเรื่องนี้
ว่าทำไม สังคมปัจจุบันถึงได้เสื่อมลงๆอย่างน่าใจหาย
ศีลธรรมอันดีงาม หายไปไหน

ปล. ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

#6 By Pleng on 2007-07-13 11:58



แย่จังเลย

ศีลธรรมลดลงไปจากสังคมทุกๆวัน

...
..
..
.
แค่ขอให้เรามั่นคงไว้ก็พอ

(ผู้หญิงต้องตกเป็นเหยื่อทุกครั้ง แย่จังเลย) -_- เฮ้อ...

#5 By pure art on 2007-07-08 07:13

ความเจริญที่มาพร้อมความเสื่อม..
ยิ่งพัฒนาสังคมทางวัตถุให้เจริญไปมากเท่าใด
การพัฒนาทางจิตใจก็ยิ่งน้อยลงไปเท่านั้น..
สังคมเรามีภูมิคุ้มกันน้อยลงทุกที...

ก็คงได้แต่สอนลูกหลานเราอย่าไปหลงระเริงกับวัตถุนิยมของสังคมกระมัง..

#4 By ArMKunG on 2007-07-01 23:34

โลกก็หมุนเวียนเปลี่ยนไป
ใจคนก็หมุนเวียนเปลี่ยนตาม
นี่แหล่ะน๊า...สังคม

#2 By ดินสอทราย on 2007-07-01 18:26

พี่หมอกลับมาแล้ว 55

ตอนนี้เป็นไงบ้างคะ

ไม่ค่อยได้คุยกันเลย

*TC ค่ะ

Recommend