ที่ศิริราช มีวิธีการทักทายที่ต่างไปจากคนไทยทั่วไป
หากใครเดินผ่านไปมา คงจะพอสังเกตได้
ว่าทุกครั้งที่ลูกศิริราชพบหน้ากัน หรือเดินสวนกัน
รุ่นน้องจะยิ้มและโค้งทักทายรุ่นพี่ ด้วยความเคารพ
ส่วนรุ่นพี่ ก็จะโค้งรับ พร้อมกับส่งรอยยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู

หลายคนคงรู้สึกแปลกใจ ว่าทำไมต้องโค้ง
เวลาเดินผ่านไปมาในศิริราช เห็นหมอโค้งให้กันทั้งนั้น
คนหนึ่งโค้งมา อีกคนโค้งกลับ, ทำไม่ไม่ยกมือไหว้กันเลย,
ไม่เฉพาะแต่คนทั่วไปหรอก ที่รู้สึกอย่างนี้
แม้แต่ลูกคนสุดท้องของแม่ศิริราช, น้องใหม่ที่เพิ่งจะข้ามฟากมา,
ก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่ลึกๆ ไม่แพ้กัน

คนไทยนั้นมีวัฒนธรรมที่งดงามอย่างหนึ่ง คือ การไหว้
จะหาวัฒนธรรมของชาติใดที่อ่อนหวานลึกซึ้งอย่างนี้อีกไม่ได้เลย
การไหว้ คือ การให้ความเคารพกับบุคคลที่เรานับถือ
เป็นการแสดงความรักให้กับบุคคลที่เราบูชาสุดหัวใจ
เหมือนกับที่เราไหว้พระ, ถวายบังคมพระเจ้าแผ่นดิน,
การไหว้คุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ใหญ่ที่เรานับถือ
นั่นคือความนอบน้อมอ่อนหวานในจิตใจของคนไทย
หยั่งรากฝังลึก ตรึงแน่นอยู่ในวัฒนธรรมไทยมาช้านาน

แต่แล้ว ทำไมลูกศิริราชจึงไม่ยกมือไหว้กันเอง,
ทั้งๆ ที่ศิริราช เป็นรากฐานการเรียนแพทย์ของไทย
เป็นผู้สร้างระเบียบประเพณีหลายอย่างของจุฬาลงกรณ์
พระยาอุปกิตศิลปสาร ผู้วางแนวทางการทักทายของคนไทย
ก็เคยสอนนิสิตเตรียมแพทย์ศิริราชมาก่อน,
แล้วเหตุใด ลูกศิริราชจึงรู้จักเพียงการโค้ง ไม่รู้จักไหว้ ?

เรื่องเหล่านี้ ล้วนมีที่มา มีเหตุผลที่งดงามแฝงอยู่ในตัว
สมควรที่จะบอกเล่า เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมอันดีงามนี้ต่อไป

เมื่อคราวที่พระยาอุปกิตศิลปสาร ยังมีชีวิตอยู่
ท่านได้แนะนำให้ลูกศิษย์ของท่านทักทายกันด้วยการไหว้
พร้อมกับกล่าวคำว่า "สวัสดี" ทุกครั้งที่เจอกัน
นิสิตแพทย์ศิริราช ก็ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างนั้น
ทุกครั้งที่พบอาจารย์ พบรุ่นพี่ หรือบุคคลที่เคารพนับถือ
ลูกศิริราชจะยกมือไหว้ พร้อมกล่าวทักทายทุกครั้ง
ไม่ว่าจะรู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือไม่ก็ตาม
ส่วนอาจารย์ หรือรุ่นพี่ ก็จะรับไหว้ และกล่าวทักทายกลับไปเช่นกัน
นั่นคือประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดกันมา

แต่ความขัดข้องมักเกิดขึ้นเสมอ เมื่อเราทักทายกัน
เมื่อก่อนนี้ ยังไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเท่าฝ่ามือ
ไม่มี E-Book ที่บางเฉียบแสนสะดวกสบาย
สิ่งที่นิสิตแพทย์ต้องทำคือการอ่านตำราขนาดมหึมา
และอาจจะต้องหอบมันไปไหนมาไหนด้วยอยู่บ่อยครั้ง
หากจะทักทายด้วยการไหว้ คงต้องหอบหิ้วกันพะรุงพะรัง
หรือหากจะวางตำราลงพื้น แล้วจึงยกมือไหว้
ก็ออกจะประดักประเดิดอยู่มาก ไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่
สิ่งที่ลูกศิริราชยังคงพอทำได้, กับมือที่หอบหิ้วตำรา,
ก็คือการโค้งศีรษะ พร้อมกับรอยยิ้มและคำทักทาย
แทนความรู้สึกดีๆ ที่ส่งกันถึงกันและกัน

เมื่อมือต้องถือตำรา หอบหิ้วสิ่งของ
ไม่สามารถยกมือขึ้นไหว้ได้ เราจึงต้องโค้งทักทาย
ไม่มีหรอก ที่จะเดินผ่านไปโดยทำเป็นไม่เห็น
เพราะนั่นไม่ใช่นิสัยของลูกศิริราช ทั้งอดีตและปัจจุบัน

ถึงแม้มือจะไม่ว่าง แต่เราก็ยังทักทายกันได้เสมอ
เพราะการทักทาย ไม่ใช่แค่มือที่ประนม หรือแค่การก้มศีรษะ
แต่คือ "ใจ" ที่เต็มไปด้วยความรักและปรารถนาดี
ที่พร้อมจะมอบให้แก่กันและกัน

ประเพณีของศิริราช สืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้
และคงจะหาไม่มี ณ ที่อื่นใดอีกแล้ว
แม้เดี๋ยวนี้ นักเรียนแพทย์ ไม่ต้องหอบหิ้วตำราเหมือนเมื่อก่อน
แต่ที่นี่ เรายังโค้งให้กันด้วยใจ โค้งให้กันด้วยความรัก
โค้งให้กันด้วยความรู้สึกความผูกพัน จริงใจ ทุกครั้งที่เจอ
ในฐานะลูกศิริราช, ในฐานะรุ่นพี่ รุ่นน้อง ไม่เปลี่ยนแปลงไป
ทุกครั้งที่โค้ง นั่นหมายความว่า เราได้สืบทอดประเพณีอันดีงามเอาไว้
และเมื่อได้รับการโค้งรับ พร้อมรอยยิ้มแสนอบอุ่น จากอาจารย์ หรือรุ่นพี่
แสดงว่า ท่านเหล่านั้นได้ยอมรับแล้ว ว่าเราคือ "ลูกศิริราช" อย่างเต็มตัว

Comment

Comment:

Tweet

หนูทำรายงานเรื่องการทักทายของแต่ละประเทศ หายากมากค่ะ ท้อจังembarrassed
1234

#4 By แหวว (203.156.49.46) on 2008-08-23 17:32

#3 By ดินสอทราย on 2007-06-23 10:48

ผมจะได้มีโอกาสโค้งคำนับรุ่นพี่ศิริราชไหมหนอ

เฮ้อ ทำยางงายดีเนี่ย อยากเรียนหมอจังง่ะคับ
ประเพณีมีที่มา และงดงาม
น่าสืบทอดไปตลอดกาล

Recommend