สองสามวันที่แล้ว นั่งดูโทรทัศน์, จำไม่ได้ว่าเป็นรายการอะไร
นำเสนอตัวอย่างภาพยนตร์ญี่ปุ่น เรื่อง NANA 2
เป็นภาคต่อจากของเรื่องเดียวกัน ที่ฉายไปเมื่อคราวที่แล้ว
พิธีกรเล่าให้ฟังว่า เรื่องราวคราวนี้จะขมวดเกลียวถึงขีดสุด
หลังจากที่ 'นานะ', หญิงสาวสองคนที่ชื่อเหมือนกัน, บังเอิญมาพบกัน
คนหนึ่งเป็นสาวพังค์ อีกคนเป็นสาวเรียบร้อย
ทั้งสองคบกันเป็นเพื่อน ทั้งที่รูปแบบวิถีชีวิตต่างกันสุดขั้ว
แต่ในที่สุด ระยะทางระหว่างขั้วของทั้งสองก็ห่างกันมากขึ้น
เมื่อแต่ละคน มุ่งหน้าเดินตามความฝันของตนเอง, ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับอีกคน,
ความสัมพันธ์ที่เคยแน่นแฟ้น ความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้แก่กัน เริ่มเปลี่ยนแปลงไป
มิตรภาพของทั้งสองจะกลับคืนใกล้ชิด หรือเหินห่างกันไปตลอดกาล ?
นั่นเป็นสิ่งยั่วให้คนดูได้คิดและคอยติดตาม

ไม่ได้ตั้งใจโปรโมท
แต่พอเห็นบางฉากของภาพยนตร์แล้ว มันสะกิดใจ
เมื่อเห็นแก้วน้ำใบหนึ่งที่เคยวางอยู่บนโต๊ะ
โดนแรงสั่นไหว, จนทนไม่ได้, กลิ้งหล่นลงมากระแทกพื้น...
แตกกระจาย...!!!

ไม่ใช่แค่ครั้ง...แต่...ย้ำถึงสอง...!!!
จนนึกสงสัยว่า...แก้วน้ำนี้จะมีความสำคัญเชิงสัญลักขณ์แอบแฝงหรือเปล่า ?
หรือเพียงเพราะฉันนึกซ้อนภาพที่เห็นเข้ากับเรื่องที่เคยได้ยิน
แล้วก็คิดไปเอง...

ปีที่แล้ว, มีเรื่องเล่าจากเพื่อนอยู่เรื่องหนึ่ง
เกี่ยวกับหญิงสาวสองคน ที่เป็นเพื่อนกัน
เธอรู้จักกันมาตั้งแต่ครั้งที่ยังเรียนมัธยม
เคยเรียนห้องเดียวกัน ระดับเดียวกัน อยู่กลุ่มเดียวกัน
จนแม้เมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เธอทั้งสองก็ยังเรียนคณะเดียวกัน
ไม่เพียงเท่านั้น,เธอยังเป็นรูมเมทในหอพักเดียวกันอีกด้วย

ที่บอกถึงว่า เป็นรูมเมทในหอพักเดียวกัน
ก็หมายความว่า เธอทั้งสองสนิทกันมากกว่าเพื่อนที่รู้จักกันธรรมดา
เพราะลงได้อยู่ร่วมห้อง ก็ต้องใกล้ชิดกันเกือบตลอดเวลา
จะห่างกันบ้างก็ตอนที่กลับบ้านของแต่ละคน

แต่...ความใกล้ชิดนั้นเปรียบเสมือนดาบสองคม
คมหนึ่ง, เมื่อคนสองคนกับใจสองใจ ได้อยู่ใกล้ชิดกัน
โอบเอื้ออาทร ห่วงใยซึ่งกันและกัน
เมื่อมองอย่างนี้ ความใกล้ชิดจึงทำให้อบอุ่นใจ...
แต่เมื่ออยู่ใกล้ชิดกัน จากที่เมื่อก่อนเจอกันไม่บ่อย
อาจเจอกันเฉพาะเวลาเรียน, ทำงาน, สังสรรค์, ชวนกันไปเที่ยว
หรือจะเป็นการพบกันโดยบังเอิญ บางครั้งบางคราว
ต่อเวลาเล็กน้อยที่มี, สิ่งที่มองเห็น จึงเป็นเพียงมุมหนึ่งที่อีกคนแสดงออกมา
ทั้งที่เป็นตัวของเขาอยู่แล้ว หรือเป็นสิ่งที่เขาต้องการจะให้เห็นว่าเป็น
และแน่นอน มันคงไม่ใช่ทุกมุมที่มีอยู่ภายในตัวของแต่ละคน
ฉะนั้น,ในอีกคมหนึ่ง, ความใกล้ชิด จึงเป็นกระจกเงาบานใหญ่
ที่คอยสะท้อนมุมอื่นๆ ที่เรายังไม่เคยได้เห็น ให้ปรากฏออกมา...

แต่ความใกล้ชิดที่มี ไม่ได้เป็นหลักประกันเลยว่า
ภาพมุมที่สะท้อนผ่านกระจกเงานั้น จะงดงามหรือเลวร้ายเพียงไร
และบอกไม่ได้ว่า ภาพสะท้อนนั้นจะยังคงเป็นภาพความใกล้ชิด
หรือจะเปลี่ยนเป็นภาพความเหินห่างเข้ามาแทน
ขึ้นอยู่กับว่า เมื่อได้รับรู้มุมที่ไม่เคยรู้, ไม่เคยปรารถนา, ของอีกฝ่ายแล้ว
มันจะตรงตามหรือขัดแย้งกับภาพที่ใจเคยวาดเอาไว้...

คงด้วยแง่ร้ายของคมดาบอย่างหลังนี้เอง
ทำให้เพื่อนรักสองคน เริ่มเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
จะเพราะเรื่องอะไร ฉันเองก็ไม่รู้ และคนที่เล่าก็ไม่ได้บอกเอาไว้
ฉันจึงได้แต่เดาว่า ภาพสะท้อนที่ต่างฝ่ายได้รับ คงเป็นภาพที่คิดไม่ถึง
แต่คงรับกันไม่ได้ จนกระทั่งผิดใจกัน
ลงเมื่อคนสองคน, แม้เป็นเพื่อรักกัน, ได้มีเรื่องผิดใจกัน
ถ้าไม่รีบปรับความเข้าใจกันเสียตั้งแต่ต้น ไม่ยอมรับกันและกันแล้ว
วงแหวนของเกลียดชังที่ก่อตัวขึ้น จะเริ่มขยายวงกว้าง
เสมือนก้อนหินที่โยนลงไปในน้ำผิวนิ่ง
ปะทะผิวน้ำ เกิดวงคลื่นกระเพื่อมขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ นั้น...

ค่ำคืนหนึ่ง, เพื่อนที่รู้เรื่องนี้ พยายามทำให้ทั้งสองคนคืนดีกัน
ให้ลองนึกถึงรูปถ่าย ที่ทั้งสอง, และเพื่อน, เคยเก๊กท่าร่วมกัน
ใบหน้าของทุกคนเปื้อนยิ้ม ฉายแววตาอ่อนโยน
ทุกคนมีความรัก และความรู้สึกดีๆ มอบให้แก่กัน
เธอจะใจแข็งพอที่จะกรีดความทรงจำนั้นทิ้งได้หรือไร ?

ท่ามกลางความตึงเครียดของบรรยากาศ
หนึ่งในสองคนนั้นได้กล่าวขึ้น ด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น
และด้วยน้ำคำที่หนักอึ้ง ว่า...

"แก้วที่มันแตกไปแล้ว จะให้มันเหมือนเดิมน่ะ คงเป็นไปไม่ได้หรอก !!"

ฉันไม่ใช่คนในเหตุการณ์
จึงไม่รู้ว่า เนื้อความหลังจากนั้นเป็นอย่างไร
รู้เพียงแต่ เมื่อเธอได้กล่าวถ้อยคำนี้ออกมาแล้ว
เท่ากับว่าเธอได้ปฏิเสธกระจกเงาบานเดิมที่เธอเคยมี
เพราะเห็นแล้วว่า กระจกเงานั้นสะท้อนแต่ภาพที่ไม่สวยงาม
และเธอจะไม่ทนรับรู้ภาพเหล่านั้นอีกแล้ว

น่าเสียดาย...ที่เธอคงลืมคิดไปว่า
กระจกเงาที่เธอเคยมีนั้น ไม่ได้เกิดจากใครคนใดคนหนึ่ง
แต่เป็นกระจกเงาที่เธอและเพื่อนอีกคน ช่วยกันสร้างมันขึ้นมา
และภาพที่สะท้อนผ่านกระจกนั้น ก็คงไม่ใช่ภาพของใครเพียงคนเดียว
แต่ย่อมสะท้อนภาพของทั้งสองคนร่วมกัน

...

แก้วเป็นของแตกง่าย, รักษายาก
ถ้าเกิดพลาดพลั้ง ทำตกหล่นแตกร้าวไปแล้ว
แม้จะมีกาวประสานที่ดีเลิศสักเพียงใด
ก็คงไม่มีทางที่จะประสานรอยร้าวนั้นให้กลับคืนดีได้ทั้งร้อย
แต่...ยังพอมีทางที่จะหาแก้วใบใหม่มาทดแทนได้
เมื่อแรก มันอาจจะต่างจากเดิมไปบ้าง, เล็กไปหน่อย, หรือใหญ่เกินไป
แต่ถ้ารู้จักเจียรนัยมันไปบ้าง เป่าไฟอีกนิดหน่อย
ค่อยๆ ตะล่อมรูปร่างให้ดี รักษาประคับประคองเอาไว้
สักวัน แก้วใบใหม่ย่อมจะดีอย่างแก้วใบเดิม หรืออาจจะดีกว่าเลยด้วยซ้ำ

ขอเพียงกล้าที่จะทิ้งแก้วร้าวใบเดิม
และร่วมสร้างแก้วใบใหม่ขึ้นมา...เท่านั้นเอง...



เพลง แปลว่ายังหายใจ
ของ พันช์

เปิดเรียนแล้ว...
ว่างๆ จะเข้าไปเยี่ยมนะครับเพื่อนๆ

คิดถึงเสมอ...

Comment

Comment:

Tweet

เเก้วรักษายาก ...

แต่ก็ไม่ไช่ว่า รักษาไม่ได้นี่เนาะ ...

#8 By jkjubbah (203.188.15.247) on 2007-04-01 19:38

เห็นเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปของคนที่เคยรักกัน เคยสนิทกัน...แล้วเศร้าแฮะ

แต่ก็อย่างว่าแหละนะ , กับคนบางคนก็ไม่เหมาะที่จะอยู่ด้วยใกล้ ๆ

ไม่ใช่ว่าเค้าเป็นคนไม่ดีนะ แต่เรื่องแบบนี้มันเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน ฝืนความรู้สึกไปใช่ว่าอะไรมันจะดีขึ้นมา

เข้าใจ ยอมรับ และปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติน่าจะเป็นทางที่ดีกว่านะ

#7 By Highwind on 2007-03-31 14:06

อืม

แก้วที่แตกไปหรอคะ

เปรียบเทียบได้เศร้าจริงๆ

#6 By pure art on 2007-03-31 13:16

เกื่อบลืม
สำหรับเราแล้ว อดีตตอนที่มันยังมีแก้วใบนั้นที่สมบูรณ์อยู่ ก็เป็นความทรงจำที่ดีอยู่บ้างอะนะ

#5 By ~TestsuTo~ テッツト on 2007-03-29 23:25

แอะมันเรื่องใกล้ตัวอะปาวอะ
ฟอรืมนี้มันคุ้นๆจัง ไม่ต้องพูดมากละกัน
ทุกคนก้คงอยากได้แก้วใบเดิมนั้นกลับมาแหละแต่บางคนก็ไม่อะนะ สำหรับคนอื่นจะไปยังไงก้ช่าง แต่สำหรับเรา เมื่อมันแตกไปแล้ว ก้ที่จะหลอมให้มันกลับมาใหม่มันยากมากกว่าที่เราจะสร้างมันขึ้นมาจากความว่างเปล่า เรากล้าที่จะทิ้งมันไป แต่การที่จะสร้างมันใหม่มันไม่ง่ายหรอกนะ เพราะมันยังมีเศษแก้วที่แตกหลงเหลืออยู่ตามซอกหลืบ โดยที่เราไม่รู้ตัว อีกอย่างนะเราไม่อยากให้แก้วที่หลอมขึ้นมาใหม่แตกรอยเดิมหรอกนะ แม้บางคนจะบอกว่าไม่ลองไม่รู้ (แต่ใครจะรับประกันได้ละ)แต่เราไม่อยากจะลองหรอกนะ การที่โดนแก้วบาดใครๆก็รู้ว่ามันเจ็บทั้งนั้นแหละ ยิ่งบาดลึกแค่ไหน ก็ยิ่งไม่อยากโดนมันบาดซ้ำหรอกนะ

#4 By ~TestsuTo~ テッツト on 2007-03-29 23:22

อยากดูนานะ 2

แก้วใหม่ บางครั้งแม้จะงดงามเพียงไร
แต่ไม่มีค่าเท่าแก้วเดิมที่ร้าวแตก
การเชื่อมแก้วให้งดงาม อาจไม่จำเป็นต้องกลบเกลื่อนรอยร้าวนั้น

แต่ใช้ตัวประสานขับความงามจากความร้าวแตกให้โดดเด่นเป็นศิลปะได้
แก้วที่แตกแล้วกลับมาต่อใหม่...อาจจะไม่แงแรงเหมือนเดิม แต่ก็ได้แก้วใบใหม่ที่ต่างออกไป...

อาจจะดีก็ได้นะ...

#2 By ~*LuCReZiA*~ on 2007-03-25 22:52

กับสิ่งที่เกิด แอ้มอาจจะทิ้งแก้วใบนั้นไปเลยก็ได้
มันอาจจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดก็ได้คะ

#1 By ~--๏~* Cally*~๏--~ on 2007-03-25 21:57

Recommend