คนเรานั้นประกอบด้วยพื้นฐานย่อยสองอย่าง
หนึ่งคือร่างกาย เป็นสิ่งที่มองเห็นได้ เรียกว่า รูป
อีกหนึ่งคือใจ เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ เรียกว่า นาม
ใครจะแบ่งรูปและนามลงไปเป็นข้อย่อยละเอียดเพียงไรก็ไม่ว่า
แต่เมื่อสังโยคกันแล้วก็ได้สองอย่างตามนั้น
ทั้งสองอย่างอยู่ร่วมกันในตัวของคนหนึ่งคน เป็นหนึ่งเดียว
ทำงานร่วมกันอย่างแน่นแฟ้น ต่อเนื่องกลมเกลียวไม่แยกจากกัน
เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับสิ่งหนึ่ง ไม่เคยหยุดอยู่เพียงเท่านั้น
แต่ย่อมส่งผลต่อเนื่องไปสู่อีกหนึ่งที่เหลืออยู่เสมอ
เหมือนอย่างที่ทุกคนคงเคยรู้สึกเหมือนๆกัน

เมื่อรู้ได้เช่นนี้ นั่นหมายความว่า
การที่คนหนึ่งคนจะยังคงความเป็นปกติสุขอยู่ได้
จึงไม่ใช่ด้วยการเสริมเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น
ทั้งสองส่วนย่อยนี้ต้องได้รับการเสริมไปพร้อมๆกัน
และต้องเป็นการเสริมที่เหมาะสม เพียงพอดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป
จึงจะเกิดความสมดุลขึ้นมา
ทำให้ชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุขตามความตั้งใจ

คนส่วนมากมักให้ความสำคัญแค่เพียงสิ่งที่มองเห็นได้
เหมือนอย่างนักวิทยาศาสตร์ที่มองแต่เพียงสิ่งที่จับต้องหรือพิสูจน์ได้
แต่กลับมองข้ามสิ่งที่มีอยู่แต่มองไม่เห็นไปเสีย
นั่นคือ ให้ความสำคัญแต่เพียงร่างกาย
แต่ลืมไปว่า สิ่งที่อยู่ร่วมกับ ร่างกาย นั้นยังมี ใจ อยู่ด้วย
เมื่อมองกันอย่างนี้ ก็หลงรักษาแต่เพียงร่างกาย
ทานให้อิ่ม นอนหลับให้เพียงพอ ไม่ฝืนร่างกาย
ออกกำลังกายให้เหมาะสม ฟิตร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ
หากเจ็บไข้ได้ป่วย ก็มาหาหมอ ขอยาไปทาน หรือฉีดยาให้หาย
ทำอย่างนี้อยู่ร่ำไป แล้วก็กลับมาเป็นกันใหม่อีกรอบวนเวียนอยู่ไปมา

เพราะลืมรักษา ใจ ของตัวเองไป...

คงถึงเวลาแล้ว ที่จะกลับมามองดูใจของตัวเองเสียบ้าง
กลับมามองดูใจที่หลงลืมมันไปนานเหลือเกิน
นานเกินจนหลายคนคิดว่าไม่มีมันอีกต่อไปแล้วในตัวเอง

การรักษาใจ การเสริมสร้างใจให้แข็งแรง
ให้พร้อมที่จะทำงานกับร่างกายได้นั้น ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
หากว่าเราเข้าใจตัวของเราเอง รับรู้ว่าเรายังมีใจที่เป็นของเราอยู่
ใจของเราไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้กลายไปเป็นของใคร
ใจของเรายังอยู่กับเรา และเราเท่านั้นที่จะเป็นคนดูแลมัน
การจะทำให้ใจแข็งแรง ว่ากันอย่างง่ายก็คือการฝึกใจให้เข้มแข็ง
คือรู้จักมองโลกในมุมมองที่กว้างขวางมากขึ้นกว่าเดิม
การคิดอะไรซ้ำอยู่เพียงเรื่องเก่า ไม่เปลี่ยนแปลง
เสมือนเป็นการตอกย้ำ และค่อยๆตีวงใจของเราให้เล็กลงทุกทีๆ
จนไม่เหลือที่พอให้ใจอยู่ได้ สุดท้ายใจของเราก็จะหายไป
แล้วเราก็จะไม่เหลือความเป็นตัวเราเอาไว้อีกเลย...

ถ้าเหนื่อยนักก็ลองปล่อยใจไปตามสบายซะบ้าง
ให้ใจมันได้พักจากความหนักอึ้งของปัญหา คลายความอ่อนล้าหวั่นไหว
ไม่ใช่มัวแต่คิดๆๆๆซ้ำถึงปัญหาด้วยอารมณ์ขุ่นมัว แล้วก็เจอทางตัน
ถ้าเป็นอย่างนั้นก็สู้ปล่อยให้มันเป็นไปตามเรื่องราวของมันจะดีกว่า
เพราะเมื่อใจไม่พร้อม ต่อให้คิดมากเพียงไรก็ไม่เกิดผลอยู่ดี
เหนื่อยเสียเปล่า...

ลองหาเพื่อนคุย นั่งเล่นกับหมาแมวที่บ้าน
ทักทายยามเช้าที่สดใส ยิ้มรับวันใหม่ด้วยความยินดี
รับฟังความคิดเห็นจากคนอื่นในหลายๆมุมมอง
ลองปล่อยให้ใจล่องลอยไปตามทางที่มันอยากจะไป
มันอาจจะทำได้ยาก เพราะไม่เคยทำและคิดว่ามันยาก
แต่เมื่อได้ลองทำดูแล้ว ความสบายใจจะเกิดขึ้น
ภาพในใจของเราจะกว้างขึ้น หลากหลายขึ้น
เรื่องราวที่เคยหม่นหมองอยู่ภายใน เคยตอกย้ำซ้ำเติมอยู่ทุกวี่วัน
จะเริ่มคลายเกลียวออกทีละนิด จนมองเห็นทางแก้ไข
ประตูแก้ไขที่เคยปิดตาย จะสะเดาะกลอนออกได้
ด้วยกำลังความคิดที่เต็มเปี่ยมด้วยใจที่เข้มแข็งมากยิ่งกว่าเดิม

เพียงแต่เข้าใจว่า กายและใจต้องไปพร้อมกัน
เมื่อกายแข็งแรงได้ ใจก็ต้องแข็งแรงด้วย
ชีวิตของเราจึงจะเป็นปกติสุข

โลกมันมีความเครียดของมันมากพออยู่แล้ว
เราอยู่ท่ามกลางความเครียดที่รายล้อมหลากล้น
ถ้าเราใจของเรายังไม่แข็งแรงพอ
แล้วหลงไปเก็บเอาความเครียดนั้นมาไว้กับตัว
เมื่อไรกันที่ความเครียดนั้นจะจางหายไปสักที...?

ขอบคุณแนวคิดจาก
นพ. เกรียงไกร สถิรพงษะสุทธิ
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ
ศิริราช รุ่น ๘๑


ทั้งๆที่ช่วงนี้ไม่ค่อยสบาย แต่วันนี้ฉันยังไม่เจียมตัวเอง
ดันหอบสังขารไปเดินวนดูหนังสือที่งานสัปดาห์หนังสือ
กลับมาก็ซมเลย...นี่แหละนะ ถึงบอกว่า ร่างกายต้องไปพร้อมกับใจ
นี่ใจอยากไป แต่ร่างกายไม่พร้อม มันถึงเป็นอย่างนี้...-_-"


Comment

Comment:

Tweet

เพิ่งได้เข้ามาอ่านไม่ว่ากันนะ

อืม...พักใจซะบ้าง ใช่แล้ว ตอนนี้นี่เป็นส่งที่เราต้องทอย่าเร่งด่วนเลยแหละ...

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ แต่ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องยอมรับ...เนอะ

ขอบคุณสำหรับความห่วงใยเช่นกันจ้า

#3 By ~*LuCReZiA*~ on 2006-11-04 00:52

Entryนี้มาได้จังหวะมากๆค่ะ เหอๆ
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ เพราะตอนนี้ใจกับกายไม่ค่อยสัมพันธ์กันเลย ร่างกายเริ่มย่ำแย่ แต่ใจอยากทำนู้นทำนี่ซะอย่างนั้น

ปล. หายไวๆนะค่ะ

#2 By ดินสอทราย on 2006-10-22 16:07

รู้ทั้งรู้ว่าใจกับกายต้องไปด้วยกัน แต่กับชีวิตประจำวันและภาระที่ต้องเผชิญ บางครั้ง, แม้จิตใจจะอ่อนล้า ร่างกายจะอ่อนแรง คนเราก็ยังหยุดพักไม่ได้

ทำไงดีล่ะ

ปล. ที่ไม่สบายนี่คงไม่ใช่ติดหวัดจากเรานะ

#1 By Highwind on 2006-10-22 00:13

Recommend