ผืนฟ้าสะท้อนสีแสดที่ขอบปลายด้านหนึ่ง
ในขณะที่ปลายด้านหนึ่งกำลังมืดคลึ้ม เคลื่อนเข้ามา
ดวงอาทิตย์กลมโต ส่องสีแดงจัด เหนือเนินสูงริมแม่น้ำฝั่งตรงข้าม
พยายามทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ก่อนที่จะลาลับไปเมื่อหมดวัน
นึกๆอยู่เหมือนกันว่า ขนาดของดวงอาทิตย์ที่ใหญ่โตขึ้น เมื่อยามอัสดงคต
อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้มันต้องค่อยๆ หลบลงหลังเนินนั้น
จนกระทั่งสุดท้าย ก็มองไม่เห็นตัว ปล่อยให้ความมืดของราตรีเข้าแทนที่
ส่วนตัวมันก็คงแอบไปลดน้ำหนัก จนผอมเพรียวบาง
แล้วกลับมาเดินแบบอวดโฉมร้อนแรงอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น

สายลมเอื่อยพัดปะทะใบหน้าและร่างกายตลอดเวลา
ขณะที่กำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่ที่ริมบึง ขนาบข้างด้วยแม่น้ำสายยาว
ไอเย็นที่หอบมาพร้อมกับสายลม ชวนสดชื่นเข้าไปถึงข้างใน
แม้บางครั้งจะหอบเอาควันจากกองไฟที่ชาวบ้านจุดเผาเศษใบไม้มาก็ตาม
แต่ก็เป็นบรรยากาศของชาวบ้านแท้ๆ
รอบข้างไม่มีตึกสูง ไม่มีรถราที่คับคั่ง ไม่มีเสียงอึกทึกครึกโครม
มีแต่เพียงต้นไม้สูง ดอกไม้ริมทาง และเสียงหยอกล้อเล่นกันของเด็กๆ
กับวิถีชีวิตที่สุดแสนธรรมดา อันเป็นปกติของชุมชนชนบททั่วไป...

หลังจากสอบเสร็จ และถึงเวลาปิดเทอม ฉันก็ถือโอกาสกลับบ้านที่ต่างจังหวัด
อย่างที่ฉันมักจะพูดเล่นๆ อยู่เสมอว่า เป็นการ "หอบหัวใจมาพักผ่อน"
หลายปีมาแล้วที่ต้องเทียวไปเทียวกลับระหว่างบ้านเกิดกับเมืองหลวง
ผ่านระยะทางที่ห่างกันกว่าห้าร้อยกิโลเมตร
มากพอที่จะชะลอความเจริญเชิงวัตถุ และวิถีชีวิตอย่างสมัยใหม่
ไม่ให้กลืนกินเอาบรรยากาศเก่าๆ ของชาวบ้านไปจนหมด

บางทีฉันเองก็รู้สึกบ้าๆ บอๆ
ว่า บรรยากาศเมืองหลวง กับที่บ้านเกิด มันช่างแตกต่างกันซะจริง
แม้จะไม่ต่างกันราวฟ้ากับดิน แต่ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าพื้นดินกับยอดตึก
อย่างที่ไม่คิดว่าจะมีวันเหมือนกันได้
ความรู้สึกที่ต้องปรับตัว ให้เข้ากับความเร่งรีบเครียดเครียด
การแข่งขันอย่างไม่มีวันจบสิ้น ช่างเป็นเรื่องที่เหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน

การกลับมาบ้านทุกครั้ง จึงเป็นเหมือนการพักผ่อนที่แท้
ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับภาระที่หนักอึ้ง ไม่ต้องทนกับเรื่องราวที่เหนื่อยใจ
กลับมาพบกับบรรยากาศเก่าๆ เดิมๆ ที่คุ้นเคย
เป็นตัวของตัวเอง ปล่อยให้ใจเป็นไปอย่างที่ใจต้องการ
ไม่ต้องสวมหน้ากาก ไม่ต้องตีสีหน้ายิ้มแย้มปิดบังความรู้สึก
กลับมาอยู่กับธรรมชาติ อยู่กับบรรยากาศชนบท
นั่งเล่นกับแมว ๔ - ๕ ตัวที่หลงเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้าน
ทอดสายตามองดูผีเสื้อบินต่ำมาตอมดอกไม้ในสวน
สดชื่นกับสายลมที่พัดผ่านผิวกายอยู่เรื่อยๆ ปราศจากมลพิษ
เมื่อว่างจากงานบ้าน ตกเย็นก็ออกไปวิ่งเล่น ออกกำลังกายที่ริมบึง
ปล่อยวันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคำนึงเร่งร้อนอะไร
วันทั้งวันผ่านไปด้วยความสุขจากจิตใจข้างใน
ที่ไม่ต้องพยายามไขว่คว้าให้เกินกำลังเลย

มนุษย์ถูกสร้างมาเพื่ออาศัยธรรมชาติ
อยู่กับธรรมชาติ และเป็นมิตรกับธรรมชาติ
ความสุขที่แท้ของมนุษย์จึงอยู่กับธรรมชาตินี้เอง
ทั้งธรรมชาติที่อยู่รอบกาย และที่อยู่ภายในความรู้สึกของตัวเอง
แต่เพราะความเจริญ ความคิดที่ก้าวไกลของมนุษย์
กลับยิ่งทำให้มนุษย์ถอยห่างจากความสุขที่แท้ของตนเองออกไป
แล้วกลับไปคว้าเอาความสุขที่ตนสร้างขึ้นอย่างเทียมๆ
พร้อมกับหลงละเมอไปกับมัน ไม่เพียงพอสักที
เฝ้าไขว่คว้า แสวงหา แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ ก็ยิ่งห่างออกไปเท่านั้น
และไม่มีวันที่จะไปถึงจุดหมายนั้นเลย...

การได้กลับมาอยู่กับธรรมชาติ แม้สักเพียงเสี้ยวเวลา
ย่อมจะเพิ่มเติมพลังใจให้มากขึ้นกว่าเดิม
ก่อนที่จะกลับไปเผชิญกับโลกที่เร่งรับอีกครั้ง...

ต่างจังหวัดก็อย่างนี้ คงไม่เจริญเท่าเทียมเมืองหลวง
แต่ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
อาจจะดูเอื่อยเฉื่อย น่าเบื่อหน่าย ไม่ก้าวหน้า
แต่ลึกๆ กลับเต็มไปด้วยความสุข ความสบายใจ
เหมาะกับการพักผ่อนกายและใจเป็นที่สุด

ว่าแต่ เอ...สงสัยว่าฉันจะว่างเกินไป
ก็เลยเพ้ออะไรก็ไม่รู้...เฮ้อ...
อีกแค่สัปดาห์เดียวก้เปิดเทอมอีกแล้ว....

ปล. ภาพข้างบนนี้ ไม่ได้ถ่ายเองหรอก
พอดีเจอที่ร้านอินเตอร์เน็ตแถวบ้าน
เห็นว่าสวยดี เลยแอบจิ๊กมาซะหน่อย ^o^

Comment

Comment:

Tweet

อาท เราชอบตอนนั้นเหมือนกัน

#10 By ~TestsuTo~ テッツト on 2006-09-29 01:49

อ่านย่อหน้าแรกๆแล้วแอบเข้าตัวเองยังไงไม่รู้ เหอะแต่เรากลับมาพร้อมนำหนัก เพราะกลับมาแล้วกินเยอะมาก
เหอะๆแต่ก้ยอมรับมากลับมาแล้วมีความสุขที่ได้กลับมาบ้านจริง
บ้านคือวิมานของเรา จริงไหม

#9 By ~TestsuTo~ テッツト on 2006-09-25 17:02

อืม เค้าก็เพ้อกันทั่วล่ะน่า

กลับบ้านเป็นการพักผ่อนที่ดีมาก ๆ เลย นอนจนตัวเป็นขน เหอ ๆ

#8 By ~*LuCReZiA*~ on 2006-09-25 02:11

รู้สึกเหมือนกัน ว่าหลายครั้งชีวิตของตัวเองวุ่นวาย ไม่คงที่เอาซะเลย

แต่ถ้าให้เลือกจริงๆ แม้วันหยุดจะอยากตื่นสายๆ ชดเชยกับการที่ต้องตื่นเช้าไปเรียนอยู่ทุกๆวันแล้ว...เราอยากออกไปเดินเล่นเพ่นพ่านภายนอกมากกว่า

ไม่ใช่ว่าไม่รักบ้าน แต่อาจเพราะเป็นคนขี้เบื่อก็ได้มั๊ง เลยต้องตระเวนหาอิสระกับโลกภายนอกอยู่เป็นประจำ...

#7 By Zieghart on 2006-09-25 01:45

เราเคยพูดอยู่บ่อยๆ ว่าตัวเองเป็นผู้หญิงแสงสี
เรารักความสะดวกสบายในเมือง
รักห้างสรรพสินค้า
รักรถไฟฟ้า รักรถใต้ดิน
สำหรับเรา แม้ความวุ่นวายในเมืองจะให้ความสบายใจสู้ธรรมชาติของต่างจังหวัดไม่ได้ แต่ก็เป็นบ้านที่คุ้นเคยล่ะนะ
(ก็อยู่กรุงเทพฯมาตั้งแต่เกิดนี่นา)

#6 By fontis on 2006-09-23 22:33

สำหรับเรา การกลับสู่ธรรมชาติไม่ต้องไปไกลถึงบ้านนอกหรอก

ขอแค่ทุก ๆ เสาร์-อาทิตย์ได้มีโอกาสกลับบ้าน สู่ที่ ๆ อบอุ่นและพร้อมรับเราเสมอ กลับมาเป็นตัวของตัวเอง

เท่านี้ก็ทำให้เรามีเรี่ยวแรงออกไปต่อสู้ในอีก 5 วันที่เหลือแล้ว

#5 By Highwind on 2006-09-23 20:01

บ้านเป็นที่พักให้เราเสมอค่ะ
เพื่อนที่ย้ายมาจากใต้ก็บ่นบรม อยากกลับบ้านทุกวัน.....นั่งเครื่องบินไปหรอเพื่อน

#4 By Icys :: Ai no Melody on 2006-09-23 19:14

โอ้...อ่านแล้วแอบคิดถึงบ้านนอกที่เมืองกาญจน์ เล็กๆ..

ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ 10 ปีแล้วเหรอเนี่ย ไวจริงๆ...

#3 By ArMKunG on 2006-09-23 18:06

อ่านแล้วอยากกลับไปที่บ้านเกิดที่เชียงใหม่ ๕ปีแล้วที่ย้ายมา คิดถึงจัง

#2 By ดินสอทราย on 2006-09-23 17:35

ยังไงๆๆที่บ้านก้อสบายที่สุดเสมออ่ะค่ะ

#1 By +believe+ on 2006-09-23 16:27

Recommend